DSIส่งสำนวนเจ้าของรถขนส่งสินค้าให้ปปช.

DSIส่งสำนวนเจ้าของรถขนส่งสินค้าให้ปปช.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
คมชัดลึก : ดีเอสไอส่งสำนวนคดีฆ่าตัดตอนสองสามีภรรยาเจ้าของกิจการรถขนส่งสินค้าให้ป.ป.ช.หลังพบหลักฐานเจ้าหน้าที่รัฐปั้นข้อมูลป้ายสีว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนเป็นเหตุให้ถูกฆ่าโหดและยึดทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท (7พ.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้อำนวยการสำนักคดีอาญาพิเศษ มอบให้พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ นำสำนวนคดีพิ เศษที่ 177/2549 ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายพงษ์เทพ รู้คงประเสริฐ และนางอำไพพรรณ รู้คงประเสริฐ สองสามีภรรยา เจ้าของกิจการรับขนส่งสินค้า บริษัท ธนพงษ์ขนส่ง จำกัด อ.แม่สอด จ.ตาก นอกจากนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยังได้ยึดทรัพย์สินจากครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า คดีนี้เหตุเกิดขึ้นในช่วงของการประกาศสงครามยาเสพติด ตามนโยบายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2546 โดยมีแผนการปฏิบัติการ 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึง 30 เม.ย. 46 เริ่มจากการเอ็กซเรย์ พื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลเป้าหมายผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้จำหน่าย โดยมีเวลาในการดำเนินการเพียง 4 วัน เท่านั้น กำหนดตัวชี้วัดให้จำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดต้องหมดสิ้นไปภายในวันที่ 15 ก.พ. 2546 ส่วนผู้ผลิต ผู้ค้าต้องหมดสิ้นไปภายในวันที่ 30 เม.ย. 46 โดยจะลดเป้าหมายผู้ค้า และผู้ผลิต เฉพาะใน 3 กรณีเท่านั้น คือ ถูกจับกุม วิสามัญ และเสียชีวิตด้วยเหตุต่าง ๆ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ประจำจังหวัด (ศตส.จ.) และศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ประจำอำเภอ (ศตส.อ.) จะบูรณาการข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดร่วมกันเป็นประจำเพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้การนำนโยบายไปแปลงเป็นข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติที่ผิดพลาด เป็นเหตุให้มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นสูงผิดปกติในช่วงเวลาดังกล่าว

ผอ.สำนักคดีอาญาพิเศษ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ ผู้อำนวยการ ศตส.อ.แม่สอด ยืนยันไม่พบข้อมูลนายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สำหรับประเด็นการฆ่านายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ จากการว่านายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ มีปัญหาขัดแย้งทางด้านธุรกิจขนส่งสินค้ากับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในอ.แม่สอดและในพื้นที่ใกล้เคียงแต่ประการใด และไม่พบประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวอื่นใดที่จะนำไปสู่เหตุแห่งการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ประเด็นที่น่าสงสัยว่าจะเป็นสาเหตุของการฆ่าได้คือ กรณีนายพงษ์เทพร้องทุกข์กล่าวโทษนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้หนึ่งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งจับกุมรถบรรทุกของนายพงษ์เทพ ว่ามีควันดำเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่จากการตรวจสอบโดยกรมการขนส่งทางบกไม่พบควันดำแต่ประการใด และหลังจากนั้นในวันที่ 20 ต.ค. 45 ได้มีการสั่งการให้สืบสวนพฤติกรรมของนายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ โดยอ้างว่าบุคคลทั้งสองมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทั้งในพื้นที่และส่งขายยังต่างจังหวัด ตลอดจนเป็นผู้ที่มีเครือข่ายกว้างขวางในวงการค้ายาบ้าในพื้นที่และต่างจังหวัด แล้วรายงานมีการรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ ๆ

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวด้วยว่า ต่อมาในวันที่ 18 พ.ค. 46 เวลาประมาณ 21.00 น. รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ของบริษัท ธนพงษ์ขนส่ง จำกัด ที่นายพงษ์เทพเป็นเจ้าของ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านท่าเล่ จับกุมในข้อหาบรรทุกน้ำหนักเกิน นายพงษ์เทพกับนางอำไพพรรณจึงเดินทางไปที่ สภ.ต. แม่ท้อ ด้วยรถยนต์โตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กข 2662 ตาก โดยไปถึง สภ.ต.แม่ท้อ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. หลังจากนั้นในช่วงเดินทางกลับขณะที่นายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ ขับรถมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 47 ซึ่งผ่านพ้นด่านห้วยยะอุไปได้ประมาณ 3-5 กิโลเมตร นายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงด้วยอาวุธปืนนานาชนิดและอาวุธสงครามจำนวนหลายนัดเสียชีวิตภายในรถยนต์ และจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบกล่องพัสดุไปรษณีย์ ขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง วางอยู่ที่พื้นรถด้านคนขับ ภายในบรรจุรองเท้าส้นสูงอย่างหนา 1 คู่ เมื่อแกะดูที่ส้นรองเท้าพบว่ามียาบ้าบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส จำนวน 197 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในส้นรองเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกล่าวหาผู้ตายทั้งสองว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินขงนายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณร้องทุกข์กล่าวโทษต่อป.ป.ช.ร่วมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย และเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลทั้งสอง จนในที่สุดคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงาน ป.ป.ส. มีคำวินิจฉัยว่านายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ยึดเงินสดกว่า 20 ล้านบาท ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้สอบสวนแล้วไม่พบข้อมูลของบุคคลทั้งสอง เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กล่องพัสดุไปรษณีย์ที่มียาเสพติดบรรจุอยู่ภายในส้นรองเท้าที่พบอยู่บนพื้นรถด้านคนขับก็มีเหตุพิรุธน่าสงสัยหลายประการ เชื่อว่าภายหลังที่บุคคลทั้งสองถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ได้มีการนำกล่องพัสดุไปรษณีย์ไปวางไว้ที่พื้นรถด้านคนขับเพื่อสร้างพยานหลักฐานในการกล่าวหานายพงษ์เทพและนางอำไพพรรณ ว่ามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ดังกล่าว นับว่าเป็นการสร้างความเสียหายให้กับชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของบุคคลทั้งสองเป็นอันมาก

โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งอยู่ในอำนาจการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป.ป.ช. ดีเอสไอจึงนำสำนวนคดีส่งให้ป.ป.ช.ได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฆ่าโหดชายนิรนามคาเก๋งตร.มุ่งปมธุรกิจมืด จับ2โจรฆ่ายกครัว5ศพคาดปมล้างหนี้ร้อยล้าน หนุ่มโรงงานฆ่าข่มขืนสาวท้อง 4 เดือน จับมือฆ่าโหดสาวรง.ที่แท้หนุ่มข้างห้อง หนุ่มมะกันฆ่าตัดคอน้องสาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล