มือกระถางทุบเก๋งขอรับผิด ระบายอารมณ์พังยับ นึกว่าเป็นรถแฟนสาว

มือกระถางทุบเก๋งขอรับผิด ระบายอารมณ์พังยับ นึกว่าเป็นรถแฟนสาว

มือกระถางทุบเก๋งขอรับผิด ระบายอารมณ์พังยับ นึกว่าเป็นรถแฟนสาว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายอารมณ์ร้อนใช้กระถางทุบเก๋งยอมรับผิดชอบ ทำเรียกร้องความสนใจ นึกว่าเป็นรถแฟนสาว

จากกรณีรถยนต์ที่จอดไว้บริเวณหน้าตึกแถวย่านสันติธรรม ในตัวเมืองจ.เชียงใหม่ ถูกมือดีก่อเหตุใช้กระถางต้นไม้ทุบรถจะเกิดความเสียหายหลายจุด ทั้งบริเวณกระจกหน้า กระจกหลัง และกระจกมองข้าง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ (30 ม.ค.) ที่สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุนิติ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส ทะเบียน งฉ9980 เชียงใหม่ คันที่ถูกทุบเสียหาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ช้างเผือก โดยการสั่งการของพ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก ผกก.สภ.ช้างเผือก ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานจนสามารถติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุได้ และเชิญตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าพบกันเพื่อไกล่เกลี่ยเจรจากันเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย

เบื้องต้นพบว่าผู้ชาย 1 ใน 2 คน ที่ลงมือก่อเหตุนั้น เป็นแฟนหนุ่มของผู้หญิงเจ้าของตึกที่นายสุนิตินำรถยนต์ไปจอด โดยที่แฟนหนุ่มและผู้หญิงเจ้าของตึกอยู่กันคนละที่ และที่ผ่านมามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ รวมทั้งผู้หญิงเจ้าของตึกไม่ยอมรับการติดต่อใดๆ จากทางแฟนหนุ่มด้วย กระทั่งคืนวันเกิดเหตุแฟนหนุ่มพร้อมคนขับรถได้มาหาที่ตึกดังกล่าว และติดต่อผู้หญิงไม่ได้

เมื่อเห็นรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่หน้าตึก และเข้าใจว่าเป็นรถของคนในบ้านแฟนสาว ด้วยอารมณ์ชั่ววูบและความโมโห จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว หวังเรียกร้องความสนใจจากแฟนสาว กระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าว โดยทางผู้ก่อเหตุได้แสดงความรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ 150,000 บาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาทำให้เสียทรัพย์

นายสุนิติ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้พูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางฝ่ายผู้ก่อเหตุแล้ว และตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงิน 150,000 บาท พร้อมทั้งมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันด้วย ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเนื่องมาจากความเข้าใจผิด จึงไม่ติดใจเอาความใดๆ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน  และยังขออนุญาตจอดรถในจุดดังกล่าวไปต่ออีกสักระยะจนกว่าจะได้ย้ายที่อยู่ เนื่องจากตนเองต้องมาประกอบอาชีพที่เชียงใหม่และภรรยายังคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล อีกทั้งในซอยนี้หาที่จอดรถยากจึงต้องไปขอจอดรถกับข้างบ้านในช่วงกลางคืน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล