เสวนาสื่อหลัก vs สื่อโซเชียล ใครขับเคลื่อนประเทศ

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดเสวนาในหัวข้อ 'สื่อหลัก vsสื่อโซเชียล...ใครขับเคลื่อนประเทศ?
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ "สื่อหลัก vsสื่อโซเชียล...ใครขับเคลื่อนประเทศ?"โดยมีวิทยากรจากหลายหลายสาขาอาชีพ คุณจตุรงค์ สุขเอียดบรรณาธิการรายการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ทีวีสีช่อง3 คุณสุรบท หลีกภัย CEO / Executive Producer / Director VRZO Production ผศ.สกุลศรี ศรีสารคามหัวหน้าสาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจ้นท์ คณะนิเทศศาสตร์สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมีคุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โชว์ไร้ขีดจำกัด (SHOW NO LIMIT) เป็นผู้ดำเนินรายการ
ผศ.สกุลศรี ศรีสารคาม หัวหน้าสาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจ้นท์ คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มองว่า ทั้งสื่อโซเชียล และสื่อหลักต้องใช้เป็นเรื่องหลักทั้งคู่ โดยสื่อโซเชียลมีความรวดเร็ว เข้าถึงผู้บริโภค และผู้บริโภคเองมีส่วนร่วมเข้าถึงในประเด็นนั้นๆ ทั้งนี้สื่อหลักเองมีการหยิบยกประเด็นจากโซเชียลมาเผยแพร่ โดยการเจาะลึกตรวจสอบหาความจริง เพื่อให้ประเด็นมีพลังมากขึ้น ซึ่งสื่อหลักต้องมีพัฒนาการในการเล่าเรื่อง เพิ่มการมีส่วนร่วมในส่วนของเนื้อหา โดยสื่อหลักเป็นตัวเชื่อมระหว่างสังคม โซเชียล และ คนกำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป ทั้งนี้สื่อหลักยังเป็นตัวประสานสังคม โดยผู้บริโภคเองจะต้องมีความรอบรู้เท่าทันสื่อโซเชียล ซึ่งต้องยึดหลักความถูกต้องและไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้อยากเห็นทั้งสื่อโซเชียลและสื่อหลัก มีความร่วมมือกันในการขับเคลื่อนสังคม เพราะสังคมยังต้องพึ่งพาสื่อ
ด้านนายสุรบท หลีกภัย CEO / Executive Producer / Director VRZO Production กล่าวว่า คนที่เสพสื่อ คือการเสพความจริงไม่ว่าจะข่าวสารบนโซเชียล หรือสื่อหลัก อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ และ โทรทัศน์ โดยโซเชียล คือ ความเร็ว สื่อหลักคือความลึกซึ้งที่ทำให้ทุกคนเห็นมาตรฐานจริยธรรม ที่มีความน่าเชื่อถือ มีจุดแข็งอยู่ที่ความรับผิดชอบซึ่งในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ ความรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ โซเชียลสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่แต่ก็ยังมีกลุ่มที่ต้องการดูทีวี รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นรสนิยมในการเลือกเสพข่าวสาร สื่อเองต้องมีความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งตัวเลขหรือยอดวิวไม่ได้เป็นตัวชี้วัดกลุ่มเป้าหมายและคุณภาพกลุ่มคนทำการตลาดต้องมีการปรับตัวไปตามผู้บริโภคแล้วเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายนั้นๆเทคโนโลยีเติบโตตลอดเวลา ในอนาคตสื่อทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงอยู่ ทั้งนี้ทั้งสื่อโซเชียลและสื่อหลักต้องมีการเรียนรู้และปรับตัว
ขณะที่ นายจตุรงค์ สุขเอียดบรรณาธิการรายการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ทีวีสีช่อง3 กล่าวถึงการทำสื่อทีวีในยุคที่โซเชียลมาแรง ว่าสื่อหลักมีความน่าเชื่อถือมากกว่าสื่อโซเชียลซึ่งความเร็วของโชเชียลอาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งนี้ทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียล ต้องทำงานควบคู่ไปด้วยกัน โดยมองว่าสื่อโชเชียลเป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อเพื่อให้สื่อหลักตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวซึ่งเมื่อเกิดประเด็นในโซเชียล กลายเป็นสื่อหลักเองที่ต้องทำหน้าที่ให้คำตอบกับสังคม
นอกจากนี้สื่อต้องปรับตัวในยุคปัจจุบันสื่อหลักเองต้องปรับตัวให้เป็นมืออาชีพ ต้องให้เหนือกว่าสื่อโซเชียล ทั้งนี้สื่อโซเชียลเองก็ต้องปรับตัวให้มีความน่าเชื่อถือต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่ใครก็ได้แค่อยากทำ ปัจจุบันทุกคนมีเครื่องมือสี่อสารเท่ากับนักข่าวคนยังดูทีวีแต่อาจจะเป็นมาดูจากมือถือสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทั้ง2สื่อ สามารถช่วยเหลือสังคมได้ ต้องพึ่งพาอาศัยกันต้องเชื่อมโยงกัน จึงเป็นโอกาสและเป็นช่องทางที่สังคมจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้นสื่อหลักเรียนรู้การใช้โซเชียล ทั้งนี้สื่อโซเชียลเป็นสื่อเสรี ไม่มีผู้กำกับดูแล ต้องมีความรับผิดชอบตัวเอง หากต้องการได้รับความไว้วางใจจากสังคมจะต้องตัดความอำเภอใจออกไป อย่าทำร้ายตัวเอง อย่าทำร้ายสังคม ควรทำให้มีคุณค่าต่อสังคม อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสิน เพราะท้ายสุดสังคมจะพิพากษาเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

