เงิน 5 หมื่น... ฝากกินดอกเบี้ย แบงก์ไหนจ่าย ดี๊ดี

แม้จะเป็น ขาลง ของดอกเบี้ยฝากแบงก์ แต่กลับปรากฏว่าสงครามเงินฝากเพิ่มองศาจนใกล้ถึงจุดเดือด ซึ่งน่าจะด้วยเหตุผลที่มองได้ 2 ประเด็น คือ 1. รักษาฐานเงินฝาก 2. ปรับโครงสร้างต้นทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มรายได้ที่ลดลง

เห็นได้จากตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา แบงก์ใหญ่ กลาง และเล็ก ลงสนามเปิดตัวแคมเปญเงินฝากทั้งฝากประจำ ออมทรัพย์ หรือแม้แต่เงินฝากพ่วงกองทุนที่จ่ายดอกเบี้ยสูง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ฝาก ด้วยโจทย์ของแบงก์ปี 2552 ยากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ทั้งในแง่ของการรักษาส่วนต่างดอกเบี้ย (สเปรด) และการบริหารต้นทุน

**** KTB เน้นฝากสั้น

เช่นเดียวกับโจทย์ของผู้ออมและผู้ลงทุน ซึ่งคำถามของผู้ฝากที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ก็คือ แบงก์ไหนให้ดอกเบี้ยสูงสุด

โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยขาลง ข้อแนะนำในการเลือกการลงทุน คือ เลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะกลางถึงยาว แต่ให้ผลตอบแทนที่ไม่ต่ำจนเกินไป เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังต่ำต่อเนื่อง ที่อาจจะมีผลให้ผลิตภัณฑ์เงินฝากในระยะต่อไปเสนอผลตอบแทนที่ต่ำตามไปด้วย

คราวนี้ ลองมาดูว่า มีเงินก้อนหนึ่งอยู่ประมาณ 50,000 บาท เลือกลงทุนแบงก์ไหนจะได้ดอกเบี้ยดีที่สุด

แคมเปญ KTB Birthday ของ แบงก์กรุงไทย ฉลองครบรอบ 43 ปี รับเงินฝากประจำ 4 เดือน ดอกเบี้ย 1% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน รับฝากขั้นต่ำ 50,000 บาท และวงเงินฝากเกิน 3 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 1.25% ต่อปี เทียบระยะเวลารับฝากที่ 4 เดือน แต่จ่ายดอกเบี้ยที่ 1%ต่อปี เรียกได้ว่า กรุงไทย จ่ายดอกเบี้ยในระดับที่ค่อนข้างดี เมื่อเทียบแบงก์ใหญ่ด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันเงินฝากประจำ 3 เดือนของแบงก์ใหญ่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.00% ฝากประจำ 6 เดือนอยู่ที่ 0.75-1.25%

ดังนั้นคำนวณจากเงินต้น 50,000 บาท ฝากครบ 4 เดือน ผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 167 บาท หรือเฉลี่ยดอกเบี้ยต่อเดือนที่ได้รับประมาณ 41- 42 บาท

***ไทยพาณิชย์เน้นฝากยาว

คู่คี่มากับแคมเปญของกรุงไทย แต่เป็นแคมเปญที่เน้นฝากระยะยาว

แบงก์ไทยพาณิชย์ เปิดตัว บัญชีเงินฝากประจำ 15 เดือน กำหนดวงเงินฝากเริ่มต้นที่ 50,000 บาทเช่นกัน เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยก้าวกระโดด จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปี การันตีดอกเบี้ยเพิ่มทุก 3 เดือน หรือเฉลี่ยผลตอบแทนจากแคมเปญนี้อยู่ที่ประมาณ 1.4% ต่อปี

แม้ว่าแคมเปญแบงก์ไทยพาณิชย์ จะมีข้อจำกัดจากที่ต้องฝากนานถึง 15 เดือน และมีข้อควรระวังกรณีที่ถอนก่อนกำหนด 3 เดือนแรกไม่ได้ดอกเบี้ย ถอนระหว่างเดือนที่ 4-6 รับดอกเบี้ยแค่ 0.50% หลังจากนั้นหากถอนก่อนกำหนดจะได้ดอกเบี้ยเพียง 0.75%

แต่ผลตอบแทนจากแคมเปญนี้ สูงกว่าแคมเปญของแบงก์กรุงไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของแคมเปญรับฝากสั้นที่ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าแคมเปญรับฝากยาว โดยเมื่อคำนวณที่เงินฝาก 50,000 บาท จะได้ดอกเบี้ยจากแคมเปญนี้ประมาณ 58 บาทต่อเดือนหรือฝากครบอายุ 15 เดือน รวมดอกเบี้ยที่ได้รับ 875 บาท

อดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ แบงก์ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เงินฝากประจำ 15 เดือนที่นำกลับมาเสนออีกครั้ง เพื่อรองรับลูกค้ารายย่อยใหม่ที่มีเงินฝากระยะสั้น 3 เดือน หรือ 6 เดือน โดยตั้งเป้าระดมเงินฝาก 15,000-20,000 ล้านบาทภายในสิ้นเดือนเมษายน ขณะที่ในปีนี้แบงก์ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเงินฝากประจำจาก 50% เป็น 55% และเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์จาก 40% เป็น 45%

**** KK แชมป์จ่ายดบ.สูง

อย่างไรก็ตาม เทียบทั้ง 2 แคมเปญของแบงก์กรุงไทยและแบงก์ไทยพาณิชย์ข้างต้น ดอกเบี้ยที่เสนอให้แก่ลูกค้าก็ยังแพ้แบงก์เล็กอย่าง เกียรตินาคิน หรือเคเค ซึ่งก่อนหน้านี้ออกแคมเปญ KK เริงร่าท้าลมร้อน 12 เดือน ดอกเบี้ย 2% ทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย โดยโฟกัสฐานเงินฝากเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท จำกัดฝากสูงสุด 2 ล้านบาท ตอบโจทย์ปีนี้ที่มีเป้าหมายเพิ่มฐานบัญชีเงินฝากรายย่อย 100% จาก 24,000 บัญชีเป็น 48,000 บัญชี

แม้เริ่มต้นวงเงินฝากที่ 1 แสนบาท จะเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป แต่ดอกเบี้ยที่เคเคจ่าย 2% ต่อปี ถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับแคมเปญฝากประจำที่แบงก์พาณิชย์ในระบบเสนอเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าในขณะนี้ คำนวณจากวงเงินฝากเริ่มต้นที่ 100,000 บาท ฝากครบ 1 ปี ได้ดอกเบี้ย 2,000 บาท หรือ 166 บาทต่อเดือน (ยังไม่หักภาษีดอกเบี้ย 15%) หรือกรณีฝาก 500,000 บาท ครบ 1 ปีจะได้ดอกเบี้ยที่หักภาษีแล้วที่ 8,500 บาท

ซึ่งเมื่อเทียบแคมเปญของแบงก์กรุงไทย KTB Birthday ฝาก 4 เดือน จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 42 บาทต่อเดือนที่วงเงินฝาก 50,000 บาท หากเป็นวงเงินฝากที่ 1 แสนบาท เท่ากับแคมเปญของเคเค ดอกเบี้ยที่ผู้ฝากจะได้รับจากแคมเปญ KTB Birthday ก็จะอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อเดือนเท่านั้น หรือแม้แต่กรณีแคมเปญบัญชีเงินฝาก 15 เดือนของแบงก์ไทยพาณิชย์ ที่เฉลี่ยดอกเบี้ยต่อเดือนที่ 58 บาท สำหรับวงเงิน 50,000 บาท

ดังนั้นที่วงเงิน 1 แสนบาท ก็จะได้ดอกเบี้ยที่ 116 บาทต่อเดือน ซึ่งเทียบแล้วก็ยังจ่ายดอกเบี้ยสู้แคมเปญของเคเคไม่ได้

ปรเมศวร์ พรหมบุรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แบงก์เกียรตินาคิน ให้ความเห็นว่า แคมเปญเงินฝากประจำ 1 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฝาก เพราะแคมเปญที่รับฝากระยะสั้น ทำให้ผลตอบแทนที่ผู้ฝากได้รับอาจปรับลดลงไปด้วย ในภาวะที่ดอกเบี้ยในระบบมีแนวโน้มลดลง ขณะที่การระดมเงินฝากระยะ 1 ปี สอดรับกับโครงสร้างธุรกิจหลักของเคเคที่เน้นเช่าซื้อ ซึ่งแบงก์เองก็ต้องการล็อกเงินฝากระยะ 2-3 ปี แต่มองว่าหากรับฝากยาวเกินไปอาจไม่เป็นที่สนใจของผู้ฝาก

****ทิสโก้ลุยฐานออมทรัพย์

นอกจากแคมเปญเงินฝากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แบงก์ทิสโก้ ออกแคมเปญ 40 ปี ทิสโก้แนะนำเพื่อน หรือ Friend-get-Friends เสนอดอกเบี้ยฝากออมทรัพย์พิเศษอีก 0.50% ให้ลูกค้าเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ที่แนะนำเพื่อนมาเปิดบัญชีออมทรัพย์ใหม่ (วงเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ 20,000 บาท) เงื่อนไข คือ ให้ดอกเบี้ยฝากเพิ่มทุก 0.50% ต่อการแนะนำเพื่อน 1 คน โดยไม่จำกัดดอกเบี้ยสูงสุด แต่จำกัดวงเงินฝากไม่เกิน 100,000 บาท และคำนวณดอกเบี้ยพิเศษให้ผู้แนะนำในช่วง 3 เดือน

หากเทียบผลตอบแทนที่ผู้ฝากบัญชีออมทรัพย์ มีเงินต้น 100,000 บาท ภายใต้แคมเปญดังกล่าว หากแนะนำเพื่อน 1 คน หรือได้ดอกเบี้ยที่ 1.25% (คิดดอกเบี้ยพิเศษให้ 3 เดือน) จะได้รับดอกเบี้ยที่ประมาณ 307 บาท

ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการอำนวยการ สายงานการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ชี้ว่า ดอกเบี้ยจากแคมเปญพิเศษสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ปกติ 40% เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ฉลองครบรอบ 40 ปีของแบงก์ทิสโก้

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าว ผู้แนะนำบัญชีออมทรัพย์พิเศษ ซึ่งปัจจุบันได้รับอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อปี หากแนะนำเพื่อน 1 ราย รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 0.5% รวมเป็นดอกเบี้ยรับ 1.75% ต่อปี, แนะนำเพื่อน 5 รายจะได้รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 2.5% รวมเป็นดอกเบี้ยรับ 3.75% ต่อปี และแนะนำเพื่อน 20 รายจะได้รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 10.0%

รวมเป็นดอกเบี้ยรับถึง 11.25% ต่อปี

ขณะที่โจทย์แบงก์ปี 2552 ยากขึ้นกว่าเดิม จากที่ต้องบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (สเปรด)ไม่ให้ตก เพื่อรักษากำไรสุทธิ โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากขาลง และต้องดูแลต้นทุนเงินฝากที่รับเข้ามา แต่ไม่สามารถนำมาปล่อยสินเชื่อได้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ไม่แตกต่างจากโจทย์ของผู้ฝากที่ต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพื่อบริหารผลตอบแทนจากเงินฝากที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แม้ว่าประเมินทิศทางผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า จะเป็น ขาลง แต่หากมองความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์เงินฝากแล้ว สะท้อนความมีเสถียรภาพมากที่สุดในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า เมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ และเงิน 50,000 บาท ที่มีอยู่ในมือยังหาผลตอบแทนที่น่าพอใจและไม่เสี่ยง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!