โดนัทเผยอาการพ่อปลอดภัยหลังโดนรถเฉี่ยว

โดนัทเผยอาการพ่อปลอดภัยหลังโดนรถเฉี่ยว

โดนัทเผยอาการพ่อปลอดภัยหลังโดนรถเฉี่ยว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาว'โดนัท มนัสนันท์' เผย อาการพ่อปลอดภัยหลังโดนรถเฉี่ยว วอนคู่กรณีเห็นใจ ไม่คิดเอาเรื่องแต่อยากให้มีความรับผิดชอบ

ออกมาอัพเดทอาการของคุณพ่อ หลังจากที่ถูกคู่กรณีขับรถเฉี่ยวแล้วหนี ขณะปั่นรถจักรยาน เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดย โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ได้มีการโพสต์เรื่องราวลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว เพื่อเล่าเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในงานบวงสรวง เปิดกล้องละคร "นางบาป" และ "มือปราบข้าวสารเสก" ณ ช่อง 3 หนองแขม สาวโดนัทได้ใหัสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า...

เรื่องคุณพ่อที่ปั่นจักรยาน แล้วโดนรถเฉี่ยว เหตุการณ์วันนั้นเป็นยังไง?

"จริงๆ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เม.ย. โดนัททำงานอยู่จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณแม่ก็โทรเข้ามาบอกว่าคุณพ่อโดนรถเฉี่ยวอยู่ที่โรงพยาบาลธนบุรี แถวๆ ศิริราชเราก็ตามไปดู แต่เราไม่ทราบว่าท่านโดนเฉี่ยวตอนกี่โมง ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อเขาลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เพิ่งจะรู้ว่ารถข้างที่ชนคือข้างขวา เพราะโดนัทมานั่งดูคลิปว่าหูกระจกข้างไหนมันหลุดไป และหมวกกันน็อคของคุณพ่อแตกซึ่งโดนัทคาดว่าก็คงต้องชนแรงเหมือนกัน แต่เบื้องต้นอาการของคุณพ่อมีเย็บที่หัวเข่าและกล้ามเนื้ออักเสบ แต่คุณหมอไม่ได้ห่วงเรื่องสมอง เพราะมีการสแกนแล้วก็ไม่มีอะไรคุณหมอก็เลยให้กลับบ้านได้ ส่วนเรื่องดำเนินคดีคุณแม่และน้าก็ไปโรงพักที่สน.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ก็ไปแจ้งความไว้ตามปกติ ซึ่งจริงๆ เราก็ทราบชื่อรถคันที่ชนตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่เราก็รอให้มันเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และโดนัทก็เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุมันไม่มีใครหรอกที่ตั้งใจอยู่ๆ ขับรถมาชนคุณพ่อ เพียงแต่ทุกวันเราก็จะคุยกันว่าทำไมเขาชนแล้วถึงไปเลย ไม่จอดลงมาดู แต่มันโชคดีที่เป็นวันที่ทุกคนออกไปปั่นจักรยานอยู่แล้ว ซึ่งระหว่างที่คุณพ่อปั่นอยู่แล้วล้มก็มีกลุ่มจักรยานมาเจอ และก็โชคดีอีกที่คุณพ่อไม่ได้ล็อกโทรศัพท์ เขาก็เลยเอาโทรศัพท์คุณพ่อโทรบอกคุณแม่ และก็โชคดีอีกเพราะมีคนเห็นเหตุการณ์และขับตามรถยนต์คันนั้นให้"

คู่กรณีได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยหรือยัง ?

"รู้สึกว่าเขาจะติดต่อกับทางโรงพักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คือพอมีข่าวออกไปเขาถึงติดต่อมา แต่โดนัทไม่ได้คุยเอง เพราะเรามาบวงสรวงละครที่นี่ แต่เห็นว่าเขาก็โทรหาคุณแม่ แต่เบื้องต้นก็ต้องให้มันเป็นไปตามกฎหมาย แต่เราไม่ได้ต้องการอะไรเราแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมชนคนแล้วไม่หยุดดู แน่นอนอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้แต่มันต้องรับผิดชอบด้วยกัน เราก็ไม่ได้บอกว่าเราถูกและเราก็ไม่อยากสรุปอะไรเอง"

คิดไหมว่ามันช้าไปที่ติดต่อมา?

"เราก็คิดนะเพราะเราก็ไม่ได้โลกสวย แต่ถ้าเราไม่โพสต์เขาก็คงไม่ได้ติดต่อมา ที่สำคัญโดนัทก็รอด้วยความใจเย็นมาก ขนาดตอนที่โพสต์พี่สาวยังโทรมาเลยว่าเราไม่รู้ว่าเขาใช่คนที่ชนหรือเปล่า อย่าไปโพสต์แบบนั้นเดี๋ยวเขาจะเสียหาย เราก็เลยไม่ได้เขียนอะไรที่ไปว่าเขา ก็อยากให้เห็นใจว่าถ้าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเองก็คงไม่ดี และฝากคุณตำรวจช่วยติดตามเรื่องต่อให้ที คือโดนัทเข้าใจว่าที่เราแจ้งความแล้วดำเนินเรื่องช้าเพราะติดวันหยุดหลายวัน และโดนัทก็ไม่ได้โทรหาหรือบอกสื่อมวลชนและผู้ใหญ่เลย เพราะเราไม่ได้อยากใช้ความที่เรา เป็นคนที่ทุกคนรู้จักมาตามเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ทุกคนมีกล้องในรถซึ่งโดนัทต้องขอบคุณคนที่ช่วยขับรถตามไป และกลุ่มจักรยานที่ช่วยดูแลคุณพ่อด้วย จากนั้นเราก็รอจนวันอาทิตย์ถึงโทรหาคุณตำรวจว่ากระจกข้างที่หลุดคือข้างไหนเราดูในคลิปและเพิ่งเห็น คือเราก็กลัวว่าเผื่อทางนั้นเขาจะซ่อมรถ และอยากได้กระจกคืนเลยโพสต์บอกว่าอยู่ที่โรงพักแล้ว"

จะถามเขาไหมว่าทำไมวันนั้นหนี และถ้าเขาขอโทษเราจะโอเคไหม?

"ตอนนี้โดนัทว่ามันเป็นเรื่องของกฎหมายแล้วค่ะ"

จะเจอคู่กรณีไหม?

"โดนัทรอคุยกับที่บ้านและตำรวจอีกทีว่าจะยังไง แต่ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะเข้าไปคุยและเจอกับคู่กรณีเมื่อไหร่"

เตือนคุณพ่อเรื่องปั่นจักรยานไหม?

"จริงๆโดนัทจะกังวลมากที่คุณพ่อปั่นจักรยาน เพราะประเทศเราไม่ได้มีเลนสำหรับคนปั่นจักรยาน และคนที่เขาชอบเขาก็ออกไปปั่นทุกวัน เรื่องที่เกิดขึ้นคุณพ่อก็โดนทุกคนดุเลย แต่คนขี่จักรยานเขาก็จะระวังและมีไฟที่เห็นเป็นสัญลักษณ์ เขาก็มีสองดวงเผื่อดวงไหนดับ หมวกกันน็อคก็ติดสติ๊กเกอร์เรือนแสงที่ซื้อให้ ซึ่งคนขี่จักรยานมันห้ามไม่ได้ใจเขาอยากจะไปขี่ เราก็คุยขอร้องว่าให้ขี่ในที่ๆ เขาจัดไว้ให้และเราก็อยากจะฝากคนขับขี่ว่าบางทีถ้าเกิดอุบัติเหตุเราจอดดูเขาก่อน เพราะมันก็มีหลายๆกรณีที่เขาน่าจะรอดแต่ไม่รอด เพราะไม่มีคนช่วย และโดนัทก็อยากฝากบอกคู่กรณีแค่ว่ามารับหูกระจกคืนด้วยค่ะ(หัวเราะ)"


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล