นายกฯ เผยพร้อมฟังเสียงสะท้อน หลังโพลชี้กษิตควรโดนปรับออกมากที่สุด เผยข้อมูลเฉลิมน่าเชื่อถือ

โพลยก กษิต อันดับ 1 ควรปรับออก บุญจง มาที่ 2 มาร์ค คะแนนหนุนอยู่ต่อลิ่ว 83.5% แต่ความนิยมยังไม่แรงเท่า ทักษิณ ขณะที่เชื่อถือข้อมูลของ เฉลิม มากที่สุด นายกฯเผยยังไม่ทราบผลสำรวจแต่พร้อมรับฟังเสียงสะท้อน

โพลกษิต อันดับ1ควรปรับออก

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อควันหลงผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและแนวโน้ม ความนิยมศรัทธาต่อนายอภิสิทธิ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ โดยประชาชนได้ให้คะแนนความน่าเชื่อถือในข้อมูลของนักการเมืองที่นำมาใช้ในการ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ดังนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 4.89 คะแนน รองลงมา คือ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้คะแนน 4.80 คะแนน นายสุนัย จุลพงศธร ได้ 4.75 คะแนน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ 4.69 คะแนน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ 4.65 คะแนน นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ 4.52 คะแนน และนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ได้ 4.34 คะแนน

ความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าควรถูกปรับออก หรือไม่ควรถูกปรับออกพบว่าอันดับแรก คือ นายกษิต ภิรมย์ ร้อยละ 41.8 เห็นว่าควรปรับออก แต่ร้อยละ 58.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ร้อยละ 27.6 เห็นควรปรับออก แต่ร้อยละ 72.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ร้อยละ 23.6 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก

ความนิยมมาร์คไม่แรงเท่าแม้ว

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังร้อยละ 20.4 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.6 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังร้อยละ 18.2 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.8 เห็นว่าไม่ควรปรับออก และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 16.5 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 เห็นว่าไม่ควรปรับออก

ในการสำรวจครั้งนี้พบแนวโน้มความนิยมศรัทธาของประชาชนต่อนายอภิสิทธิ์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่น่าพิจารณา คือ หลังเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีประชาชนร้อยละ 50.6 ที่นิยมศรัทธานายกฯคนปัจจุบัน ซึ่งหลักการสำรวจความนิยมสาธารณชนถือว่าอยู่ในโซน B-เนื่องจากเกินร้อยละ 50 มาเพียง 0.6 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความนิยมศรัทธาของประชาชนที่เคยมีให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงของการรับตำแหน่งนายกฯในเดือนพฤษภาคม 2544 ที่อยู่ในโซน B+ แต่อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งล่าสุดนี้ พบว่า ความนิยมศรัทธาของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ร้อยละ 23.6 หรืออยู่ในโซน D+ เท่านั้น

นายกฯฟังเสียงสะท้อนแต่ไม่ปรับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงเอแบคโพลล์ ที่พบประชาชนต้องการให้ปรับนายกษิตออกจาก ครม.เป็นลำดับแรกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เดี๋ยวจะไปดู ตนจะฟังเสียงสะท้อนและข้อห่วงใยต่างๆ ที่เข้ามา อย่างไรก็ตาม นายกษิตไม่ได้มีปัญหาในการทำงาน ซึ่งงานด้านการต่างประเทศที่นายกษิตทำมาก็ไปได้ด้วยดี ประเด็นที่คนห่วงใยและติดใจคือการเคลื่อนไหวของนายกษิตก่อนหน้านี้ ซึ่งยืนยันได้ว่า 1.ถ้ามีคดีความอะไรต่างๆ ก็ต้องเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีสิทธิเหนือคนอื่น และ 2.นายกษิตได้ยอมรับในสภาว่าจะใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะต้องยึดถือตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องการไม่สร้างความแตกแยก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างการให้นายกษิตปฏิบัติหน้าที่ต่อ กับแรงกดดันที่ถาโถมใส่รัฐบาล จะตัดสินใจอย่างไร นายกฯกล่าวว่า จะยึดถือว่าการทำงานต้องมุ่งที่ความสำเร็จของงาน ก็จะมีการประเมินกันตลอด

ส่วน ส.ส.กลุ่ม 12 พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ที่ยกมือไว้วางใจให้รัฐมนตรี มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะดึงเข้าร่วมรัฐบาลในการปรับ ครม.ครั้งต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการปรับ ครม. แต่ถ้ามีเพื่อน ส.ส.สนับสนุนงานของรัฐบาลมากขึ้นก็ขอบคุณ และคงต้องคุยกับวิปรัฐบาลต่อไป เมื่อถามอีกว่า มีข่าวถึงขั้นว่า พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก หัวหน้ากลุ่ม 12 เตรียมแต่งตัวรอเป็นรัฐมนตรีแล้ว นายกฯกล่าวย้ำว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องการปรับ ครม. ที่ผ่านมาเมื่อเห็นว่าคะแนนความไว้วางใจของรัฐมนตรีแต่ละคนมากกว่าจำนวน ส.ส. รัฐบาล ก็คิดว่าต้องเดินหน้าที่งาน

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด