ชายจีนทุ่มเวลา 9 ปี เนรมิตเขาหัวโล้นให้กลายเป็นป่าเขียวขจี

S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสภาพสิ่งแวดล้อมของจีน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากความพยายามของหลายๆ ภาคส่วนและรัฐบาลท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามามีส่วนร่วมของทุนทางสังคม

ที่เมืองไท่หยวนในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน นายจาง จวิ้นผิง อดีตผู้ประกอบการใช้เงินกว่า 600 ล้านหยวน (ประมาณ 3 พันล้านบาท) ในการเปลี่ยนเนินเขาหัวโล้นที่เคยเป็นพื้นที่ทำเหมืองหลายลูกให้กลายเป็นเทือกเขาสีเขียวชอุ่ม จนหลายคนรู้สึกทึ่งกับความสำเร็จที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้

โดยเมื่อปี 2009 ภูเขายู่ว์เฉวียนที่ตั้งอยู่ริมชานเมืองไท่หยวน ยังคงเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่เต็มไปด้วยหินได้รับความเสียหายจากการทำเหมืองขนาดใหญ่ จางจึงตัดสินใจเข้ามารับงานฟื้นฟูพื้นที่แห่งนี้ และได้จ้างคนงานในท้องถิ่นจำนวนมากมาปลูกต้นไม้เพื่อรักษาภูเขา

หลังจากทำงานหนักกันหลายปี ต้นไม้ 4 ล้านต้น ก็หยั่งรากลงที่นี่ โดยครอบคลุมพื้นที่ 8 ล้านตารางเมตรของภูเขา โดยมีการทำระบบจ่ายน้ำที่ครอบคลุมและทั่วถึง

ขณะนี้จางยังคงลงทุนเงินอย่างต่อเนื่องในการซ่อมแซมพื้นที่ที่เสียหายจำนวนมากของภูเขาแห่งนี้ และวางแผนจะปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เขากล่าวว่าการซ่อมแซมภูเขาที่ชำรุดเพื่อให้มีสภาพที่เหมาะแก่การปลูกต้นไม้นั้น ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินเป็นจำนวนมาก

“ทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ในการซ่อมแซมพื้นที่ที่เสียหาย ขั้นแรกเราใช้เครื่องขุดเพื่อสร้างความลาดชัน จากนั้นคนงานจะเจาะหลุมเข้าไปในหิน ขั้นที่สามแรงงานจะส่งถุงดินและปุ๋ยขึ้นไปและขั้นตอนสุดท้ายคือการปลูกต้นไม้” จางผู้ที่เคยมาทำงานทั้งๆ ที่ขาหักกล่าว

ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ทีมคนงานของจางได้ปลูกต้นไม้บนเนินเขาหินมากกว่า100 ลูก ตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเนินเขาอีก 70- 80 ลูก ให้กลายเป็นผืนดินสีเขียวภายในเวลา 5-6 ปีข้างหน้า

“ตอนแรกเพื่อนหลายคนไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผม พวกเขาไม่เชื่อว่างานนี้มันจะสามารถทำสำเร็จได้ แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมทำไม่สำเร็จลูกชายของผมก็สามารถทำต่อได้ ถ้าลูกชายทำไม่สำเร็จอีก หลานชายของผมก็จะทำมันต่อ ผมแน่ใจว่ามันจะสำเร็จ คุณต้องยืนหยัดและไม่ยอมแพ้”

“สวนป่ายู่ว์เฉวียน” ของเขาคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จภายในอีก 5 ปีข้างหน้า แม้ว่าจะยังไม่ได้รับผลกำไรใดๆ ในเร็ววัน และอาจจะยากแม้กระทั่งการคืนทุนที่ใช้ไป แต่จางกล่าวว่าเขาไม่เคยเสียใจที่เลือกทำเช่นนี้เลย พร้อมกล่าวว่าต้นไม้ทุกต้นเป็นเหมือนลูกของตัวเองและการได้ดูพวกมันเติบโตคือความรู้สึกที่มีความสุขที่สุดสำหรับเขา

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!