ป๋าเปรมยันไม่หนีเสื้อแดงบุก 8เม.ย. ปักหลักสี่เสา แนะเดินตามรอยในหลวง สุเมธปัดตัวกลางเจรจาสงบศึก
เปรม ร่วมงาน สัญญา คุ้มกันปึ้ก
ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต จัดงานวัน สัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2552 โดยเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 เมษายน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สักการะอนุสาวรีย์ ศ.สัญญา มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี, นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี, นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา, นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานกองทุน ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์, นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้การต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยกำลังตำรวจหลายส่วนรวมแล้วกว่า 200 นาย พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแบบสแกนมาตรวจผู้เข้าร่วมงานอย่างละเอียด รวมถึงใช้เครื่องสแกนตามพุ่มไม้เพื่อหาสิ่งแปลกปลอม นอกจากนี้ ยังเตรียมเครื่องยิงตัดสัญญาณระบบแรงอัดน้ำแรงดันสูงไว้ด้วย
ยิ้มทักทาย พิจิตร-อักขราทร
เวลา 09.05 น. พล.อ.เปรมมาถึงงานท่ามกลางการอารักขาของตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่าสิบนาย มี พล.อ.พิจิตร นายสุเมธ นายสมคิด และนายอักขราทร ให้การต้อนรับ โดย พล.อ.เปรมทักทาย พล.อ.พิจิตร และนายอักขราทรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมพูดคุย พล.อ.พิจิตรส่วนตัวนาน 5 นาที
เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสัมมนา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มธ.ศูนย์รังสิต กองทุน ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ และมูลนิธินิติศาสตร์ มธ. จัดพิธีมอบรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2552 ประเภทนักกฎหมายดีเด่น ให้แก่นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประเภทนักศึกษากฎหมายดีเด่นให้แก่ น.ส.อชิรญาณ์ จันทร์พูล บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มธ. (เกียรตินิยมอันดับ 2) เมื่อปี 2550
ยกย่องคนดี - สกัด คนไม่ดี
พล.อ.เปรมกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชนกับผู้ได้รับรางวัลว่า การยกย่องคนดีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ฉะนั้น การที่กองทุนสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ยกย่องคนดีให้ปรากฏทุกปี ปีละ 2 คน เป็นเวลา 10 ปีมาแล้ว เป็นการกระทำหน้าที่ของคนไทยที่น่าจะได้รับการยกย่องส่งเสริม เป็นการตอบแทนบุญคุณประเทศที่ยิ่งใหญ่ ประเทศไทยถ้ามีคนดีเพิ่มขึ้น คนไม่ดีก็น่าจะลดลง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ไว้ว่า ให้ยกย่องส่งเสริมคนดีให้คนดีมาดูแลบ้านเมือง และกีดกันคนไม่ดีไม่ให้เข้ามายุ่งหรือเกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมือง หรือกิจการที่สำคัญๆ
ชี้คนไทยตื่นตัวแยกออก
ภายหลังการมอบรางวัล พล.อ.เปรมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งในปัจจุบันว่า ถ้าคนไทยน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ จะผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาขณะนี้เกิดขึ้นเพราะแยกไม่ออกระหว่างคนดีกับคนไม่ดีหรือไม่ พล.อ.เปรมย้อนถามกลับว่า ทำไมล่ะ ไม่เห็นแยกยากตรงไหนเลย แยกได้ ก็ได้ประโยชน์มาก เมื่อถามย้ำว่า ประธานองคมนตรีเป็นคนดี แต่มีความพยายามที่จะพาดพิงถึงในทางร้าย พ.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่เป็นไร ผมก็ยังเป็นอยู่อย่างเดิม เมื่อถามอีกว่า จะทำให้สังคมตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.เปรมกล่าวว่า เขาตื่นกันแล้วมั้ง เขารู้จักแยกความดีกับความไม่ดี
แนะเดินตามรอยในหลวง
เมื่อถามว่า กลุ่มเสื้อแดงระบุว่าประธานองคมนตรีอยู่เบื้องหลังทั้งหมด อยากให้ชี้แจง พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่พูดแล้ว พูดหมดแล้ว เมื่อถามว่า สิ่งที่แจงคนยังไม่รับรู้ในวงกว้าง พล.อ.เปรมย้อนถามว่า กว้างแค่ไหน ผมไม่ทราบ แต่ได้พูดไปหมดแล้ว และก็พยายามให้สติไปตลอดเวลาในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ บอกว่าให้คนไทยต้องรักสามัคคีกัน และขอให้น้อมนำเอาพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปปฏิบัติ ทุกอย่างจะเรียบร้อย
เมื่อถามต่อไปว่า พรรคฝ่ายค้านเสนอให้นำคนกลางคือ นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่รู้ อยากรู้ไปถามเขาสิ ก่อนหันไปยิ้มให้นายสุเมธที่ยืนอยู่ด้านหลัง
รับตีองคมนตรีบั่นทอนสถาบัน
เมื่อถามต่อไปว่า กลุ่มเสื้อแดงจะไปปิดล้อมที่บ้านสี่เสาเทเวศร์เตรียมรับมือหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เมื่อถามว่า จะอยู่ในบ้านสี่เสาเทเวศร์ใช่หรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า มีบ้านหลังเดียว
เมื่อถามอีกว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณโจมตีประธานองคมนตรี กับ พล.อ.สุรยุทธ์ มีเป้าหมายไปไกลกว่านั้นหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า สื่อรู้ดีกว่าผม และผมไม่ได้สนใจว่าคุณทักษิณพูดว่าอะไร เพราะบอกหลายครั้งว่าไม่ค่อยได้ฟังด้วยซ้ำไป
เมื่อถามย้ำว่า การมุ่งโจมตีบุคคลรอบตัวพระมหากษัตริย์ จะเป็นการบั่นทอนสถาบันหรือไม่ พล.อ.เปรมพยักหน้า และกล่าวว่า น่าจะเป็น เมื่อถามว่า จะป้องกันอย่างไร พล.อ.เปรมกล่าวว่า ก็อย่าพูดสิ เมื่อถามว่า หวั่นไหวหรือไม่ในวันที่ 8 เมษายน พล.อ.เปรมกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มุมปากว่า วันนั้นไม่ไปไหนหรอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พล.อ.เปรมมอบรางวัล เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้สื่อข่าวไปรอหน้าทางเข้าสถาบันก่อนแจ้งว่า พล.อ.เปรมจะแถลง เมื่อ พล.อ.เปรมมาถึงจุดนัดหมาย ได้หยุดเตรียมให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวว่า ค่อยๆ ถาม ถามทีละคน อย่าแย่งกันถาม เพราะฟังไม่ได้ยิน จากนั้นให้สัมภาษณ์ประมาณ 5 นาที ระหว่างให้สัมภาษณ์มีสีหน้าเรียบเฉย และอมยิ้มเล็กน้อยบางจังหวะ
สุเมธ ปัดตัวกลางเจรจาสงบศึก
ด้านนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุอยากให้เป็นคนกลางทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้งทางการเมืองว่า ทำไมบ้านเมืองต้องเป็นซ้าย ต้องเป็นขวา ต้องเป็นกลาง ไม่เข้าใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า บ้านเมืองจะไปอย่างไรต่อไป นายสุเมธกล่าวว่า ไม่รู้ แต่สื่อน่าจะหาหาทางออกได้ ฝากไว้ด้วย ในฐานะเป็นคนไทยก็เป็นห่วงบ้านห่วงเมือง ไม่มีคนไหนที่ไม่ห่วง ทางออกในขณะนี้ควรนึกถึงประโยชน์ของบ้านเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีคนติดต่อให้เป็นคนกลางจะสนใจหรือไม่ นายสุเมธ กล่าวว่า ไม่เอา สื่อนั่นแหละต้องทำหน้าที่เป็นคนกลาง เรื่องนี้ก็ได้ยินจากสื่อนั่นแหละ
สุจิต ชี้สังคมไทยต้องมีกษัตริย์
เวลา 11.00 น. นายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวปาฐกถาในงานเดียวกันเรื่อง ปัญหาและแนวทางของการเมืองไทยภายหลังวิกฤต ว่า การที่มีวิกฤตแสดงว่าบ้านเมืองมีปัญหาต้องแก้ไข หลายคนบอกต้องปฏิรูป คิดว่าไม่ว่าจะปฏิรูปการเมืองอย่างไรก็ตาม ต้องอยู่ในกรอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมระบอบนี้เหมาะกับประเทศไทย แต่อยากให้ลองมองประเทศอื่นที่ปกครองระบอบนี้ ก็มีประชาธิปไตยที่มั่นคง ประเทศเจริญก้าวหน้า และประเทศเหล่านี้พยายามรักษาสถาบัน แสดงว่าสถาบันอยู่คู่กับประชาธิปไตยได้โดยไม่มีความขัดแย้ง อย่างประเทศอังกฤษ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน สเปน และญี่ปุ่น
ความขัดแย้งในขณะนี้ คงปล่อยให้วิกฤตยืดไปมากกว่านี้ไม่ได้ หลายคนมองถึงการสร้างความสมานฉันท์ ผมคิดว่าทำได้แต่ต้องตั้งอยู่บนรากฐานความถูกต้อง ไม่ใช่สร้างความปรองดองบนความไม่ถูกต้อง นายสุจิตกล่าว
คณบดี มธ. เชื่อไม่แตกหัก
ขณะที่นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. ให้สัมภาษณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีผลประโยชน์มาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตนเอง ทำให้ประเทศมีปัญหา ทุกคนเห็นตรงกันว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณหยุดเคลื่อนไหว ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป แต่ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณไม่หยุด การเมืองก็ยังไม่ถึงทางตัน แต่ต้องใช้เวลา เชื่อว่าวันที่ 8-9 เมษายนนี้ การเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะยังไม่แตกหัก และไม่น่าจะรุนแรง
มาร์ค รับหนักใจม็อบตีสถาบัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยออกอากาศสดจากสถานีเกษตรดอยหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองว่า 3 เดือนที่ผ่านมาการชุมนุมเรียกร้องอะไรขอให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย รัฐบาลจะไม่เผชิญหน้าความขัดแย้ง เพราะจะทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายได้ ประชาชนสามารถชุมนุมรอบทำเนียบได้ แต่ขอให้รัฐมนตรีและข้าราชการได้เข้าไปทำงานตามปกติได้
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการเรียกร้องหลายอย่างให้ยุบสภาเลือกตั้งว่า หากถึงเวลาที่เหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้ แต่วันนี้ต้องมีเสถียรภาพก่อน เพราะหากการเลือกตั้งมีความรุนแรงเกิดขึ้นจะเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ต้องการความสงบก่อนที่จะคิดในเรื่องการกลับไปสู่ความมีเสถียรภาพก่อน
เวลานี้ผมหนักใจ 2 เรื่องคือ 1.การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ดังนั้น อย่าทำให้หลักของบ้านเมืองได้รับผลกระทบ 2.ปัญหาเศรษฐกิจที่มาจากข้างนอกเป็นหลัก จึงต้องบรรเทาความเดือดร้อน โดยการกู้เงินจากต่างประเทศที่ผ่านสภา รัฐบาลที่แล้วก็กู้ด้วยไม่ใช่เรื่องแปลก นายอภิสิทธิ์กล่าว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

