สผ.จัดประชุมพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ภายใต้กรอบอนุสัญญาของพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ตามนโยบายหนึ่งจังหวัด หนึ่งแรมซาร์ไซต์ ภายใต้กรอบอนุสัญญาของพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างประเทศ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์ 11 แห่ง ซึ่ง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยประสานงานกลาง อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ จัดประชุมเพื่อพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ตามนโยบาย หนึ่งจังหวัด หนึ่งแรมซาร์ไซต์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยผลักดันให้เกิดการดำเนินงานตามแผนการจัดการพื้นที่ชุมน้ำ ภายใต้การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พ.ศ.2551-2555 ในการเสนอพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ อย่างน้อย 5 แห่งภายใน 5 ปี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวอีกว่า จากการประสานงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการดูแลรักษาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำ จะเป็นเกณฑ์พิจารณาในระดับนานาชาติ ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันที่ 4 พฤษภาคม โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาวีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบพิจารณาพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญให้เป็นแลมซาร์ไซต์ ภายใต้กรอบอนุสัญญาของพื้นที่ชุ่มน้ำ ระหว่างประเทศ 5 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง จังหวัดหนองคาย พื้นที่ชุ่มน้ำเกาะระเกาะพะทอง จังหวัดพังงา พื้นที่ชุ่มน้ำหาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลี จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ชุ่มน้ำเกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช