ยังกับในหนัง เปิดคลิปไล่ล่ารถขนยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด

Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (27 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) กก.2 บก.ปส.3 โดยการนำของ พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก.กก.2. บก.ปส.3 ได้นำกำลังออกสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบนถนนสายเชียงราย-เชียงแสน พื้นที่บ้านปางหมอปวง ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากมาจากชายแดนด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และใช้เส้นทางเลี่ยงสายบ้านด้าย-ปางหมอปวง เขตติดต่อระหว่าง อ.แม่สาย กับ อ.เชียงแสน เพื่อจะขึ้นสู่ถนนสายเชียงแสน-เชียงราย และขนเข้าสู่ชั้นในของประเทศต่อไป เจ้าหน้าที่จึงได้ออกสืบสวนและติดตามอย่างใกล้ชิด

กระทั่งต่อมาพบว่ากลุ่มขบวนการได้ใช้รถยนต์จำนวน 3 คันทำการขนโดยใช้รถยนต์ขับนำจำนวน 2 คัน และขนยาเสพติดอีก 1 คัน จึงได้นำรถยนต์เข้าประชิดและให้สัญญาณหยุดตรวจเมื่อรถต้องสงสัยขับไปถึงบ้านปางหมอปวง ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน แต่ปรากฏว่าทั้งหมดกลับไหวตัวทันโดยคันแรกได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

จึงจัดกำลังออกไล่ล่าโดยรถจำนวน 2 คันขับหลบหนีย้อนกลับไปทาง อ.เชียงแสน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำรถออกไล่ติดตามไปหลายกิโลเมตรจนถึงถนนติดแม่น้ำโขงตรงโกดังสินค้าบริเวณด่านปศุสัตว์ ต.เวียง อ.เชียงแสน ซึ่งตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ได้นำรถเข้าสกัดหน้าหลังแต่กลุ่มคนร้ายพยายามหลบหนีจึงมีการยิงสกัดกั้นกันอย่างระทึก ในที่สุดก็สามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้ในที่สุด

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชายได้จำนวน 2 คน ทราบชื่อต่อมาว่านายศักดิ์ชัย อายุ 27 ปี และนายย่าฟาตี่ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางเป็นรถยนต์ที่นั่งเอนกประสงค์ ยี่ห้อเชฟโลเรต สีดำ ทะเบียนรถป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ก 8884 ปทุมธานี และยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กร 8805 เชียงราย

โดยมีของกลางเป็นยาเสพติดบรรจุอยู่ในกระสอบยัดอยู่ด้านหลังรถยนต์คันจำนวน 37 ใบ ภายในมียาบ้าจำนวนกว่า 4,016,000 เม็ด ประทับตรา 999 และตรารูปค้างคาวและตัว F จำนวน 4 ตัวตรงหัวค้างคาว และยาเสพติดประเภทยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวน้ำหนักประมาณ 149 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม มีคนกระโดดออกจากรถหลบหนีไปได้อย่างน้อย 2 คน เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจ สภ.เชียงแสน หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย นำกำลังพร้อมสุนัขดมกลิ่นออกติดตาม เพราะคาดว่าอาจกระโดดหลบหนีไปในแม่น้ำโขงและป่าละเมาะข้างเคียง แต่ก็ไม่พบตัว จึงนำตัวผู้ต้องหาและของกลางไปขยายผลติดตามจับกุมคนที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป