หญิงจีนโดนหลอกซ้ำ เทน้ำอัดลมใส่ตู้ ATM แล้วจะได้เงินคืน

หญิงจีนโดนหลอกซ้ำ เทน้ำอัดลมใส่ตู้ ATM แล้วจะได้เงินคืน
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

แก๊งต้มตุ๋นนั้นบอกว่า ถ้าอย่างได้เงินคือให้เอาน้ำอัดลมไปเทใส่ตู้เอทีเอ็ม แล้วจะได้เงินนั้นคืน” สาวจีนโดนหลอกให้โอนเงิน อยากได้เงินคืนจึงโทรไปถาม ดันโดนหลอกอีกรอบให้เอาน้ำอัดลมไปเทใส่ตู้เอทีเอ็มแล้วจะได้คืน สุดท้ายโดนจับฐานทำลายตู้เอทีเอ็มโดยมิได้เจตนา

สื่อประเทศจีนรายงานว่า ทางธนาคารแห่งหนึ่งในเขตซาผิงป้า นครฉงชิ่ง ได้ติดต่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบหญิงคนหนึ่งเอาน้ำอัดลมไปเทใส่ตู้เอทีเอ็มจนพังเสียหาย หลังตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่า หญิงคนดังกล่าวชื่อ จางหลิง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี เป็นชาวกว่างซี ย้ายมาอยู่ห้องเช่าหนึ่งในเขตซาผิงป้ากับสามีและลูก ถูกแก๊งต้มตุ๋นโทรมาหลอกเงินไปเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2016

โดยบอกว่ากับเธอว่า โทรมาจากไชน่า ยูนิคอม (China Unicom) บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเธอค้างค่าโทรอยู่ 1,300 หยวน (ประมาณ 6,500 บาท) ทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย และตอบกลับไปว่าเธอไม่ได้ใช้ค่าโทรมากขนาดนั้น ทางปลายสายจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้โทรไปแจ้งที่สำนักงานความปลอดภัยที่กรุงปักกิ่ง เพื่อเช็คข้อมูล

เมื่อนางจางหลิงโทรไปที่สำนักงานความปลอดภัยกรุงปักกิ่งที่เป็นเบอร์ปลอม ปลายสายก็แจ้งอ้างมาว่า ข้อมูลส่วนตัวทั้งชื่อ เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน ของเธออาจรั่วไหลไปสู่บุคคลอื่น ดังนั้นให้โอนเงินมาเพื่อยืนยันตัวตน เธอจึงหลงเชื่อยอมโอนเงินไป 5,300 หยวน (ประมาณ 26,600 บาท)

วันถัดมาก็ได้โทรไปหาแก๊งต้มตุ๋นนี้อีกเพื่อสอบถามว่าเธอจะเอาเงินคืนได้อย่างไร ปลายสายตอบกลับมาว่า “ให้เทน้ำอัดลมใส่ตู้เอทีเอ็มก็จะได้รับใบขอเงินคืน” ซึ่งเธอก็เชื่อฟังและทำตามโดยดี ด้วยการนำน้ำอัดลมขวดใหญ่จากบ้านไปเทลงช่องใส่เงินตู้เอทีเอ็มตู้หนึ่งใกล้บ้านจนหมดขวด แต่ก็ไม่มีใบสลิปอะไรออกมา จึงโทรกลับไปถามอีกรอบ

ได้คำตอบมาว่า “น้ำอัดลมอาจจะมีปริมาณน้อยไป” เธอจึงไปซื้อน้ำอัดลมขวดใหญ่มาอีกขวด และรีบนำไปทำแบบเดิมที่ตู้เอทีเอ็มอีกเครื่องหนึ่ง คราวนี้ได้สลิปออกมา แต่เมื่อจะไปแจ้งตำรวจที่อยู่บริเวณนั้น เธอกลับฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าให้แล้ว จึงไม่ได้ไปแจ้งตำรวจ

กระทั่งเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา เธอก็ถูกตำรวจเข้าจับกุมฐานกระทำการทำลายตู้เอทีเอ็มโดยมิได้เจตนา ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่ธนาคารเจ้าของตู้กว่า 60,000 หยวน (ประมาณ 302,000 บาท) ซึ่งรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเธอจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่

 

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!