เอกชัย ศรีวิชัย รำลึกถึงพ่อหลวง หวนความทรงจำรับเสด็จตอน 6 ขวบ

เอกชัย ศรีวิชัย รำลึกถึงพ่อหลวง หวนความทรงจำรับเสด็จตอน 6 ขวบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง "เอกชัย ศรีวิชัย" ร่วมเดินทางมาบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับเล่าถึงความทรงจำครั้งแรกที่เห็นพระองค์ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ บอกตอนนี้ตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ พ่อหลวงคือทุกสิ่งของคนไทย

"วันนี้ตัวผมเองก็ถือว่าเป็นจิตอาสาคนหนึ่งนะครับ เพราะจริงๆ ผมก็จะมีทีมกับ คุณอาภาพร นครสวรรค์ ซึ่งเขาจะไปอยู่ฝั่งมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยตรงนั้นผมก็จะซื้อพวก ไข่ ข้าวสาร มาไว้สำหรับทำในตอนกลางคืน เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องคนไทยที่เขามาตอนหัวค่ำ"

"ส่วนช่วงกลางวันตัวผมเองก็จะมาอยู่ตรงจุดของมูลนิธิมิราเคิลไลฟ์ ซึ่งตัวผมก็เป็นผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม ใน มูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้วย โดยเราจะแจกน้ำและก็ทำอาหารเลี้ยง ซึ่งตัวผมจะเป็นคนทำหน้าที่ผัดข้าวปรุงอาหารอยู่บนรถ และเราก็ร่วมกับทางสภาสังคมสงเคราะห์ โดยท่านผู้หญิง อัสนีย์ เสาวภาพ สำหรับเมนูที่ตั้งใจจะทำในวันนี้ก็คือข้าวผัดใบกะเพรา เป็นเมนูง่ายๆ และก็ข้าวไข่เจียว แต่ข้าวไข่เจียวจะดูง่ายเกินไป"

เรามีความผูกพันกระพระองค์ท่านยังไงบ้าง ?
"ผมคิดว่าวิถีชีวิตของคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดมา เราถูกพ่อแม่สอนให้รู้จักและก็เคารพเทิดทูลสถาบันกษัตริย์มาตั้งแต่เราเริ่มจำความได้ เรารู้จักในหลวงและก็เห็นในหลวงท่านทรงงานมาตั้งแต่ยังเด็ก"

"ผมเคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าท่านเมื่อตอนอายุประมาณ 6 ขวบ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และผมก็มีโอกาสได้เห็นรองพระบาทของพระองค์ท่านกับชายของกางเกง และก็รองเท้าของสมเด็จพระราชินี ทุกวันนี้ยังจำติดอยู่ในลูกตาเลยว่าหนังเป็นแบบไหน รองเท้าเป็นแบบไหน แต่เสียดายอยู่เหมือนกันที่วันนั้นไม่ได้แหงนหน้าขึ้นมามองพระพักตร์ของพระองค์ เพราะว่าเราต้องก้มหมอบลงไป เสียดายมากๆ เป็นโอกาสเดียวและเป็นครั้งเดียวจริงๆ ตอนอายุ 6 ขวบ"

ภาพที่เราเห็นพระบาทของในหลวงตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?
"ผมมีความรู้สึกว่าไม่ได้เหมือนกับพระบาทของพระมหากษัตริย์อย่างที่เราคิดว่าจะต้องเหมือนในหนัง มันจะต้องหรูหรา ดูแพง เพราะสิ่งที่เราเห็นมันเป็นความเรียบง่ายปกติ เหมือนกับสิ่งที่เราเห็นในชีวิตประจำวันของเรา จนเราต้องตั้งคำถามว่านี่คือรองเท้าของพระมหาษัตริย์เหรอ แต่ผมก็ไม่ได้คิดเยอะอะไรขนาดนั้นนะ แค่ขอจดจำไว้ในสมองในลูกตาของผมว่านี่คือรองเท้าของพระองค์ท่าน และรองเท้าของสมเด็จพระราชินี หลังจากนั้นผมก็ได้เห็นพระองค์ท่านพระราชดำเนินผ่านพรมแดงไป ซึ่งผมก็ก้มกราบ แต่อย่างที่บอกทุกวันนี้ผมก็ยังเสียดายที่ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของพระองค์ท่าน"

รู้สึกยังไงบ้างที่เราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสรับเสด็จใกล้ชิดขนาดนั้น ?
"จริงๆ ผมคิดว่าถ้าเปรียบเทียบกับประชากรในยุคนั้นกับยุคนี้ แน่นอนที่สุดในอัตราส่วนของคนในยุคปัจจุบันมันเยอะขึ้น เราก็น่าจะเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่ง และเมื่อคืนก็นอนดูพระราชกรณียกิจ ซึ่งเป็นตอนที่พระองค์เสด็จไปที่วัดพระบรมธาตุ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็เลยพยายามนั่งมองว่าตรงไหนคือเรา ตื่นเต้นมากๆ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าวันนั้นเขาถ่ายอะไรกันไว้เพราะว่าเราอายุยังน้อย"

ด้วยความที่เราอายุยังน้อยมาก ตอนนั้นเราทราบได้ยังไงว่าพระองค์ท่านคือพ่อหลวงของคนไทย ?
"ผมคิดว่าคนไทยทุกคนนะ ตั้งแต่เกิดมาเราก็เห็นรูปท่านอยู่ที่ข้างฝาบ้านแล้ว และก็เห็นพ่อแม่เรากราบไว้ ซึ่งมันก็เป็นเหมือนจิตส่งจิตโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องมานั่งบอกเล่าว่าพระองค์ท่านเป็นใคร แต่มันเป็นไปโดยที่จิตของพ่อของแม่เราพยายามบอกกับลูกว่านี่คือพระเจ้าอยู่หัว"

"แต่สิ่งที่ผมเห็นตลอดระยะเวลา 50 ปี ของผมที่ผมโตมา ผมไม่เคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวอยู่แบบพระเจ้าอยู่หัว คือสิ่งที่เราเห็นพระราชดำเนินไปทุกทิศทุกที่ มีที่ไหนบ้างที่พระเจ้าแผ่นดินนั่งอยู่กับพื้น และพระเจ้าแผ่นดินนั่งสนทนาอยู่กับคนที่ไม่ใส่เสื้อ บนป่า บนเขา บนดอย ทุกๆ ที่ที่เรามีความรู้สึกว่าพระมหากษัตริย์ไม่ควรจะไป แต่กลับเป็นที่ที่พระเจ้าอยู่หัวของเราเสด็จไป เราเห็นเหงื่อที่เสื้อของพระองค์ท่านเต็มไปหมด ผมก็เลยรู้สึกตั้งคำถามขึ้นมาว่าทำไมพระองค์ท่านถึงต้องทำขนาดนี้"

"แต่พอมาถึงปัจจุบันเราโตมาขนาดนี้ เราก็ได้รับรู้แล้วว่าคนไทยช่างโชคดีเหลือเกินที่เกิดทันยุคพระองค์ท่าน เราโชคดีที่เราไม่ต้องเป็นคนรับการเล่าขานมาจากบรรพบุรุษว่าในยุคนั้นราชการที่ 9 ท่านทรงทำอะไร เพราะมันเกิดในยุคเรา และเราเองนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายเป็นคนไปเล่าให้ลูกหลานเราฟัง มันเป็นสิ่งที่เราภูมิใจที่สุดเท่าที่ชีวิตของคนไทยคนหนึ่งที่เกิดมาในยุคท่าน"

คำสอนของในหลวงที่เราจำขึ้นใจ และนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน?
"สิ่งที่ปลูกฝังสำหรับผมเอง คือวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาษาถิ่นของทุกภาค พระองค์จะรับสั่งอยู่เสมอว่าวัฒนธรรม ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นคนในชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผมก็ไม่เคยห่างจากวัฒนธรรมท้องถิ่น และสืบสานต่อยอด ดูแลวัฒนธรรมเหล่านี้ และต่อสู้ท่ามกลางวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาเยอะแยะมากมาย และผมยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ตลอด ตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน และจะทำต่อไปตราบจนลมหายใจจะหมดสิ้น"

หากพระองค์มองลงมา อยากจะบอกอะไรกับพระองค์ท่าน?
(หยุดคิด น้ำตาเริ่มคลอ) "ผมพูดไม่ได้ ผมไม่เข้มแข็งพอ ถ้าสิ่งที่อยากได้ที่สุดที่ทำให้พ่อภูมิใจคืออยากเห็นคนไทยรักกันเหมือนในวันนี้ อยากเห็นคนไทยถือถุงพลาสติกเก็บขยะ อยากเห็นคนขับมอไซด์ฟรีรับส่งคนที่มาร่วมกันส่งเสด็จ ในบรรยายการอำลาอาลัยแบบนี้ ซึ่งมันเป็นวันที่ปลื้มปิติที่สุด ได้เห็นคนมีความรักกัน เรามีสิ่งที่จะตอบแทนคุณงามความดีให้กับพระองค์ท่าน และอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ต่อไป"

"ในวันที่เราไม่มีพ่อแล้ว อยากเห็นทุกคนปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่รับสั่งไว้ แบบนี้ตลอดไป ซึ่งถ้าพระองค์ท่านได้เห็นก็จะมีความสุข และสิ่งที่อยากจะขออีกข้อคือ ไม่รู้ว่าจะเป็นหน่วยงานหรือองค์กรไหน ไม่อยากจะให้มาบอกกับประชาชนว่าต้องใช้คำอะไรต่างๆ กับพระเจ้าอยู่หัว ผมว่าอย่าแยกพระเจ้าอยู่หัวออกจากพวกเราไปไกลเลย ขอให้เราได้เรียกว่าพ่อหลวงของเราและไปไหนมาไหนยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ติดอยู่ทุกที่ เหมือนว่าพระองค์ยังอยู่กับทุกๆ วัน ส่วนภาษาราชการจะใช้อย่างไรก็ใช้ไป ให้ไปใช้กับหน่วยราชการ แต่สำหรับพสกนิกรที่เป็นลูกหลานของพระองค์ท่าน เรามีสิทธิ์ที่นะเรียกว่าพ่อหลวง มีสิทธิ์ที่จะว่าในหลวงและคงจะเรียกแบบนี้ไปตราบชั่วชีวิตจะหายไม่ นั่นคือสิ่งที่อยากให้เป็น"


ขณะที่อีกมุมหนึ่ง นักร้องและครูเพลงลูกทุ่งรุ่นใหญ่ "เสรี รุ่งสว่าง" ก็มาร่วมถวายความอาลัยฯ เช่นเดียว พร้อมกับเปิดเผยว่า...

"เราเป็นคนไทยและเป็นศิลปิน เวลามีอะไรเราก็ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้ที่สุดของชีวิตเราคือพ่อหลวง เราจึงมาช่วยกันและร่วมกันแสดงออกถึงความรักและความสามัคคี วันนี้ผมมีน้ำและขนมมาแจก ก็มีคนมารับบริการอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ผมก็ไม่รู้จะแสดงออกถึงความรักต่อท่านยังไง ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันน้ำใจครั้งนี้ อะไรที่สามารถทำได้ก็ยินดีทำทุกอย่าง พื้นที่ตรงนี้ไม่ว่าจะกว้างใหญ่แค่ไหนก็มีคนเดินทางมาเต็มพื้นที่ทุกวัน เพราะทุกคนในประเทศไทยก็อยากจะมาแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง"

"อย่างที่รู้ๆ กันในหลวงเหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต ผมเองก็มีโอกาสได้ร้องถวายท่านมาหลายสมาคม ทุกอย่างที่ท่านสั่งสอนผมพยายามนำไปปฏิบัติทุกอย่าง ตอนนี้ผมก็กำลังบันทึกเสียงเพลงเกี่ยวกับท่าน เร็วๆ นี้คิดว่าจะได้ฟังกัน

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ

อัลบั้มภาพ 14 ภาพ ของ เอกชัย ศรีวิชัย รำลึกถึงพ่อหลวง หวนความทรงจำรับเสด็จตอน 6 ขวบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล