ชาวเน็ตจีนตามหา สาวช่วยลุงเป็นลม ด้วยการทำ CPR

สำนักข่าวประเทศรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.00 น. ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ชายคนงานก่อสร้างวัย 45 ปี เข็นรถสาลี่ไปทำงาน ระหว่างที่เข็นรถผ่านถนนเหวินซา เขตซานเฉิง เมืองฝอซาน จู่ๆ ก็ล้มลงหมดสติบนถนนดังกล่าว หญิงสองคนที่เหตุการณ์รีบเข้าไปช่วย ทั้งปั๊มหัวใจทั้งผายปอด
ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 07.00 น. ชายอายุประมาณ 40 ปี เข็นรถสาลี่กำลังจะผ่านเดินผ่านบริเวณนี้ แต่จู่ๆ เขาก็ล้มลงหมดสติไป ผู้หญิงสองคนที่อยู่ใกล้รีบวิ่งเข้าไปช่วยนวดตัว และยังมีคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นเข้าไปพัดวีลมให้
โดยผู้หญิงสวมเสื้อสีขาวได้ตรวจชีพจรและฟังเสียงหัวใจเต้นดูพบว่าเต้นอ่อนมาก ต่อมาอีก 5 นาที มีผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อสีแดงเข้ามาบอกให้คนที่มุงดูถอยห่างออกไป จากนั้นเข้าไปช่วยผายปอด สลับกับปั๊มหัวใจให้ชายคนดังกล่าว
หญิงคนดังกล่าวได้ถูกคนที่อยู่บริเวณนั้นถ่ายคลิปวีดีโอ แล้วโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตตั้งแต่เธอลงมือช่วยคน และบอกว่าดูแล้วเธอต้องมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลแน่นอน ต่อมาชายที่หมดสติก็ฟื้นขึ้นมา โดยเธอใช้เวลาช่วยชายคนดังกล่าวประมาณเกือบ 10 นาที จากนั้นรถพยาบาลก็มาถึงที่เกิดเหตุ เธอก็เดินถอยออกไปเงียบๆ
หลังคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวมากมาย และพยายามสืบหาว่าผู้หญิงสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นใคร อยู่ที่ไหน จนในที่สุดก็ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวอายุ 37 ปี เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนของรพ.เซี่ยงหยาง
เธอได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุเธอกำลังเดินทางไปทำงานบังเอิญไปเห็นชายคนดังกล่าวหมดสติอยู่ มือ เท้า และสีหน้ามีสีม่วงคล้ำ จึงเข้าไปตรวจชีพจรพบว่าชีพจรของเขาไม่เต้นแล้ว จึงลงมือปั๊มหัวใจสลับกับผายปอด
ตอนแรกเธอใช้ผ้าเช็ดหน้าวางกั้นเพื่อเป็นการป้องกัน แต่พบว่ามันขัดขวางการช่วยเหลือ จึงดึงมันออกแล้วผายปอดให้ปากเปล่า เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมา เพียงแค่อยากช่วยคนเท่านั้นเธอปั๊มหัวใจสลับกับผายปอดไปประมาณ 4-5 ครั้ง จนได้ยินเสียงชายคนดังกล่าวไอออกมา
แต่เธอยังกังวลและไม่แน่ใจ จนได้ยินชายคนดังกล่าวออกมาสองครั้งจึงเบาใจ จากนั้นก็มีคนมาจับไหล่และบอกว่ารถพยาบาลมาแล้ว เธอจึงได้หยุดมือ รู้สึกหมดแรงจนรู้สึกว่าจะยืนขึ้นไม่ได้ หน้ามืดเวียนหัว จนมีคนเข้ามาช่วยพยุงให้เธอยืนขึ้น ซึ่งตอนนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันถ่ายรูปและถ่ายคลิปวีดีโอกันหลายคน
และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้คนถามเธอเป็นจำนวนมากว่า ทำไมหลังจากช่วยคนแล้วเธอถึงได้รีบเดินออกไป ซึ่งเธอได้ตอบกลับมาว่า "เธอเข้างานตอน 08.00 น. ตอนนั้นใกล้จะถึงเวลาแล้ว จึงได้รีบเดินออกไป"
ตามรายงานระบุว่า หลังจากที่ชายคนดังกล่าวถูกส่งตัวไปรพ. อาการก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ผู้ตรวจรักษากล่าวอีกว่า ถ้าในเวลานั้นไม่มีคนเข้าไปช่วยหรือเข้าไปช่วยช้าแค่ 1 นาที ชายคนดังกล่าวอาจจะมีโอกาสรอดเพียงแค่ 7-10% เท่านั้น และจากที่จากรพ.ทราบ ชายคนดังกล่าวหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว แต่โชคดีที่ผู้หญิงสวมเสื้อสีแดงเข้าไปช่วยทำ CPR ให้ได้ทันเวลา
ที่มา : news.qq.com
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี