กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางป้องกันและฟื้นฟูการปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดิน

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับหน่วงงานภาครัฐและเอกชน หารือร่วมกันถึงแนวทางป้องกันและฟื้นฟูการปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดินในประเทศไทย นายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดินในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ จึงมีนโยบายที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดให้การประกอบกิจการที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ต้องศึกษาและนำเสนอวิธีป้องกันในการลดผลกระทบ ทั้งนี้จะต้องทำความเข้าใจร่วมกันในการสร้างความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาระหว่างหน่วยงานราชการและประชาชน โดยภาครัฐจะเป็นหน่วยงานหลัก ที่จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวในการบริหารจัดการกำกับดูแล โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่การรับผิดชอบในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งการป้องกันและการแก้ไขยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบทิ้งของเสียและสารเคมีอันตรายได้ และขาดความชัดเจนของหน่วยงานในทางปฏิบัติ ที่จะรับผิดชอบในการฟื้นฟู ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย ในจังหวัดสระบุรี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงที่มีการลักลอบทิ้งของเสียและสารอันตรายมากที่สุด ด้านนายวรพงศ์ ตั้งอิทธิพลากร นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ระดับชำนาญการ กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายใดๆ ในประเทศที่มีเป้าหมายในการป้องกันและฟื้นฟูการปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดินเป็นพิเศษ แต่มีลักษณะของการกระจายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบออกไปในหน่วยงานต่างๆ โดยไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น หน่วยงานใดจะมีหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขในระยะสั้น โดยยังไม่มีมาตรการแก้ไขระยะยาว

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด