ตร.ถกทบ.เช็กลูกปืน
ผบช.น.ประชุมทีมสืบสวน- พฐ.คดียิงถล่ม สนธิลิ้ม สั่งพงส.ประสานกองทัพบกสอบเรื่องกระสุนลูกปืนที่ผบ.ทบ.ระบุอาจเล็ดลอดจากพล.ร.9 ด้วย ขณะที่สอบสวนพยานหลักฐานระบุทีมสังหารใช้ปิกอัพ 2 คันเป็นกระบะวีโก้สีดำกับมาสด้าสีน้ำเงิน คนร้ายประมาณ 5-7 คน ระบุกล้องวงจรปิดที่แยกคอกวัวจับภาพรถคนร้ายทั้ง 2 คันไว้ได้ เสธ.แดงออกมาโต้ไม่เชื่อเป็นลูกปืนจากพล.ร.9 เพราะไม่มีซีรีส์นัมเบอร์
ความคืบหน้าคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 เม.ย. ที่ห้องประชุมใหญ่ บช.น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เรียกประชุมกับรองผบก.ศส. ผกก.สส.บก.น.1-9 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องคดียิงนายสนธิ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจได้ประสานกับกองทัพหรือไม่ หลังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ยอมรับว่าปลอกกระสุนเอ็ม 16 ที่พบในที่เกิดเหตุเล็ดลอดมาจากพล.ร.9 รอ. สังกัดกองทัพภาคที่ 1 ผบช.น.กล่าวว่า คงต้องประสานต่อไป วันนี้เชิญกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) มาประชุมเพื่อให้ได้ขอยุติเรื่องนี้ ซึ่งยังดูเรื่องวิถีกระสุนความชัดเจนในเรื่องจำนวนคนร้าย จำนวนรถยนต์ ซึ่งจำนวนรถยนต์มีไม่ต่ำกว่า 2 คันอยู่แล้ว ส่วนจำนวนคนร้ายคงประมาณ 5-7 คนจากจำนวนปืน แต่ปืนยังเป็นไปได้ว่าเป็นเอ็ม 203 หรือเอ็ม 79 ทางพฐ.ยังตอบตรงนี้ไม่ได้เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง
ที่บช.ก. พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. เรียกประชุมชุดสืบสวนคดียิงนายสนธิในส่วนของบช.ก. เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยมีพล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผบช.ก. พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ ผกก.1 บก.ป.พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก. 6 บก.รน.และชุดสืบสวนเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกชุดสืบสวนที่บช.ก.ที่ตั้งขึ้นมาช่วยคลี่คลายคดียิงนายสนธิ มารายงานความคืบหน้าของเรื่องที่ได้รับมอบหมาย 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งได้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการไปยังปริมณฑล โดยได้ไปติดตามเบาะแสจากกล้องวงจรปิดต่างๆ โดยรอบ ที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายหลบหนีไปทางแยกบางขุนพรหมก่อนขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
ผบช.ก.กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นที่ 2 วิเคราะห์หลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่การพิสูจน์หาตัวบุคคล เช่น รถ 2 คันที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ร่องรอยการติดต่อสื่อสารของคนร้าย ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจว่าเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี อย่างไรก็ตามไม่มีการจับตากลุ่มไหนเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ในการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายทางบช.ก. ได้ส่งชุดสืบสวนหลายคนโดยเฉพาะทีมสืบสวนกองปราบปราม เข้าไปร่วมทำงานกับชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล
เราใช้เครือข่ายที่เรามีมากกว่ามาช่วยเหลือ ตั้งเป็นทีมขึ้นมาเสริม โดยใช้เครือข่ายที่เรามีอยู่ทั่วประเทศ หากมีข้อมูลก็จะส่งให้ทางบช.น.ไปดำเนินการต่อ ที่ผ่านมาเราทำงานอย่างรอบคอบ เน้นการใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการสืบสวนสอบสวน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานอีกระยะ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันจะสามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้ผบช.ก. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยหรือสอบปากคำนายสนธิบ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ไถงกล่าวว่า เราไม่ดำเนินการในทางนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของบช.น.ในฐานะเจ้าของเรื่อง บช.ก. มีหน้าที่เพียงช่วยหาพยานหลักฐาน
มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดียิงนายสนธิเปิดเผยว่า รถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถกระบะยกสูง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ และกระบะยี่ห้อมาสด้า สีน้ำเงิน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปทางสะพานปิ่นเกล้า ขึ้นทางยกระดับบรมราชชนนี ซึ่งกล้อง CCTV บริเวณแยกคอกวัวสามารถจับภาพไว้ได้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทีมสังหารอาจเกี่ยวข้องกับกำนันคนดังในจ.ลพบุรีนั้น จากการสืบสวนไม่เชื่อว่ากำนันคนดังกล่าวจะเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากไม่มีศักยภาพเพียงพอ
วันเดียวกัน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงกรณีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับว่ากระสุนที่ใช้ยิงนายสนธิเป็นกระสุนของพล.ร.9 ว่า เรื่องกระสุนปืนที่ใช้ยิงนายสนธิ อาจเกิดการเข้าใจผิด จึงขอชี้แจงเสริมจากผบ.ทบ. เพราะประชาชนนึกว่าผบ.ทบ.รับว่ากระสุนที่ใช้ยิงเป็นของทหาร แต่ความจริงไม่ใช่และอาจเกิดการเข้าใจผิด กระสุน RTA ที่แจกจ่ายทั้งกองทัพจะบอกปีที่ผลิตไว้ ซึ่งทำมา 5 ปีแล้ว เพื่อกันกระสุนรั่วไหล แต่ช่วง 5 ปีหลังกระสุนรั่วไหลเยอะ และกระสุนที่กรมสรรพาวุธทหารบกผลิตเองจะมีซีรีส์นัมเบอร์ไว้ที่ข้างปลอก ตัวนี้จะเป็นตัวบอกว่าเป็นกระสุนของกองทัพภาคที่ 1 และหากแจกจ่ายให้กับพล.ร.9 จะต้องใช้เลขซีรีส์นัมเบอร์ที่ 092 ดี 3 แต่ปลอกที่ตกอยู่ทั้ง 2 ชนิดที่ตำรวจนำมาแสดงนั้น ไม่มีซีรีส์นัมเบอร์ทั้งสิ้นจึงไม่ใช่ของพล.ร.9 และไม่ใช่ของกองทัพภาคที่ 1
พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ข้อมูลที่ไปถึงผบ.ทบ. จนบอกว่าเป็นของกองทัพภาคที่ 1 ข้อมูลอาจผิดพลาด ตนรู้สึกเห็นใจผบ.ทบ.มาก เพราะงานยุ่งและขึ้นเครื่องบินลงใต้ตลอด ส่วนโฆษกกองทัพบกมีหน้าที่ชี้แจงเป็นอย่างเดียว การให้ข้อมูลของผบ.ทบ. ทำให้ประชาชนนึกว่ายอมรับว่ากระสุนล็อตนี้เป็นของกองทัพภาคที่ 1 ที่ได้แจกจ่ายให้กับพล.ร. 9 แต่กระสุนที่ใช้ยิงนายสนธิ ทั้ง 20 ปลอกเป็นเอ็ม 16 จำนวน 3 ปลอกที่ไม่มีรอยบาก และเป็นเอชเค 33 จำนวน 17 ปลอกที่มีรอยบาก ซึ่งไม่มีซีรีส์นัมเบอร์ใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ใช่กระสุนอาร์ทีเอที่ตูดด้านท้าย ถึงแม้จะเป็น RTA ก็บอกไม่ได้เป็นของหน่วยไหน เพราะ RTA ได้แจกจ่ายทั้งกองทัพ
พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่ามีการใช้ปืนเอ็ม 16 เอ 2 นั้น ปืนเอ็ม 16 เอ 2 ต่างจากเอ็ม 16 เอ 1 คือเอ 2 จะมีลำกล้องยาวกว่า และกระสุนเอ 2 นั้นประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตได้ หัวกระสุนจะแหลมและทาสีเขียว และทางกองทัพไม่ค่อยนำมาใช้เพราะมีจำนวนไม่มาก ส่วนกระสุน เอ 1 หัวจะทู่กว่าและมีสีแดง ซึ่งกระสุนที่ยิงนายสนธิ ไม่ได้บ่งบอก RTA ที่จานท้าย เพราะถ้าเป็นของพล.ร. 9 จริงจะต้องมีหมายเลข 093 ดี 3 ตำรวจต้องการปิดคดีให้เร็วที่สุด ดังนั้นตำรวจจึงพยายามเตะให้กองทัพรับผิดชอบในเรื่องนี้ จึงขอชี้แจงว่าให้ตัดประเด็นของกองทัพภาคที่ 1 และพล.ร. 9 ออกไปเลย
ต้องยอมรับว่า นายสนธิ มีเรื่องกับคนที่ศักยภาพในการทำลายล้างสูงทั้งนั้น รวมถึงชนชั้นการปกครองทั้งประเทศและระดับสูงสุดที่ติดกับสถาบัน คนในเครื่องแบบ และนักการเมือง ดังนั้นนายสนธิ มีเรื่องหนักๆ แต่โชคดีที่วันนั้นไม่ใช่นักรบโรนินยิง และคนที่ยิงในวันนั้นไม่ใช่มือปืนอาชีพ หากเป็นมือปืนอาชีพคงต้องยิงข้างรถพรุนหมดแล้ว เสธ.แดงกล่าว
ที่อาคาร สก.โรงพยาบาลจุฬาฯ รศ.น.พ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผอ.ร.พ.จุฬาฯ เปิดเผยว่า อาการของนายสนธิดีขึ้นมาก ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าจะสะดวกออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


