หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล

หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล

หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการกระหน่ำแชร์ภาพพระสงฆ์ คือพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขณะกำลังพ่นลูกไฟ กลางงานแห่กฐินสามัคคีภายในวัด ซึ่งมีช้าง 4 เชือกและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงานแห่กฐินจำนวนมาก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (10 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่เดินทางไปยังวัดป่ารัตนสุทธิกระทม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และได้พบกับพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม อายุ 44 ปี ที่ศาลาการเปรียญภายในวัด ก่อนจะทำการสาธิตการพ่นลูกไฟให้ผู้สื่อข่าวดู

โดยการให้ลูกศิษย์นอนคว่ำหน้า จากนั้นใช้ผ้าขาวคลุม ก่อนจะจุดเทียน ร่ายมนต์คาถาหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ระหว่างรอให้น้ำตาเทียนหยดลงขัน เมื่อได้น้ำตาเทียนที่ไหลหยดลงในขันในปริมาณที่ต้องการ จึงยกขันน้ำตาเทียนร้อนๆ เข้าปากเพื่ออมน้ำตาเทียนไว้ โดยที่หลวงพ่อไม่มีทีท่าว่าจะร้อนหรือลวกปากแต่อย่างใด

ก่อนจะพ่นน้ำตาเทียนผ่านเปลวไฟของเทียน จนไฟลุกพรึบผ่านคนที่นอนคลุมผ้าอยู่ โดยผู้ที่เข้ามาให้หลวงพ่อเป่าไฟให้นั้น ต่างเชื่อกันว่าจะเป็นสิริมงคล ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บออกไปจากตัว

พระปลัดรัตนชัย อหิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า การเป่าไฟในภาพที่มีการแชร์ออกไป เป็นการเป่าไฟเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ในงานทอดกฐินสามัคคี เพื่อเคลื่อนขบวนแห่เพื่อเป็นสิริมงคล

ซึ่งศิษยานุศิษย์ที่เป็นเจ้าภาพงาน ต้องการให้หลวงพ่อเป่า ซึ่งก็จะเป็นคนที่มาให้หลวงพ่อเป่า ประพรมน้ำมนต์ มีการคลุมผ้าขาว ก่อนเป่าเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในตัวออกไป อยู่เป็นประจำ ญาติโยมที่เจ็บป่วยก็หาย จึงเกิดศรัทธา มาร่วมงานกฐินกันทุกปี

แต่ระยะนี้ตนก็ไม่ได้เป่าไฟหรือทำพิธีปัดเป่าให้ลูกศิษย์มาประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่วันงานกฐิน ศิษยานุศิษย์อยากให้เป่าเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยเท่านั้น แทนการจุดพลุจุดตะไลที่มีเสียงดังอึกกระทึกครึกโครม ซึ่งอาตมาเองตอนเด็กๆ ก็เป็นศิษย์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน

ส่วนการคลุมผ้าเป่าไฟ ก็เป็นการให้ธาตุไฟแก่โยม เป็นความเชื่อ ไม่เป็นอันตราย หลังเป่าไปอาจจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี เป็นการให้กำลังใจญาติโยม ก็หายป่วยหลายคน ญาติโยมจึงพากันมาให้หลวงพ่อเป่าให้อย่างต่อเนื่องมา 8-9 ปีแล้ว ซึ่งครั้งนี้หลวงพ่อก็ไม่อยากเป่าให้ญาติโยมมากมายหลายคน จึงขอเป่าแค่เป็นพิธีก่อนเคลื่อนขบวนแห่กฐิน แห่ช้างเท่านั้นเอง

ถ้าจะจุดพลุเสียงดังเอิกเกริกก็คงไม่เหมาะสมในช่วงนี้ จึงเป่าเพื่อบูชาไฟ ไฟเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นมีการจุดตะไล บั้งไฟ เพื่อขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล หลังจากหลวงพ่อเป่าไฟ ญาติโยมก็เอาขี้เทียนที่หลวงพ่อเป่าในวันนั้น ไปใส่เป็นน้ำมนต์เพื่อไปรดน้ำมนต์เป็นสิริมงคลกับลูกหลาน กลับไปกิจการจะได้ดีขึ้น ที่เป่าคือใช้น้ำตาเทียนเป่า

ในพระธรรมวินัย ที่บอกว่าห้ามอวดอุตริมนุษยธรรม ตนเองก็ไม่ได้อวดอ้างอะไร เป่าเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ เพราะโยมขอร้อง ถือว่าข้อนี้ยังไม่ผิด ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดร้ายแรง แต่ถ้าในพระธรรมวินัย  ศีลมี 227 ข้อ ข้อที่ห้ามคือปาราชิก 4 ก็ไม่ได้อยู่ในขั้นที่ว่าหนัก เป็นการสงเคราะห์ อนุเคราะห์คือสิ่งที่ประเสริฐ คือสิ่งที่ดีเป็นการให้กำลังใจญาติโยม มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป

ที่ผ่านมาเป่าให้โยม จากที่เจ็บแข้งเจ็บขาเขาก็หาย  จึงถวายปัจจัยหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เอาปัจจัยทั้งหมดไปสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่และโบสถ์วัดที่กำลังสร้าง และยังไม่เสร็จ รวมทั้งสร้างเมน เพื่อสืบทอดและจรรโลงศาสนาต่อไป หลวงพ่อกล่าว

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ ของ หลวงพ่อเป่าไฟ ถูกวิจารณ์ยับ แจงชาวบ้านขอเพื่อสิริมงคล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล