สธ.พร้อมจัดประชุม รมต.สธ. อาเซียนบวก 3 ปลายสัปดาห์นี้

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

กระทรวงสาธารณสุข พร้อมจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวก 3 ปลายสัปดาห์นี้ รอเพียงการตอบรับจากประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทยได้สั่งเพิ่มมาตรการตรวจคนเข้าเมืองทางบกเพิ่มเติมโดยเฉพาะที่ด่านพรมแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน หลังมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในฮ่องกงและเกาหลีแล้ว นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ (4 พ.ค.52) ได้หารือร่วมกับ นายสุรินทร์ พิศสุวรรรณ เลขาธิการอาเซียน แล้ว โดยได้มีการกำหนดกรอบห้อข้อการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวก 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ โดยการประชุมครั้งนี้จะเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การป้องกันควบคุมการระบาดของโรคในระดับภูมิภาคเพื่อจำจัดวงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ โดยหลังประชุมจะรวบรวมประสบการณ์ที่ได้เป็นกรอบข้อตกลงเสนอองค์การอนามัยโลกในการประชุมใหญ่ที่เมืองเจนีวากลางเดือนนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้รอเพียงการยืนยันการตอบรับเข้าร่วมประชุมของรัฐมนตรีแต่ละประเทศสมาชิกว่าจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้หรือไม่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับครบทุกประเทศ เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมตามเหตุการณ์เร่งด่วนที่จัดขึ้นนอกกำหนดการประชุมปกติเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งการจัดประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นความต้องการของประเทศไทยเพียงอย่างเดียวแต่เป็นความต้องการของประเทศในภูมิภาคร่วมกัน สำหรับมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้ นายวิทยา ได้สั่งให้เพิ่มมาตรการตรวจเข้มคนเข้าเมืองทางบกด้วย โดยได้ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์เพิ่มที่ด่านพรมแดนภาคใต้อีก 2 จุด คือด่านปะดังเบซาร์ และด่านสะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดที่มีคนต่างประเทศเข้า-ออก จำนวนมากและให้อธิบดีกรมควบคุมโรคลงพื้นที่เรียกประชุมทุกด่านในภาคใต้กำชับการเฝ้าระวังคนที่เข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับด่านพรมแดนของไทยทั้งสิ้น 32 ด่านนั้น กำลังประเมินจำนวนคนเข้าออกว่า ที่ใดมีคนเข้าออกมาก ก็จะมีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์ แต่หากคนน้อยก็จะให้ใช้ปรอทวัดไข้แทน ส่วนกรณีจะมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในช่วงที่มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนนั้น นายวิทยา ระบุว่า คงไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น และเชื่อว่าผู้ชุมนุมก็น่าจะทราบว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นความตายของประชาชน หากยังทำให้เกิดเรื่องรุนแรงก็ถือเป็นการนำชีวิตประชาชนมาเป็นตัวประกันซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่ากระทำ ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วันนี้ได้มีการเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากทูตเม็กซิโกส่งมายืนยันความปลอดภัยของอาหารที่ประเทศเม็กซิโกส่งออก และขอให้ทุกประเทศมั่นใจในการบริโภคอาหารเม็กซิกัน ซึ่งในส่วนของไทยก็ได้มีการทำหนังสือตอบกลับไปด้วยว่าขณะนี้ไทยไม่เคยมีการนำเข้าอาหารจากเม็กซิโกและแคนาดา มีเพียงการนำเข้าไส้กรอกจากอเมริกา แต่ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยปลอดเชื้อ ซึ่งประชาชนยังสามารถรับประทานอาหารโดยเฉพาะที่ทำจากเนื้อหมูนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างสบายใจแต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรประกอบอาหารให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง