อนาคตใสมะม่วงแก้วขมิ้นตลาดอาเซียนต้องการสูง

กาฬสินธุ์อนาคตสดใสมะม่วงแก้วขมิ้นตลาดอาเซียน ต้องการสูงลงทุนปลูกไม่เกิน 3 ปี คืนทุนดูแลง่ายให้ผลตลอดทั้งปี
ที่ไร่บริพัฒน์ ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ผศ.ดร.อุบล ชินวัง หัวหน้าโครงการวิจัยการเปลี่ยนแปงคุณภาพระหว่างการเก็บรักษาของมะม่วงตัดแต่งพันธุ์แก้วขมิ้น พร้อมด้วยอาจารย์สาธิต พสุวิทยกุล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโรคพืชและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และนักศึกษาภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์มามอบให้กับนายบริพัฒน์ ธัญญอุดม เจ้าของไร่บริพัฒน์ และนางระพีพร เชตุราช ผู้จัดการไร่ เป็นผู้รับมอบพร้อมเปิดเผยผลการวิจัยที่นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของมะม่วง ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ รสชาติ และคุณประโยชน์จากมะม่วงแก้วขมิ้นที่ปลูกในประเทศไทยเปรียบเทียบกับแหล่งต้นกำเนิดประเทศกัมพูชา ที่พบว่ามะม่วงแก้วขมิ้นที่ปลูกในประเทศไทยรสชาติ ขนาดและความสมบูรณ์ของผลมะม่วงไม่แตกต่างกัน ผศ.ดร.อุบล ชินวัง หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า พบว่าประชาชนในประเทศไทยจะนิยมรับประทานผลดิบมากกว่าผลสุก ขณะที่ประเทศอาเซียนและในกลุ่มประเทศเอเชียจะนิยมผลสุกที่แปรรูปแบบอบแห้ง ทำให้มีความต้องการของตลาดสูง ในการวิจัยผ่านการทดลองพบว่าผลผลิตมะม่วงมีความใกล้เคียงกัน แต่ที่ปลูกในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ น้ำหนัก ขนาดผลมากกว่า ขณะที่สีเหลืองของมะม่วงที่ปลูกในจังหวัดอุดรเมียนชัยมีความเข้มกว่า
ด้านนายบริพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันทางไร่บริพัฒน์ ขายมะม่วงแก้วขมิ้นออกตลาดทั้งขายส่งและขายปลีก ขณะที่กลุ่มนายทุนโรงงานใหญ่มีความต้องการมากเกษตรกรและพื้นที่ปลูกมะม่วงแก้วขมิ้นยังมีน้อยจึงไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตามสัดส่วนของการนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นมายังประเทศไทยสูงเกือบ 100,000 ตันต่อปี ขณะที่ประเทศไทยเองปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ แต่ส่งออกได้เพียงร้อยละ 2 ซึ่งในส่วนตัวมองว่าหากรัฐสนับสนุนอย่างจริงจัง และรวดเร็วอาจจะทำให้ประเทศไทยสามารถแย่งตลาดการค้าได้โดยเฉพาะนวัตกรรมของเกษตรกรประเทศไทยที่ก้าวหน้า ยิ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงแก้วขมิ้นได้ดียิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


