ไม่แก่เกินเรียน! รพ.สต.ผุดโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม-รับมือสังคมสูงวัย

ไม่แก่เกินเรียน! รพ.สต.ผุดโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม-รับมือสังคมสูงวัย

ไม่แก่เกินเรียน! รพ.สต.ผุดโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม-รับมือสังคมสูงวัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

( 11 ก.ค. 61 ) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง   คุณตา คุณยายอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่งกายด้วยชุดนักเรียนต่างหิ้วปิ่นโตไปโรงเรียนผู้สูงอายุที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ตำบลเขาไพร จัดตั้งขึ้นมา ทั้งนี้ พบว่าบรรยากาศจะเริ่มคึกคักตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. เป็นต้นไป ของทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน 

โดยเป็นวันที่โรงเรียนเปิดเรียน คุณตา คุณยายต่างก็กระตือรือร้นเดินทางมาโรงเรียน เพื่อให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยแต่ละคนถ้าบ้านอยู่ไม่ไกล ก็จะใช้วิธีเดินหนีบกระเป๋าสะพายที่โรงเรียนมอบให้ พร้อมหิ้วปิ่นโตมาโรงเรียน หลายคนที่ยังแข็งแรงก็จะขับรถจักรยานยนต์มาโรงเรียนเอง หลายคนให้ลูกหลานขับรถมาส่ง หรือหลายคนลูกหลานรับขึ้นรถคันเดียวกันพามาส่งพร้อมกัน   หลายท่านมีฝีมือในการทำขนม ทำกับข้าวเพื่อสุขภาพ ก็จะทำมาสำหรับเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ ด้วย 

เมื่อมาถึงทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพก็จะทำการตรวจวัดความดันโลหิต สอบถามอาการป่วยที่ทำการรักษา หรือรับประทานยาว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นก็จะเข้าแถวร้องเพลงเคารพธงชาติร่วมกัน จึงจะเข้าไปห้องเรียน  ทั้งนี้ นอกจากบุคลากรของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาไพรแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ อสม. เจ้าหน้าที่ อบต.มาร่วมทำกิจกรรมด้วย 

ซึ่งบรรยากาศในห้องเรียนภาคเช้า ก็จะมีตั้งแต่การสวดมนต์ไหว้พระ การทำสมาธิด้วยท่ากายบริหาร การออกกำลังกายประกอบเพลงช้าๆ ไปจนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานประมาณ 15 – 20 นาที  เพื่อให้นักเรียนได้ขยับท่าทางบริหารร่างกายให้คล่องแคล่วว่องไว เรียกเหงื่อและเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านวิชาการ           

ส่วนพักเที่ยง ก็จะร่วมรับประทานอาหารปิ่นโตที่นำกันมาร่วมกัน ซึ่งอาหารที่นักเรียนนำใส่ปิ่นโตมาก็จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจชิมอาหารก่อน จะไม่ให้มัน เค็ม หวาน เกินไป เน้นเพื่อสุขภาพ หากตรวจพบของใครหวาน มัน เค็ม เกินไป ก็จะต้องให้ปรับลดรสชาติดังกล่าวในคราวต่อๆ ไป   

ทั้งนี้ ในส่วนของกิจกรรมภาคบ่าย ก็จะเน้นวิชาการ เช่น การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ด้านต่างๆ  ทั้งเรื่อง การดูแลตัวเอง อบรมการทำขนม การทำน้ำยาล้างจาน เพื่อไว้สำหรับทำใช้เองที่บ้าน  ที่สำคัญในโอกาสต่างๆ ทั้งโอกาสงานประเพณี หรือวันสำคัญ ที่มีความหมายต่างๆ ก็จะมีการทำกิจกรรมให้เข้าวันสำคัญนั้นๆ  เช่น วันสาร์ทเดือนสิบ ก็ทำขนม หรือเข้าวัดทำบุญ รวมทั้งการให้แต่ละคนวาดภาพแทนตัว  เช่น บางคนวาดภาพแทนตัวเองว่าเป็นต้นไม้ เสมือนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน บางคนแทนตัวเองเป็นผีเสื้อ ที่อาจจะบินล่องลอย

ทั้งนี้ ผลงานการสื่อสารด้วยภาพวาดแทนตัวลักษณะดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำมาวิเคราะห์ถึงตัวตน หรือความรู้สึกของผู้สูงอายุแต่ละคน  เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษา ผู้สูงอายุแต่ละคนได้ ว่าแต่ละคนต้องการอะไร  เป้าหมายเพื่อต้องการแก้ปัญหาให้ตรงจุด สร้างความสุขให้เกิดขึ้นต่อไป   รวมทั้งให้เขียนบันทึกชีวิตประจำวัน   สามารถสร้างสุขทั้งสุขภาพจิตใจ และร่างกาย ให้ผู้สูงอายุทุกคนที่มาเข้าโรงเรียนได้จริง  เพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงวัยที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ โดยเริ่มจากระดับตำบล

นางพร้อม  อายุ 74 ปี  ซึ่งได้ออกมาเล่าความหมายของภาพวาดแทนตัวเองหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆ ได้ฟัง  กล่าวว่า การได้มาอยู่โรงเรียนพบปะเพื่อนฝูงแตกต่างจาการอยู่ติดบ้านมากคือ มาอยู่โรงเรียนจะมีเพื่อน มีสังคม ได้ออกกำลังกายร้องเพลงสนุกสนานร่วมกัน ได้ร่าเริง   ทำให้สุขภาพจิตดี  เพราะว่าอยู่บ้านจะรู้สึกเหงา  ไม่มีเพื่อน  พอมาอยู่ที่โรงเรียนเรามีเพื่อนมากมาย มีความสุขมาก ส่วนตัวมาอยู่  2 ปีแล้ว

นางกชมล  อายุ 47 ปี  กล่าวว่า คุณแม่ อายุ 75 ปี เป็นนักเรียนของโรงเรียนผู้สูงอายุด้วย ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ เดิมจะเป็นคนที่อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ แต่พอมาเข้าโรงเรียนเห็นได้ชัดว่า คุณแม่จะมีสมาธิมากขึ้น  มีความสุขกับเพื่อนๆ มาก อารมณ์ก็ดีขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้นมาก เพราะมาอยู่เรียนมีเพื่อน ได้ออกกำลังกาย ดูสดใส และแข็งแรงมากขึ้น

ส่วนทางด้าน นางเพียงดาว  รอดความทุกข์  ผู้อำนวยการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเขาไพร อ.รัษฎา   กล่าวว่า กิจกรรมผู้สูงอายุตำบลเขาไพรสูงวัยเสริมสุข เริ่มดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560  รวมเป็นเวลากว่า 2 ปี ซึ่งกิจกรรมนี้ส่งผลต่อดีสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมทั้งร่างกาย และจิตใจ 

โดยจะมีกิจกรรมทุกวันอังคารที่ 2 และวันอังคารที่ 4 ของทุกเดือน   ผู้สูงอายุก็จะมาโรงเรียน ซึ่งกิจกรรมในโรงเรียนจะมี เช่น การเข้าแถวเคารพธงชาติ การสวดมนต์ ทำสมาธิ ออกกำลังกาย และก็จะมีความรู้เกี่ยวกับวิชาการ หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน โดยผู้สูงอายุทุกคนจะต้องพาปิ่นโตมา ซี่งในปิ่นโตก็จะให้เป็นปิ่นโตสุขภาพ  ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ในการดูแล  สุขภาพของผู้สูงอายุได้โดยตรงทั้งหมด 

พอช่วงบ่ายก็จะมีกิจกรรมสันทนาการที่นำเอกลักษณ์ของชุมชน หรือเทศกาลต่างๆ มาทำเป็นบทเรียนในห้องเรียน  เช่น การละเล่นพื้นบ้าน การทำขนม  ส่งเสริมอาชีพโดย กศน. หรือการพัฒนาบุคลิกภาพโดยครูสอนจากโรงเรียน หลายๆ ภาคีเครือข่ายจะเข้ามาช่วย 

ขณะนี้มีผู้สูงอายุสมัครเป็นนักเรียนรวมแล้ว 60 คน เป็นชาย 4 คน ที่เหลือเป็นผู้หญิง  จากเดิม 20 คน และได้เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ อายุมากที่สุดขณะนี้คือ 86 ปี ส่วนน้อยสุดคือ รับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุทุกคนที่มาเข้าโรงเรียนเกิดขึ้นหลายเรื่อง  เช่น การสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นเครือข่ายที่สำคัญที่สามารถดึงลูกหลาน รวมทั้งเครือข่ายต่างๆ มาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการทำงานร่วมกันได้มากขึ้น   

ตลอดจนมีกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกมีความสุข คลายเครียดกลับไปถึงบ้านก็เล่าให้ลูกหลานฟัง  ลูกหลานก็มีความรู้สึกชื่นชมยินดีที่จะให้คุณพ่อคุณแม่มาโรงเรียน​

อัลบั้มภาพ 16 ภาพ

อัลบั้มภาพ 16 ภาพ ของ ไม่แก่เกินเรียน! รพ.สต.ผุดโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมทำกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม-รับมือสังคมสูงวัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล