ท่องไปกับใจตน - มหัศจรรย์อินทผลัม มหัศจรรย์โลกมุสลิม

ท่องไปกับใจตน - มหัศจรรย์อินทผลัม มหัศจรรย์โลกมุสลิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ผมเป็นคนเดินทางที่มิใช่นักชิม สัญจรไปหลายถิ่นที่ก็จริง แต่ใครถามว่าไปเมืองไหน มีอะไรอร่อย ตอบไม่ค่อยได้

แต่เมื่อประทับรอยเท้าแรกบนแผ่นดินอียิปต์ ที่นิยมเรียกในภาษาวรรณกรรมว่า แผ่นดินไอยคุปต์ (น่าแปลกใจที่คำนี้ไม่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต แต่ใช้กันอย่างกว้างขวาง) ที่นั่น ผมจำติดใจและติดลิ้นว่าได้กิน อินทผลัม ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยได้กินมา กินแบบสดก็หวานกลมกล่อมเหมือนพุทราผสมแอปเปิลผสมเชอร์รี่ กินแบบสุกก็หวานฉ่ำรสนุ่มกำลังดี ไม่หวานแหลมจนบาดคอ แต่ที่สุดยอดคือความหอมนวลที่อวลอบในอณูเนื้อ จนกำซาบซ่านอยู่ในลิ้นและความทรงจำ ชนิดที่ผ่านมาหลายเดือน ก็ยังจำความหอมนั้นได้

แต่ยิ่งกว่าความหอมหวาน คือความน่าอัศจรรย์ใจของต้นอินทผลัม ที่ผมได้เรียนรู้ด้วยความทึ่ง ระหว่างการเดินทาง ตามรอยโลกมุสลิม ณ แผ่นดินจอร์แดนและอียิปต์ โดยมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ภายใต้การนำของวิทยากรกิตติมศักดิ์ - ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และอาจารย์ทรงยศ แววหงษ์ ผู้กรุณาแบ่งปันความรู้อย่างมิรู้เหนื่อย ทำให้ทราบว่าอินทผลัมเป็นพืชเก่าแก่ของแผ่นดินอาระเบีย เป็นแรงดึงดูดหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ตั้งถิ่นฐานในแถบเมโสโปเตเมีย แหล่งอารยธรรมลำดับต้นๆ ของโลก

เพราะอินทผลัมทนสภาพแห้งแล้งแบบทะเลทรายได้ดี ลำต้นผ่าออกแล้วใช้สร้างบ้านได้ ผลเป็นอาหารของทั้งคนและอูฐ (เรือสำเภาแห่งทะเลทราย) ที่สำคัญคือมีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะมีรสหวาน มีน้ำตาลที่ช่วยให้คนอ่อนเพลียกินแล้วฟื้นความสดชื่นได้เร็ว แถมยังเก็บไว้ได้นาน ยิ่งนำไปตากแห้ง ยิ่งเก็บไว้กินได้ข้ามปี เวลาจะกินก็แค่เอาออกมาแช่น้ำ แล้วจะคืนสภาพอิ่มและหอมหวานเหมือนเดิม โดยนิยมกินกับชา ส่วนชาวเบดูอิน ชนเผ่าสำคัญบนแผ่นดินอาระเบีย กินอินทผลัมกับนมเป็นอาหารหลัก เล่าขานว่าท่านมุฮัมหมัด (ซึ่งพระอัลเลาะห์ทรงเลือกให้เป็นศาสนทูตผู้เผยแผ่ศาสนาอิสลาม) รับประทานอินทผลัมกับชาเป็นอย่างแรกเมื่อละศีลอดในช่วงรอมฎอน ชาวมุสลิมจึงยึดถือปฏิบัติตามกันตราบจนวันนี้ แม้กระทั่งมุสลิมในไทยและอุษาคเนย์

คุณนิธิ ท้วมประถม เพื่อนผู้สื่อข่าวจาก โพสต์ทูเดย์ แบ่งปันความรู้จากประสบการณ์จริงว่า ในช่วงถือศีลอด เป็นจารีตของชาวมุสลิมที่จะต้องกินอินทผลัมในช่วงกลางคืน หลังพ้นเขตเวลาอดอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นหลังจากอดอาหารมาทั้งวัน ที่สำคัญคือเป็นการให้ท้องได้เตรียมตัวก่อนจะกินอาหารมื้อใหญ่ ...เพราะหลังตะวันตกดิน ซึ่งถือว่าพ้นเวลาอดอาหารแล้ว ถ้าคุณกระหน่ำกิน ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน ต้องเริ่มจากอินทผลัมกับชาเป็นการรองท้อง จนราวๆ สามทุ่มจึงกินอาหารหนักๆ ได้ อีกอย่างหนึ่ง การกินอินทผลัมยังเป็นการรำลึกถึงท่านศาสดามุฮัมหมัดอีกด้วย...

จากผลไม้ในพิธีกรรมทางศาสนา ความหอมหวานและอร่อยทำให้อินทผลัมแพร่หลายไปอย่างกว้างขวางโดยไม่มีศาสนามาขวางกั้น วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนสารคดีมือรางวัลสายเลือดกระบี่ ยืนยันจากความรับรู้มาแต่เด็กว่า ชาวปักษ์ใต้ทุกศาสนาถือว่าอินทผลัมเป็นอาหารพิเศษของครอบครัว เป็นที่รู้กันว่าอินทผลัมคุณภาพดีต้องหาซื้อที่ตลาดหาดใหญ่ โดยซื้อขายกันเป็นขีด ปัจจุบันตกขีดละ 70 -100 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพอินทผลัมที่นำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย การสัญจรสู่จอร์แดนและอียิปต์ครั้งนั้น เราจึงได้ลิ้มรสอินทผลัมรสชาติดีจากถิ่นกำเนิดกันอิ่มเอม ในราคาแบบสดกล่องละแค่ 2 ดอลลาร์สหรัฐ แบบแห้งกล่องละ 5 ดอลลาร์

ที่น่าสนใจคือภาษาอังกฤษเรียกอินทผลัมว่า เดท (Date) หมายถึงปาล์มชนิดหนึ่งที่มีผลกินได้ ขณะที่ชาวอาหรับเรียก ทัมรฺ (Tamr) แล้วคนไทยได้ชื่อ อินทผลัม จากไหน ? ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีคำว่า อินทผลัม แต่ไม่ระบุว่าเป็นคำยืมจากภาษาอื่น เหมือนบางคำ เช่น สบู่ เป็นคำยืมจากภาษาโปรตุเกสคือ ซาปู (Sapu) ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะมาจากภาษาอะไร อินทผลัม ก็เลื่อนไหลถ่ายเทจากโลกมุสลิมในดินแดนอาระเบียสู่ทุกภูมิภาครวมทั้งอุษาคเนย์และไทย เช่นเดียวกับ อ้อย ส้ม กาแฟ โซดา ที่ชาวอาหรับรู้จักกินก่อนใครในโลก

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์ความรู้ว่าด้วย โลกของอิสลามและมุสลิมในอุษาคเนย์ ซึ่งจะเป็นหัวข้อสัมมนาวิชาการ ระหว่าง 27-29 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมทวิน โลตัส นครศรีธรรมราช โดยผู้จัดคือ โตโยต้า มีเจตนาจะส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้าองค์ความรู้เกี่ยวกับโลกอิสลาม ทั้งทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และกระตุ้นให้นำความรู้นั้นไปปรับใช้เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน หัวข้อสัมมนาล้วนน่าสนใจใคร่รู้ อาทิ ประวัติศาสตร์ พงศาวดารปัตตานี, อิสลามาภิวัตน์ในอุษาคเนย์, สตรี รานี บทบาทหญิงมุสลิม, พระเจ้าตากสินกับนครศรีธรรมราช เรื่องจริงหรืออิงนิยาย, จากจตุคามรามเทพถึงพระพิฆเนศ ฯลฯ ที่สำคัญคือปาฐกถาพิเศษโดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน สายเลือดนครศรีธรรมราช แล้วยังมีรายการศึกษาอารยธรรมเพื่อนบ้านที่เกาะลังกาวี ในมาเลเซีย สนใจร่วมสัมมนา ติดต่อมูลนิธิโครงการตำราฯ โทร.0-2424-5768 หรือคลิก www.textbooksproject.com

บางที ความขัดแย้งอันนำไปสู่การรบราฆ่าฟันกันจนล้มตายลงอย่างน่าอเนจอนาถใจ ก็มาจากความไม่รู้ และความไม่ใส่ใจจะเรียนรู้กันและกัน มิใช่หรือ ?

เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล

ขอเชิญเที่ยวงาน สามชุกอาหารอร่อยและของดีสี่ภาค (พร้อมมหรสพบนเวที) 4-8 กุมภาพันธ์นี้ ที่หน้าเทศบาลตำบลสามชุก จ.สุพรรณบุรี รายละเอียด โทร.08-9915-2566

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล