แม่ร่ำไห้ เผยประโยคสุดท้ายที่บอก มีทรัพย์ ต.อิทธิพร "ถ้าเหนื่อยก็พัก"

แม่ร่ำไห้ เผยประโยคสุดท้ายที่บอก มีทรัพย์ ต.อิทธิพร "ถ้าเหนื่อยก็พัก"

แม่ร่ำไห้ เผยประโยคสุดท้ายที่บอก มีทรัพย์ ต.อิทธิพร "ถ้าเหนื่อยก็พัก"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บรรยากาศงานศพน้องฟิวส์ นักมวยไทยเยาวชนดาวรุ่งชื่อดัง เจ้าของฉายา “มีทรัพย์ ต.อิทธิพร” ที่ถูกกลุ่มคนร้ายจ่อยิงแสกหน้าเสียชีวิต ด้านแม่ร่ำไห้เผยประโยคสุดท้าย บอกถ้าเหนื่อยก็พัก ก่อนลูกสิ้นใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่วัดพยัคฆภูมิวราราม ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีสวดอภิธรรมศพ นายนันทพงศ์ รักพร้า หรือน้องฟิวส์ อายุ 16 ปี เจ้าของฉายา “มีทรัพย์ ต.อิทธิพร” นักมวยเยาวชนดาวรุ่งชื่อดัง ที่ถูกกลุ่มคนร้ายจ่อยิงแสกหน้า จนเสียชีวิตที่ จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ ญาติได้นำศพกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องฟิวส์ โดยมีเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว ต่างก็เดินทางนำพวงหรีดดอกไม้และพวงหรีดพัดลมมามอบให้ เพื่อเป็นการเคารพศพ และแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต โดยบรรยากาศงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก

โดย นางลัดดา กล่อมมิตร ยายของน้องฟิวส์ กล่าวว่า หลานเป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบ เริ่มชกมวยจริงจังตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ไม่เคยเกเร พอกลับมาที่บ้านก็จะเป็นคนติดบ้าน ไม่เที่ยวเตร่ เล่นอยู่แต่กับน้องสาว และญาติพี่น้องในบ้าน เป็นคนที่มีวินัยต่อตนเอง

พอกลับมาจากค่ายมวยมาพักผ่อนที่บ้านก็ยังมาออกกำลังกาย มาซ้อมมวยอยู่บ้าน ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับหลานของตนเอง อยากให้จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว หากจับได้ก็จะไปดูหน้า อยากถามว่าทำแบบนี้ทำไม หากจะหาเรื่องกันทำไมต้องทำให้ถึงตาย

ด้าน นางสุกัญญา รักพร้า มารดาของน้องฟิวส์ กล่าวว่า ภายหลังจากทราบข่าวว่าน้องถูกยิง ขณะนั้นตนเองอยู่บ้านที่ จ.มหาสารคาม ก็รีบขับรถไปกับพ่อของน้อง ระหว่างได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอว่า น้องอาการสาหัสมากเพราะถูกยิงที่กลางหน้าผาก ลูกกระสุนมีลักษณะเหมือนลูกตะกั่วจำนวน 5 ลูก ฝังอยู่ในสมองของน้อง หากจะผ่าตัดก็เกรงว่าน้องจะไม่ฟื้น ตนจึงได้บอกคุณหมอว่าทำอย่างไรก็ได้ ให้น้องฟิวส์มีลมหายใจได้อยู่รอพ่อกับแม่ก่อน

ซึ่งเมื่อไปถึงที่โรงพยาบาล ตนได้เข้าไปเห็นสภาพของน้องฟิวส์แล้วแทบใจสลาย เพราะภาพที่เห็น คือ ช่วงหน้าผากน้องบวม มีร่องร่อยของดินปืน เพราะถูกยิงแสกหน้า มีเลือดออกหูออกจมูก  ตนต้องกัดฟันทำใจให้เข้มแข็งเพื่อพูดคุยกับน้องฟิวส์ บริเวณข้างเตียงว่า “ฟิวส์ครับ สู้มั้ยลูก ถ้าสู้ก็อยากให้ลุกขึ้นมา แม่อยากให้ลูกสู้ ไม่ว่าลูกจะกลับมาสภาพไหนแม่ก็จะสู้” ตนได้กล่าวทั้งน้ำตาที่อาบแก้ม ในขณะที่ชีพจรของลูกก็เต้นอ่อนลงเรื่อย ๆ ช่วงเวลานั้นหัวอกคนเป็นแม่รู้สึกเหมือนใจจะขาด

จากนั้นไม่นานเมื่อแม่ดูแล้วว่าน้องฟิวส์คงไม่ไหวจริง ๆ แม่จึงได้พูดกับน้องเป็นประโยคสุดท้ายว่า “ฟิวส์ครับ ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าไม่ไหวแล้วก็พักนะลูก แม่จะอยู่ให้ได้ และแม่จะอยู่ให้ได้อย่างดี” เมื่อสิ้นประโยคสุดท้ายน้องก็ค่อย ๆ หายใจแผ่วเบาและจากไปอย่างสงบ

นางสุกัญญา กล่าวด้วยเสียงสะอื้นว่า ครอบครัวไม่ได้มีฐานะดี ตลอดชีวิต 15 ปี น้องฟิวส์คือความหวังของคนในครอบครัว ชกมวยและหารายได้จุนเจือครอบครัวมาตลอด ตอนนี้แม่เหลือน้องสาวของฟิวส์อีกคน ซึ่งก็จะดูแลน้องให้ดีที่สุด

และขอวิงวอนให้ตำรวจจับคนร้ายได้เร็ว ๆ และเมื่อจับคนร้ายได้ก็อยากถามว่าทำไมเค้าถึงมีจิตใจอำมหิต ชักปืนยิงตัดสินชีวิตลูกของตนเองแบบนี้ เราไม่เคยรู้จักกันหรือเคยทำเรื่องหมางใจกันมาก่อน แต่อยู่ดี ๆ ก็มาฆ่ากันได้ง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรือ    

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล