เงินอนาคตต้องชดใช้

เลาะเลียบคลองผดุงฯ

ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com

ในปีการศึกษา 2552 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดให้นักเรียนระดับ ม.3 ที่กำลังจะศึกษาต่อในระดับ ม.4 สายสามัญ หรือปวช. ปีที่ 1 และกลุ่มนักเรียน ม.6 ที่จะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย และเป็นผู้ที่ไม่เคยกู้ยืมกองทุน กยศ.มาก่อน อีก ทั้งไม่เคยมีรหัสผ่าน กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้

กยศ.ประมาณการวงเงินการกู้ยืมทั้งสิ้น 36,000 ล้านบาท มีเป้าหมายผู้กู้ยืมประมาณ 981,520 ราย

เงินที่กู้ยืมได้นั้นมั่นใจได้ว่าจะถูกนำไปเป็นค่าเล่าเรียน ค่าบำรุงการศึกษา ค่าลงทะเบียนเรียน และค่าวัสดุการศึกษา ตามจ่ายจริง

นี่ยังไม่รวมค่าครองชีพที่แยกออกมาเป็นเงินกู้ที่จะได้อีก 12 เดือน เดือนละ 2,000 บาท

สำหรับปีนี้ ขอชม กยศ.ทำงานด้วยความรวดเร็วกว่าปีที่ผ่านมา สามารถทำให้ทุกคนเกิดความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าคงไม่มีปัญหาความล่าช้าเหมือนปีที่ผ่านมา เป็นความหวังของคนที่อยากเรียนได้เรียน

การที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือให้ทุกคนได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งใครจะคิดเห็นอย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ควรได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

แต่ในสิ่งที่ดีนั้น ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกและเป็นการขยายจำนวนให้ผู้ยากจนจริงๆ ได้รับเงินเต็มๆ ตามจริงที่ควรจะได้โดยไม่ถูกหารเฉลี่ยไปกับคนที่ไม่จนจริงมากู้ น่าจะเป็นประโยชน์และตรงกับเจตนารมณ์ของ กยศ.มากกว่า

สถาบันการศึกษาน่าจะพิจารณา กรองให้ละเอียดว่าเด็กคนนั้นลำบากจริงหรือไม่ หากลำบากไม่มากนักและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็จัดวงเงินกู้ตามควร ให้รู้ว่าเป็นการใช้เงินในอนาคตที่ต้องชดใช้ มิเช่นนั้นเท่ากับเป็นการบ่มเพาะลักษณะนิสัยเฝ้ารอคอยการช่วยเหลือ ไม่รู้ค่าของเงินเพราะได้มาโดยง่าย

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงนโยบายของรัฐบาล ลดแลกแจกแถมมากมาย หวังเพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ และหวังแต่การหาคะแนนเสียงเพื่อรอการเลือกตั้งนั้น ถ้าจะว่าไปแล้ว ยังพอทำใจได้

แต่การแจก แถมผ่านกยศ.โดยไม่คัดกรองนั้น จะส่งผลต่อพฤติกรรมเยาวชนในอนาคตหรือไม่ น่าคิดมิใช่น้อย

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด