ปูเป้ อรหทัยร่ำไห้พลัดพรากแม่38ปีคิดพามาอยู่ด้วย

ปูเป้ อรหทัยร่ำไห้พลัดพรากแม่38ปีคิดพามาอยู่ด้วย

ปูเป้ อรหทัยร่ำไห้พลัดพรากแม่38ปีคิดพามาอยู่ด้วย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

'ปูเป้ อรหทัย' ร่ำไห้ หลังพลัดพรากแม่ 38 ปี เจอเป็นพนักงานทำความสะอาดโรงแรม แพลนพามาอยู่ด้วย เล็งตามหาพ่อ

หลังจากพลัดพรากกันมานานกว่า 38 ปี สำหรับสาว "ปูเป้ อรหทัย" ซึ่งล่าสุดวันนี้ 5 ก.ย. เจ้าตัวได้มาถ่ายทำรายการปากโป้งที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ก็ได้อัปเดตถึงข่าวคราวที่เกิดขึ้นว่า

"จริง ๆ มันเป็นเรื่องในครอบครัว แต่ว่าหลาย ๆ คน พี่ ๆ ในวงการเขาบอกเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่สอนคนได้ ก็เลยตัดสินใจออกมาพูดว่าจริง ๆ ที่ตัวเองตามหาแม่นั้น ตามหาเจอแล้วนะ ต้นเหตุของการตามหาคือรู้สึกข้างในลึก ๆ ว่าสิ่งที่เราคิดมาตลอดว่าแม่ทิ้งเราไป แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น จริง ๆ เขาคงเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นที่ทำได้ไม่ว่าจะเป็นเราหรือเป็นใคร อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าเขาก็ได้นะ ถ้าเราเป็นเด็กอายุ 18 - 19 ตอนตัดสินใจถามคุณพ่อคุณแม่ก็คิดอยู่สองวัน แต่เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าเราจะไปทดแทนพระคุณแล้วมันก็ควรที่จะทำเลยก็ตัดสินใจอยู่สองวัน แล้วก็ถามหลังจากนั้นอีกสองวันก็เริ่มออกตามหาเริ่มด้วย คุณแม่ที่เลี้ยงดูมาก็บอกให้ไปตามกับใคร แม่เลี้ยงก็พอจะทราบที่มาที่ไปอยู่แล้ว ท่านเองก็ตกใจเพราะคงไม่คิดว่าเราจะถาม ครั้งแรกที่ติดต่อกันก็ไปเจอเลย เพราะว่าเรากลัวว่าเขาไม่คุย เพราะยังติดใจเล็ก ๆ ว่าแม่จะยอมเจอเราหรือเปล่า ได้เจอคุณแม่ตอนประมาณสองเดือนที่แล้ว ใช้เวลาในการตามหาวันเดียว เพราะคุณแม่กับคุณพ่อที่เลี้ยงมาเขาบอกก็เลยใช้เวลาแค่วันเดียวในการหาเจอ เจอครั้งแรกก็แอบตกใจ เพราะเขาดูไม่ค่อยแข็งแรง เพราะทำงานหนักมาตลอดระยะเวลา 20 ปี และท่านก็ไม่ได้มีครอบครัวใหม่ เพราะอยู่กับญาติ ๆ ตอนที่เจอกันครั้งแรก ท่านก็จำเราได้ เพราะว่าเขาเห็นเราในทีวีมาตลอด คือท่านก็อยู่กับบ้านญาติมาตลอดเป็นที่ปลอดภัย แต่ว่าจะเป็นบ้านไม้ ถ้าเรามองก็อาจจะลำบาก แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งท่านอยู่แบบนั้นบางทีท่านก็อาจจะมีความสุขในแบบของท่านแล้ว เราอย่าเพิ่งไปตัดสินว่าตรงนั้นลำบากหรือไม่ลำบาก ตอนที่ตัวเองได้ยินครั้งแรกว่าคุณแม่ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ได้เงินเดือนวันละ 300 บาท ก็ช็อกเพราะว่าเราคิดว่าเราไปทำอะไรอยู่ตั้งหลายปี ทำไมปล่อยให้แม่ลำบาก วันที่เจอก็กอดเลย แล้วก็มองว่านี่เหรอต้นกำเนิดของเรา แล้วก็ให้สตางค์และพูดคุยกัน 

คุณแม่หมวยก็ยังอยู่บ้านญาติ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไป ๆ มา ๆ แล้วก็ให้เงินเก็บไว้พาไปเที่ยวพาไปทำบุญ พาไปกินข้าว คือเจอกันบ่อยมาก ทำหมดทุกอย่างเพราะมีความรู้สึกว่าเราต้องรีบทำ เพราะรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย และมีถามเหมือนกันนะว่าแม่ทิ้งเราหรือเปล่า คืออยากรู้ แม่ก็บอกว่าแม่ไม่ได้ทิ้ง แต่เธอเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เลือกที่ที่ดีที่สุดให้ลูกอยู่ ตอนนี้ก็ทำให้ดีที่สุด เพราะว่าก็ยังดูแลครอบครัวที่เขาเลี้ยงเรามา ตอนนี้ก็มีการพูดคุยว่าจับพาแม่หมวยมาอยู่ด้วย ตอนนี้ก็ให้กำลังใจกันในครอบครัว กำลังปรับตัว เพราะตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนมาก แต่ก็มีแพลนตามหาพ่อที่แท้จริงนะ แต่ก็ต้องขอเคลียร์ตรงนี้ให้เสร็จก่อน แต่ก็แอบคิดไว้เหมือนกันแอบทราบมาว่าคุณพ่อเป็นชาวออสเตรเลียก็มีถามคุณแม่ด้วย แต่ว่าก็ต้องรอจังหวะเพราะตอนนี้ก็เพิ่งเจอลูก ส่วนคุณพ่อที่เลี้ยงเรามา ด้านจิตใจตอนนี้ก็แฮปปี้ แต่ทางด้านร่างกายก็เป็นไปตามสภาพ ก็ป่วย เพราะตอนนี้ก็ฟอกไตอยู่ ตาก็มองไม่เห็น ก็ไป ๆ มา ๆ คุณแม่ก็ถามว่าไม่เหนื่อยเหรอ แต่ก็แอบเหนื่อยนะ แต่มันก็ต้องทำส่วนคำถามที่ ค้างคาอยู่ในใจก็โล่งตั้งแต่วันที่เจอแม่ รู้ว่าเขารักเราและไม่ได้ทิ้งเรา คุณแม่ก็ติดตามผลงานมาตลอดไปแอบบอกคนโน้นคนนี้ว่าคนนี้ลูกตัวเองนะ ตอนนี้ทั้งสามท่านก็ยังไม่ได้เจอกันเป็นกิจลักษณะอาจจะหาโอกาสเร็วนี้มาเจอกันค่อยเป็นค่อยไป"

ส่วนทางด้านความรักเจ้าตัว เผยว่า "ตอนนี้ก็ยุ่งอยู่ก็มีคนมาชอบบ้าง แต่ว่าเนื่องจากเรายังไม่มีเวลาตรงนั้นจริง ๆ ถ้าเราเคลียร์ปัญหาที่บ้านอยู่อะไรแบบนี้คนที่เข้ามาก็รับรู้ปัญหาครอบครัวของเรา เรื่องครอบครัวและเรื่องงาน ถ้าใครที่เข้ามาก็จะคุยเป็นเพื่อนให้เขารับรู้ปัญหาว่าชีวิตเราเป็นแบบนี้มันค่อนข้างซับซ้อน ถ้ามีคนรับทราบปัญหาเราได้ก็ก็อยากเปิดรับ เอาไว้คิดเป็นสเต็ปต่อไปดีกว่า"


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล