ศาลพิพากษาให้ ‘ชิเกตะ’ เป็นพ่ออุ้มบุญลูก 13 คน ตามกฎหมาย

ศาลพิพากษาให้ ‘ชิเกตะ’ เป็นพ่ออุ้มบุญลูก 13 คน ตามกฎหมาย

ศาลพิพากษาให้ ‘ชิเกตะ’ เป็นพ่ออุ้มบุญลูก 13 คน ตามกฎหมาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความคืบหน้าคดีอุ้มบุญ ที่เป็นคดีความมาตั้งแต่ปี 2557 ล่าสุดวันนี้ ศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร 2 นัดฟังคำพิพากษา ในคดี นายมิตสุโตกิ ชิเกตะ พ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น ยื่นคำร้อง ขอเป็นผู้ปกครองเด็กทั้ง 13 คน ที่เกิด โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ อุ้มบุญ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน แล้วเห็นว่า นายชิเกตะ ได้ว่าจ้างหญิงไทยให้ตั้งครรภ์บุตร โดยใช้เชื้ออสุจิตั้งแต่ปี 2556-2557 โดยเป็นเวลาก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ ทางการแพทย์พ.ศ. 2558 จะมีผลบังคับใช้ และมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เด็กทั้ง 13 คน เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

ประกอบกับผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็น ของนายชิเกตะ พบมีสัมพันธ์เป็นบิดาทางสายเลือด และที่ผ่านมา นายชิเกตะได้รับอุปการะเลี้ยงดูด้วยดีตลอดมาและมอบหมายให้บุคคลเข้าเยี่ยมเด็กทั้งหมดในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ดและสถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ เป็นประจำ

นอกจากนี้ นายชะเกตะ ยังเตรียมความพร้อมในการอุปการะเลี้ยงเด็กที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่พักอาศัย การศึกษา เงินอออมที่สะสมให้กับเด็กทั้ง 13 คน อย่างดี จึงมีคำสั่งให้ เด็กทั้ง 13 คน เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ของนายชิเกตะ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์พ. ศ. 2558 มาตรา 56 โดยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงฝ่ายเดียว

ด้าน นายก้อง สุริยมณฑล ทนายของชิเกตะ ระบุว่า ศาลได้มีคำพิพากษา ให้นาย ชิเกตะ เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและ เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงฝ่ายเดียว รวมถึงข้อเท็จจริงก็ยุติว่านายชิเกตะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เพียงต้องการเลี้ยงดูและอุปการะบุตรทุกคน โดยหลังจากนี้จะแจ้งไปยังนายชิเกตะให้รับทราบ และประสาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เพื่อรับเด็กทั้ง 13 คน ไปอยู่ในการดูแล

ส่วนเด็กทั้งหมด จะใช้สัญชาติใด หรือ ไปอาศัยในประเทศกัมพูชา หรือ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่นายชิเกตะจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ยืนยันว่า เหตุผลที่นายชิเกตะ ต้องการมีบุตรเยอะ เนื่องจาก เกิดในครอบครัวใหญ่ อยากให้ลูกเติบโตไปพร้อมกัน และช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัวต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล