รมต.สธ.อาเซียน +3 เตรียมนำข้อตกร่วมกันเสนอต่อที่ประชุมสภาสาธารณสุขโลก

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

รัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน +3 เตรียมพิจารณาเปลี่ยนชื่อเรียกพื้นที่ระบาดเป็นเมืองแทนประเทศ คัดกรองผู้โดยสารขาออกในพื้นที่ระบาด ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมเพิ่มปริมาณยาโอเซลทามิเวียร์ ในคลังยาแต่ละประเทศ เป็นข้อตกร่วมกันของผู้นำสาธารณสุขอาเซียน+3 เพื่อเป็นท่าทีเสนอต่อที่ประชุมสภาสาธารณสุขโลก กลางเดือนพฤษภาคมนี้ ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน จะเป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน +3 ที่โรงแรมดุสิตธานี โดยมี นายฟรานซิสโก้ ที ดูเก้ ที่ 3 รัฐมนตรีสาธารณสุขฟิลิปปินส์ในฐานะประธานรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการและท่าทีของอาเซียนต่อประชาคมโลกในการรับมือการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยร่วมหารือผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์กับ นางสาวแคธรีน ซีบีเลส เลขาธิการกรมสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา โดยภายหลังการประชุมเสร็จในเวลา 12.00 น. ที่ประชุมจะมีข้อตกร่วมกันของผู้นำสาธารณสุขอาเซียน+3 เพื่อเป็นท่าทีของอาเซียนเสนอในการประชุมสภาสาธารณสุขโลก ซึ่งจะจัดขึ้นกลางเดือน พ.ค.นี้ ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดย นายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงร่างข้อตกลงที่รัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน +3 เตรียมพิจารณาว่าจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสสาธารณสุขอาเซียนวานนี้ (7 พ.ค.) เห็นชอบให้ทุกประเทศสมาชิกเดินทางกลับไปซักซ้อมแผนรับมือการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ และมีการพัฒนาศักยภาพการเฝ้าระวัง และรายงานผลให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนการเรียกชื่อพื้นที่การระบาดของโรคให้ตรงจุดมากขึ้น โดยเรียกชื่อเมืองที่มีการระบาดแทนชื่อประเทศหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนกของประชาชน ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเห็นพ้องให้มีปฏิบัติการคัดกรองผู้โดยสารขาออกของพื้นที่ ที่มีการระบาดเพื่อสกัดโรคต้นทาง แต่ไม่ได้เป็นมาตรการบังคับ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและศักยภาพของแต่ละประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่ละประเทศเพิ่มสำรองยาโอเซลทามิเวียร์ แลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีทางการแพทย์ พัฒนาเวชภัณฑ์โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากคลังยาอาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้มียาโอเซลทามิเวียร์รองรับผู้ป่วย 500,000 ราย ทั้งนี้ที่ประชุมเตรียมกำหนดเชิงนโยบายถึงความพร้อมในการนำยาจากคลังยาอาเซียน เพื่อให้ความช่วยเหลือประเทศที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์