ฉีด คลอแรม เพิ่มไซซ์ 3โจ๋-จู๋เน่า! โร่หาหมอผ่าด่วน

ฉีด คลอแรม เพิ่มไซซ์ 3โจ๋-จู๋เน่า! โร่หาหมอผ่าด่วน

ฉีด คลอแรม เพิ่มไซซ์ 3โจ๋-จู๋เน่า! โร่หาหมอผ่าด่วน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

3 โจ๋อยากเพิ่มไซซ์เจ้าโลก แห่ฉีดยาขยายขนาด ผลสุดท้ายจู๋เน่าต้องโร่ให้หมอรักษา หนุ่มอยากใหญ่เผยตัวเองกับเพื่อนอีก 2 คน ใช้ยาคลอแรมฉีดเข้าอวัยวะเพศ ได้ผลสมใจ มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัว แต่ผ่านไป 2-3 ปีเริ่มออกอาการอักเสบ บวมและเน่า จนต้องเข้าร.พ. หมอรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อและหนังส่วนที่เน่าออก แต่ไม่รับรองว่าจะใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ เตือนโจ๋อยากใหญ่อย่าริฉีดยามั่วๆ เด็ดขาด

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีวัยรุ่น จ.บุรีรัมย์ กลุ่มหนึ่งไปฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศ แล้วเกิดอักเสบลุกลามจนอวัยวะเพศเน่า ต้องให้แพทย์ร.พ.ศูนย์บุรีรัมย์ผ่าตัดรักษา จึงไปตรวจสอบ

ต่อมาได้รับการเปิดเผยจากนายเอก (นามสมมติ) อายุ 20 ปี อยู่ ต.ละเวี้ย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ซื้อยาชื่อ "คลอแรม" ชนิดน้ำ ขนาด 10 ซีซี จำนวน 6 หลอด ราคาหลอดละ 15 บาท จากร้านขายยาแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมือง จากนั้นได้ใช้เข็มฉีดยาที่ซื้อมาฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังอวัยวะเพศ คนละ 2 หลอด

นายเอกกล่าวว่า การใช้ยาตัวดังกล่าวหลังการฉีดต้องปั่นให้ตัวยากระจายทั่วใต้ผิวหนังอวัยวะเพศ จากนั้นอวัยวะเพศจะบวมประมาณ 1 สัปดาห์ และกลับมาเป็นสภาพปกติ เมื่อผ่านไปสักระยะอวัยวะเพศก็ใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่าจากของเดิม ส่วนความยาวยังเท่าเดิม ทำให้ตนรู้สึกภูมิใจมากว่ามีอวัยวะเพศที่ใหญ่ขึ้น เวลามีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงส่วนใหญ่จะพึงพอใจ แต่ผู้หญิงบางคนก็รับไม่ไหว โดยเพื่อนที่ร่วมฉีดยาต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน

นายเอกกล่าวต่อไปว่า ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปได้ 2 ปี เพื่อนทั้ง 2 คนก็มีอาการอักเสบที่อวัยวะเพศ เกิดอาการเน่าเปื่อยและไปผ่าตัดรักษาที่ร.พ.ศูนย์บุรีรัมย์ ส่วนตนยังไม่เป็นอะไร จนเวลาผ่านไปอีก 1 ปี เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็รู้สึกผิดปกติ คืออวัยวะเพศเกิดอักเสบ บวมและเริ่มเน่า จึงไปพบแพทย์ที่ร.พ.ศูนย์บุรีรัมย์ แพทย์รักษาโดยการผ่าตัดลอกหนังหุ้มอวัยวะเพศที่เน่าออกหมด และใช้เครื่องมือแพทย์ดูดเอาสิ่งแปลกปลอมออก จากนั้นใช้หนังอัณฑะเย็บหุ้มอวัยวะเพศเพื่อสร้างเนื้อเยื่อ ใช้เวลานานประมาณ 3 เดือน จะต้องกลับไปผ่าตัดอีกครั้งเพื่อเอาหนังอัณฑะออก แล้วรักษาต่ออีกไม่น้อยกว่า 2 เดือน และไม่สามารถรับรองได้ว่าจะใช้งานได้เหมือนเดิม

นายเอกยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้าที่จะฉีดยาคลอแรมเพื่อเพิ่มอวัยวะเพศ ได้ยินคำบอกเล่ามาจากเพื่อนที่ได้ฉีดมาแล้วนานหลายเดือนว่าไม่มีผลข้างเคียง ตนกับเพื่อนจึงได้พากันไปหาซื้อมาลองฉีดบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปีก็จะเริ่มมีอาการ จึงอยากเตือนเพื่อนวัยรุ่นชายที่คิดจะฉีดยาเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศอย่าได้เสี่ยง เพราะไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้มา จะต้องทนทุกข์ทรมานในระหว่างการรักษานานถึงกว่า 3 เดือน และยังไม่ทราบว่าจะใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ และขนาดอวัยวะเพศจะกลับมามีขนาดเท่าเดิมตามธรรมชาติหรือไม่

นายเอกกล่าวต่อไปอีกว่า เท่าที่ทราบกลุ่มวัยรุ่นชายที่ฉีดยาคลอแรมเข้าไปในอวัยวะเพศทุกคน ต่างทราบกันดีว่าจะต้องไปเจอปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่ยังต้องการจะทำ เพราะอยากให้อวัยวะเพศใหญ่กว่าเดิมเท่านั้น แต่ส่งผลสะท้อนกลับสร้างความวุ่นวายให้ครอบครัว เพราะร.พ.ไม่รับเข้าเป็นคนไข้ปกติ ถือว่าเป็นการศัลยกรรม ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา 20,000-30,000 บาท รู้สึกสงสารครอบครัวมากที่ต้องขายข้าวในยุ้งมารักษา เพราะความคึกคะนองของตนแท้ๆ

ด้านน.พ.ไพโรจน์ จึงอนุวัตร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สาขาศัลยกรรมระบบปัสสาวะ ร.พ.ศูนย์บุรีรัมย์ กล่าวว่า นายเอกผู้ป่วยรายนี้ได้ฉีดยา "คลอแรม" เข้าไปใต้ผิวหนังอวัยวะเพศ จนเกิดอาการอักเสบเน่ารุนแรง ถึงขั้นต้องผ่าตัดหนังหุ้มอวัยวะเพศ ขูดเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อยออก เพื่อไม่ให้อักเสบลุกลามถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศ การรักษาต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะต้องผ่าเอาเนื้อเยื่อที่เน่าออกเป็นระยะๆ

"มีวัยรุ่นจำนวนมากที่เข้าใจผิดต้องการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยนวดด้วยน้ำมันมะกอก ฉีดอวัยวะเพศด้วยยาคลอแรม เพนิซิลลิน หรือซิลิโคน ซึ่งจำพวกนี้เป็นสารแปลกปลอมต่อร่างกาย ฉีดเข้าไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยา จากการติดเชื้อ ทำให้เน่าเปื่อย หรือการฉีดโดยใช้เข็มร่วมกันอาจจะติดเชื้อโรค เช่น โรคเอดส์ได้ การรักษาส่วนใหญ่จะต้องผ่าตัดเอาเนื้อบริเวณที่ติดเชื้อหรือมีสิ่งแปลกปลอมออก ถ้าหากมีการเน่าเปื่อยมากก็จะต้องผ่าตัดหลายครั้ง ในแต่ละปีได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยฉีดยาจำพวกดังกล่าวเข้ารับการรักษาที่ร.พ.ปีละประมาณ 500 ราย ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้มีวัยรุ่นมารักษาแล้วกว่า 100 ราย" น.พ.ไพโรจน์กล่าว

น.พ.ไพโรจน์กล่าวอีกว่า สำหรับยาคลอแรม ชื่อเต็มว่า "คลอแรมเฟนิคอล" เป็นยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ปัจจุบันทางการแพทย์ไม่นิยมใช้แล้ว แต่ไม่อยู่ในข่ายเป็นยาควบคุม น่าจะเป็นยาเก่าที่เจ้าของร้านไม่ยอมเก็บออกจากตู้ หาซื้อได้ตามร้านขายยาเก่าบางร้านเท่านั้น ขอเตือนวัยรุ่นที่คิดจะเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยฝืนธรรมชาติอย่าได้ริลองหรือฉีดยาเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเด็ดขาด

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล