จารกรรมข้อมูลบัตรเครดิต ภัยร้ายที่มากับเทคโนโลยี

จารกรรมข้อมูลบัตรเครดิต ภัยร้ายที่มากับเทคโนโลยี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ข่าวจารกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ฉก ข้อมูลบัตรเครดิต สร้างความเสียหายหลายแสนล้าน รวม ถึงข่าวการขโมยบัตรเครดิตแบบง่าย ๆ จากผู้ส่งจดหมาย ที่ทำให้ผู้เสียหายมีหนี้นับแสนทั้งที่บัตรยังไม่ถึงมือ

ข่าวต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัยทางการเงินของตนเอง ซึ่งเป็นที่มาของประเด็นการเสวนา คุยกัน ...ฉันท์วิทย์ จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับศูนย์สื่อสาร วิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงภัยร้ายที่มากับเทคโนโลยีสารสนเทศ และเพิ่มความระมัดระวังข้อมูลส่วนบุคคลให้มากขึ้น

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้อำนวยการโปรแกรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือเนคเทค บอกว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสน เทศช่วยอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตของคนเราได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็กลายเป็นดาบสองคมโดยเป็นเครื่องมือในการกระทำผิดของผู้ไม่หวังดี โดยอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีการเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ที่พบบ่อยคือการจารกรรมข้อมูลบัตรเครดิตและคอมพิวเตอร์

กลโกงในการทำอาชญากรรมดังกล่าว มีหลายวิธี เช่น การจารกรรมข้อมูลส่วนบุคคล หรือการนำเอาข้อมูลผู้อื่นไปใช้ในการเปิดบัตรเครดิตหรือยกเลิกบัตรเครดิต

ด้วยความสะดวกในการทำบัตรเครดิตปัจจุบัน ที่ธนาคารนิยมจัดส่งบัตรเครดิตให้ลูกค้าถึงบ้าน แถมเปิดใช้บัตรก็ทำได้อย่างสบายเพียงโทรฯ แจ้งรายละเอียดส่วนบุคคลกับทางธนาคาร ซึ่งบุคคลใกล้ตัวก็สามารถทราบข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ได้ แม้แต่เป็นบุคคลอื่นในยุคไซเบอร์ ข้อมูลเหล่านี้อาจปรากฏ จากการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้อาชญากรบางกลุ่มยังอาจใช้การหลอกลวงด้วยการปลอมตัวหรือหลอกลวงว่าเป็นบุคคลจากทางธนาคาร เพื่อล้วงความลับสำหรับนำไปใช้ในการเปิดบัตรเครดิตได้อีกด้วย

ส่วนการใช้เครื่องสกิมเมอร์ หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็น อีกหนึ่งกลโกงในการจารกรรมข้อมูลเพื่อทำบัตรเครดิตปลอม เมื่อชมการสาธิตวิธีคัดลอกข้อมูลแล้วพบว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงคนร้ายแอบนำบัตรจริงไปรูดผ่านเครื่องสกิมเมอร์ ข้อมูลบนแถบแม่เหล็กจะถูกบันทึกลงเครื่อง เมื่อนำบัตรปลอมรูดผ่านเครื่องดังกล่าวอีกครั้ง ข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกคัดลกลงบัตรปลอม ซึ่งคนร้ายสามารถนำบัตรไปใช้งานได้ทันที

วิธีการนี้คนร้ายมักนำเครื่องดังกล่าวไป ฝากไว้กับแคชเชียร์หรือพนักงานเสิร์ฟที่สมรู้ร่วม คิดกัน ตามร้านอาหาร หรือปั๊มน้ำมัน ซึ่งช่วงหลังนี้ ดร.โกเมน บอกว่า มักมีเครื่องสกิมเมอร์ขนาดเล็กติดตั้งตามตู้เอทีเอ็มอีกด้วย

แม้ปัจจุบันธนาคารต่าง ๆ จะเปลี่ยนการบันทึกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กเป็นบันทึกบน ชิพแทน ซึ่งช่วยป้องกันการจารกรรมได้มากขึ้ น แต่ข่าวร้ายก็คือเทคโนโลยีการโคลนนิ่งชิพเหล่านี้ เริ่มมีให้พบเห็นกันบ้างแล้ว

อย่างไรก็ดี อาชญากรรมที่เป็นผลพวงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศเหล่า นี้ ล้วนเป็นภัยมืดที่คุกคามประชาชนอย่างไม่รู้ตัว สิ่งที่จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดก็คือการมีสติ มีความรู้ และระมัดระวังการใช้ข้อมูล ส่วนตัวอยู่เสมอ

เรื่องของเทคโนโลยีจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเรารู้เท่าทัน!!!.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล