รายงาน-เกม ที่ไปไม่ถึง

คมชัดลึก : ย่าง...เข้าสู่วันที่เก้าของการชุมนุม คนเสื้อแดง ที่รวมตัวจากทั่วสารทิศ เพื่อขับไล่อำมาตยาธิปไตยรัฐบาลปัจจุบันและเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนกลับคืนมา ทักษิณ ชินวัตร โยนไพ่ใบสุดท้ายออกมาท้าชนกับขั้วตรงข้ามแบบเปิดการ์ดและคลุกวงใน เพื่อลุยเอาแต้มในยกสุดท้าย แต่คล้ายกับว่า ความบ้าระห่ำ ในเกมนี้ของ อดีต สร.1 นั้น แม้จะสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมืองให้ตระหนกจากระบบ วิดีโอลิงก์ ข้ามทวีป แต่เมื่อเพ่งลงรายละเอียดในคำพูดของชายผู้นี้ จะพบทันทีว่า ซ้ำซาก-วกวน อ้างว่า กระทำเพื่อผลประโยชน์ของมวลชน ...ทั้งๆ ที่นัยที่แท้จริงนั้น มันเป็นการใช้ประชาชนเป็นเกราะกำบังเพื่อเคลียร์ทางให้ตัวเอง เกมนี้ ทักษิณ และคนแวดล้อม ไม่มีแนวทางอื่นๆ ในยุทธการรบคราวนี้แล้ว เพราะการซัดไปยังบุคคลชั้นนำระบบและกลไกของประเทศ ที่ เจ้าตัว อ้างว่าโดนแทรกแซงแบบไร้หลักฐานอ้างอิงนั้น มันไร้ราคาและน้ำหนักในการสร้างความชอบธรรม ไฮไลท์ ของงานนี้ น่าจะอยู่ที่การเชิญแขกของ คนหน้าเหลี่ยม ให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกคำรบ เพื่อกอบกู้วิกฤติของบ้านเมืองในทุกๆ ด้าน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยามนี้คดีความในการอายัดสมบัติของครอบครัวชายผู้นี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น หาก ทักษิณ ชินวัตร ไม่สามารถควบคุมหรือล้มกระดานการเมืองนี้ได้นั้น ทักษิณ อาจต้องเสียทรัพย์สินมหาศาลให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เมื่อเหลียวมองความเคลื่อนไหวบนเวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐและแนวรบด้านไซเบอร์ เพื่อชิงพื้นที่ข่าวรายวันแล้วนั้น แนวร่วม ที่มาร่วมสังฆกรรม หากเทียบเคียง ม็อบสีเหลือง แล้วนั้น จะพบว่า ทักษิณ แทบจะไร้พันธมิตรในการขับเคลื่อน แม้จะมีน้ำเลี้ยงจากกองบัญชาการให้เบิกจ่ายในอัตราสิบหลักต่อวัน แต่มันคล้ายว่า จะเป็นการละลายเม็ดเงินให้สลายไป แม้อภิมหาเศรษฐีจะมีเงินถุงเงินถังในการเคลื่อนไหว แต่หากมันไม่สามารถไปให้ถึงฝั่งฝันนั้น ความเป็น ยาจก อาจจะคืบคลานมาหาในอีกไม่กี่อึดใจ เพราะประเด็นที่คนกลุ่มนี้หยิบมาโจมตีนั้น เนื้อหาสาระค่อนข้างเบาหวิว-ถ้อยคำในการปลุกเร้าประชาชนนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรงและค่อนข้างหยาบกระด้าง รวมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหา ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ดีที่สุดของการชุมนุมครั้งนี้ คือ ทักษิณ เพียงผู้เดียว เมื่อเปิดประเด็นนี้ออกมาแล้ว กระแสมันตีกลับโดยพลัน ลำพังจะอาศัย สามเกลอหัวแข็ง และทีมงานมาเป็น แม่เหล็ก ดึงดูดมวลชนนั้น ก็ใช่ว่าจะมีกำลังพอเพียงในการมัดหัวใจและสร้างเครือข่าย ขณะที่การปิดล้อมทำเนียบ และเตรียมดาวกระจายไปยังพื้นที่เป้าหมายหลายแห่งนั้น มวลชนที่มาร่วมสู้ค่อนข้างลดลงตามวันและเวลา ดีเดย์ ของคนเสื้อแดงนั้น ปักธงไว้ในวันที่ 8 เมษายน ที่จะเป็นการรบขั้นแตกหักในสงครามมหาประชาชนครั้งนี้ ไม่ชนะ-ไม่เลิก คือ คำขวัญที่ สามเกลอ ประกาศต่อสังคมและปลุกเร้าแนวร่วมให้มีแรงกาย-แรงใจในการลุย ทว่ากระแสตอบรับจากสังคมนั้น ขอให้เหล่า แม่ทัพ-นายกอง และฝ่ายกุนซือของคนเสื้อแดง เหลียวมองด้วยว่า มันได้รับ เสียงปรบมือ หรือว่า ก้อนอิฐ เป็นรางวัล เมื่อ คนหน้าเหลี่ยม โยนไพ่ใบสุดท้ายออกมา และพยายามเรียกอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนที่โดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ให้ออกมาสู้ โดยไม่ต้องเหนียมอายใดๆ แล้ว ท่าทีตอบรับของคนใกล้ชิดนายใหญ่นั้น บุคลากรที่ออกมาร่วมขบวนนั้น อาทิ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นพดล ปัทมะ พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดิศร เพียงเกษ สุพร อัตถาวงศ์ สุนีย์ เหลืองวิจิตร ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ฯลฯ ใช่ว่าจะเป็นตัวชูโรงชั้นดีเท่าใดนัก แล้วไยไม่มีเงาของ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ภูมิธรรม เวชยชัย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ จาตุรนต์ ฉายแสง มาร่วมขับเคลื่อน แม้ว่าคนกลุ่มหลังจะยังเป็นมันสมองให้ ทักษิณ ในการเดินเกมและร่วมสนับสนุนปัจจัยบวกกำลังพลในการเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน พอจะสะท้อนเงารางๆ ได้ว่า เกมในวันนี้ใช่ว่าจะอยู่ในมือของ ทักษิณ ความฝันในการพลิกเกมให้กลับมาเป็นต่อนั้น อาจจะไกลออกไปในทุกนาที ดีไม่ดี...ความผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของชายวัยปริ่ม 60 ปีผู้นี้ อาจจะประสบเร็วกว่าที่คาดฝันก็เป็นได้ ** โต๊ะข่าวการเมือง**

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทักษิณพร้อมเจรจาเทือกเพื่อประเทศ รัฐบาล-กองทัพถกเครียดรับมือ 8 เม.ย. ทักษิณดึงเกมดูท่าทีทำม็อบเสื้อแดงชะงัก หมวดเจี๊ยบ ARE YOU OK? เรียงข่าวร้อยคน (ศุกร์ที่ 3 เม.ย.52)

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด