แม่เฒ่ายังจำได้ขึ้นใจ สัมผัสพระวรกายในหลวง เมื่อ 46 ปีก่อน

ยายเหลือง แม่เฒ่าชาวพิจิตร ผู้ซึ่งเคยได้รับพระเมตตาพระราชทานความช่วยเหลือ พระราชทานบ้านและกระบือ หลังจากประสบเหตุฟ้าผ่ากระบือตาย โอกาสสูงสุดของชีวิตได้สัมผัสพระวรกายผู้ทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดิน
(16 ต.ค.) คุณยายเหลือง หนูทอง วัย 78 ปี เก็บความทรงจำสูงสุดของชีวิต หลังได้สัมผัสพระวรกายผู้ทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดิน ยายเหลือง เล่าเรื่องราวของความประทับใจในอดีตผ่านรูปที่ติดอยู่ภายในบ้าน ณ บ้านเลขที่ 92/3 หมู่ที่ 17 ตำบลหนองโสน(สะ-โน๋) อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
โดยบอกเล่าเหตุการณ์แห่งความประทับใจ ที่มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ อย่างใกล้ชิด เมื่อครั้งเสด็จมาเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือครอบครัวและประชาชนชาวหนองโสนอีก 400 ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 40 ปี แต่ภาพแห่งความทรงจำยังชัดเจน เหมือนกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง
ยายเหลือง เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2513 ได้เกิดวาตภัยสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองโสนมีผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งครอบครัวของตนด้วย นอกจากนั้นฟ้ายังได้ผ่าควายแม่ ลูก ที่เลี้ยงไว้จำนวน 2 ตัวตายลง และสามีที่เลี้ยงควายอยู่ในขณะนั้นก็ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่าไปด้วย
หลังความเสียหายที่เกิดขึ้นความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบวาตภัยและพระราชทานบ้าน รวมถึงกระบือเพศผู้ 2 ตัวได้แก่ เจ้ามิ่ง กับ เจ้าขวัญ ให้แก่ครอบครัวสร้างความปีติยินดีให้กับประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมารับเสด็จในวันนั้น
ยายเหลือง ยังบอกว่า เหตุการณ์ที่ประทับใจที่มิรู้ลืม คือการได้สัมผัสพระวรกายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะที่ทรงเสด็จขึ้นไปบนบ้านที่พระราชทานให้กับครอบครัว ยายเหลืองได้มีโอกาสกราบพระบาทพระองค์ห่างเพียงแค่คืบ ได้เช็ดรองพระบาททั้งสองข้าง และได้มีโอกาสสัมผัสพระบาทและหลังพระชงฆ์ (น่อง) เป็นความดีใจที่สุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด
ยายเหลือง กล่าวถึงความรู้สึกหลังทราบข่าวเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่า เป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิต ทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนเสียพ่อที่เป็นที่รักไป สิ่งที่ขอได้คือให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ เพื่อความสุขตลอดไป
สำหรับการดำเนินชีวิตของ ยายเหลือง ดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบอาชีพทำขนมไทย เช่น ข้าวต้มมัด ขนมตาล เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ในหมู่บ้าน ซึ่งมีรายได้พอเลี้ยงดูตนเอง ส่วนบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเป็นบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีไม้ที่ได้รับพระราชทานในการสร้างบ้านทั้งหมดเป็นโครงสร้างหลังคาของบ้านเพื่อเป็นมิ่งขวัญและมงคลกับชีวิตของครอบครัวตลอดไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


