ปฏิบัติการระทึก! คนคลั่งกราดยิงสนั่นหมู่บ้าน ตำรวจล้อมวุ่น

Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มป่วยทางประสาทคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุฉกปืนญาติตำรวจ ยิงกำนันระหว่างเข้าเจรจา เจ้าหน้าที่เข้ากดดันให้มอบตัว แต่ยังไม่เป็นผล

(28 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ พร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดและตำรวจภูธรภาค 8 กว่า 50 นาย เข้าตรึงกำลังในพื้นที่หมู่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังเกิดเหตุคนวิกลจริตใช้อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยิงใส่กลุ่มคนและรถยนต์จำนวนหลายนัด กระสุนถูกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย 2 คัน และทำให้ นายสุทธิชัย ไทยสม กำนันตำบลปากแพรก อ.ดอนสัก โดนกระสุนปืนหนึ่งนัดเข้าที่ท้องได้รับบาดเจ็บ

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ นายเอกพงษ์ เพชราภรณ์ อายุ 30 ปี เป็นผู้ป่วยได้รับการรักษาทางจิตเวชที่ รพ.สวนสราญรมย์ มาประมาณ 2 ปี คาดว่าขาดยาจนเกิดเหตุคลุ้มคลั่งตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ จึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบุคคลในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมกำนันที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ร่วมเข้าเจรจาระงับสติอารมณ์ แต่ก็ไม่มีทีท่าจะสงบพยายามใช้มีดไล่ทำร้ายญาติๆ รวมถึงผู้ใหญ่บ้าน ที่เข้ามาระงับเหตุ

ก่อนที่คนร้ายจะเดินคลุ้มคลั่งวิ่งไปเปิดรถยนต์ของญาติที่เป็นตำรวจ สภ.ขนอม ที่จอดห่างจากบ้านไปไกลกว่า 100 เมตร แต่คาดว่าในช่วงชุลมุนอาจโดนปุ่มปลดล็อค ทำให้คนร้ายเปิดได้และพบอาวุธปืน .22 ของในบ้านที่ญาติเอาออกไปซ้อนไว้ พร้อมหยิบอาวุธปืน .44 ของญาติที่เป็นตำรวจไปด้วย ญาติทุกคนจึงต้องรีบหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าวลงมาด้านล่าง

ในเวลาต่อมาคนร้ายได้ขับรถจักรยานออกมาจากบ้าน มายังกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจและที่ญาติรวมตัวกันอยู่ พร้อมอาวุธปืน ซึ่งกำนันที่เป็นญาติห่างๆก็พยายามที่จะเรียกเพื่อพูดคุย โดยไม่คิดว่าคนร้ายจะยิงออกมา คนร้ายกราดยิงด้วยปืนยาว .22 หลายนัด ก่อนจะขับรถกลับไปยังบ้านที่อยู่บนเนินห่างจากหยุดยิงกว่า 400 เมตร ทำให้มีผู้บาดเจ็บและรถยนต์เสียหาดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภาค 8 มาถึงจึงได้เร่งวางแผน และเข้าไปยังบ้านของคนร้ายด้วยชุดป้องกันกระสุนพร้อมอาวุธปืนครบมือ โดยเข้าไปตรวจสอบครั้งแรกพบคนร้ายอยู่บริเวณบ้าน จึงต้องออกมาวางแผนอีกครั้ง ดำเนินการเข้าไปอีกครั้งประมาณ 30 นาที ก่อนบรรยากาศจะเริ่มมืดค่ำ คนร้ายได้เปิดไฟขึ้น จึงคาดว่าอยู่ในบ้าน ก่อนจะยุติภารกิจเข้าจู่โจมในเวลาต่อมา เนื่องจากคนร้ายอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบและให้เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้ห่างๆ เฝ้าระวังไม่ให้คนร้ายออกมาภายนอกบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริสุทธิ์ได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!