ตุ๊กตุ่นเข้มแข็งขึ้นขอเลี้ยงลูกเองให้เวลาพิสูจน์ตั้ม

'ตุ๊กตุ่น รจเลข' แถลงข่าวเปิดใจ ถึงความสัมพันธ์กับ 'หนุ่มตั้ม เดอะสตาร์ 10' รับเข้มแข็งขึ้น ขอเลี้ยงลูกเอง ขณะไม่ปิดกั้น 'ตั้ม' พร้อมให้เวลาพิสูจน์
ตุ่น รจเลข แถลงข่าวเปิดใจกับสื่อมวลชน ถึงความสัมพันธ์กับ หนุ่มตั้ม สุธน หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ 10 หลังจากที่ฝ่ายชายแถลงข่าวยอมรับผิด นอกใจภรรยาจริง เนื่องจากรักจืดจางลงไป แต่ยังไม่ระบุสถานะความสัมพันธ์ที่แน่นอน โดยล่าสุดวันนี้ ตุ่น ได้ออกมาเปิดใจว่า ตอนนี้สภาพจิตใจเข้มแข็งขึ้น แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับคำพูดของฝ่ายชาย และทั้งนี้ทั้งนั้นจะนัดพูดคุยกันอีกครั้ง โดยตนยืนยันอยากจะเป็นคนที่ดูแลลูกทั้งสองเอง แต่ไม่ปิดกั้นฝ่ายชายหากอยากจะเจอลูกๆ
เมื่อวานเป็นวันเกิดครบ 38 ปี เมื่อวานเขาก็ไปเปิดใจพูดถึงความสัมพันธ์ ทุกคนสงสารตุ่น กับคำที่ตั้ม พูดว่ารักมันจืดจาง? "เมื่อวานเป็นวันเกิดตุ่น ตุ่นเพิ่งได้ทราบทีหลังว่า ทางต้นสังกัดเขาไม่ทราบว่า เมื่อวานเป็นวันเกิดตุ่น แต่ที่เลือกเมื่อวานเพราะเป็นวันที่ทางนั้นเขาสะดวกที่จะแถลง ตัวตั้มเอง ตุ่นเชื่อว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเมื่อวานเป็นวันเกิดตุ่น แต่ตุ่นก็ไม่ว่ากัน มันอาจจะเป็นวันเกิดที่ดูแย่ไปนิดๆ แต่แน่นอนว่า มันย่อมมีสิ่งดีๆ ในเรื่องอื่น อย่างน้อยๆ เราก็ได้เห็นในอีกหลายมุมมอง ส่วนในเรื่องของคำพูดต่างๆ เป็นประเด็นที่หลายคนมาถามตุ่นมากเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง แต่มันก็เป้นความรู้สึกของตั้มเขา ตุ่นคงไม่สามารถไปบังคับความรู้สึกเขาได้ คนเรามันก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่จริงๆ แล้วมันจะดีกว่านี้ ถ้ามีการพูดกัน บอกกันก่อนหน้านี้"
แสดงว่าเราได้ยินพร้อมๆ กับทุกคน? "ก่อนหน้าที่จะไปออกอากาศ ตั้มส่งข้อความมา เป็นข้อความคล้ายๆ กับที่เขาตอบ ตั้มบอกว่าจริงๆ แล้ว ตุ่นน่าจะรู้ว่ารักของเรามันจืดจางลง เขาส่งข้อความมาในไลน์ แต่ตุ่นก็ไม่ได้ตอบตั้มกลับไป แต่ตุ่นตอบตั้มกลับไปหลังจากที่คุยกันอีกครั้งหนึ่ง ช่วงที่ก่อนเขาจะแถลงข่าว ตุ่นบอกตั้มว่า ถ้ารักมันจะจืดจาง มันเป็นรักของตั้มคนเดียว ไม่ใช่ของตุ่น ตุ่นไม่เห็น ไม่ทันได้รู้สึกว่ารักของเรามันจืดจางได้ยังไง เพราะก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันก็ยังดี ถ้ามันจะจืดจางก็น่าจะเป็นในช่วงระยะเวลาหลังมากกว่า"
ตอนที่มีลูกคนที่สอง ตั้มก็ดูแฮปปี้ หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น? "หลังจากนั้นทุกอย่างมันก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยน โดยที่ตุ่นไม่ทันได้สังเกตว่ามีอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้เลยเหรอแต่มันก็มีสัญญาณมาเป็นระยะๆ อยู่บ้าง แต่ด้วยความที่ตัวเราเอง เพิ่งคลอดลูก เราก็มัวแต่พุ่งประเด็นไปที่ว่า ฉันจะต้องมีนมให้ลูกกินให้ครบตามกำหนด 6 เดือน ฉันจะต้องให้นมลูกให้ได้"
การดูแลเขาก็เลยอาจจะลดน้อยลง? "ก็อาจจะใช่ค่ะ อันนี้ยอมรับว่ามันอาจจะใช่ แต่มันก็ไม่มีอะไรบ่งบอกให้เรารับรู้ มันก็มีหลายๆ อย่าง ที่บ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไป มันมีช่วงเวลาที่เราไม่ได้ไปไหนมาไหนกับเขาเลยเหมือนเดิม เพราะเราติดดูลูกอ่อน เขาก็จะเปลี่ยนไปกับน้อง ไปกับเพื่อน"
งานเขาเยอะด้วยรึเปล่า เพราะโตโน่ก็พูดว่า ชวนเค้าไปออกงาน? "จริงๆ แล้ว ต้องขอบคุณคุณโตโน่ เพราะในช่วงหลังจากที่คลอดน้องมาร์ติน ลูกคนเล็ก ตุ่นไม่ค่อยได้ทำงาน ตอนท้องแก่ ก็ไม่ค่อยได้ทำงานเลย ทำให้เรื่องของรายได้ต่างๆ ตั้มต้องเป็นเสาหลัก เป็นคนหา ถือว่าโตโน่เป็นคนที่เข้ามาช่วยเหลือ มีพระคุณกับครอบครัวที่ทำให้เขาได้งาน ได้เงิน ให้ตั้มเอามาจุนเจือครอบครัวในช่วงนั้น คุณโตโน่ เขาจะพูดตลอดว่า เอาตั้มมาร้องเพลง นักร้องพ่อลูกอ่อน เพื่อจะได้มีค่านม ค่าแพมเพิร์สให้หลาน ตุ่นกับคุณโตโน่ ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่รู้จัก มีโอกาสได้พูดคุยกันแค่ครั้งเดียวตอนก่อนคลอดน้อง"
ตอนเริ่มต้นคบกัน ตั้มอายุ 23 แต่ตุ่นอายุ 34 ดูหลอกเด็กไปไหม? "ตุ่นเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมในชีวิตของตุ่น จะมีแต่คนอายุน้อยกว่าหรืออายุเท่ากันเข้ามา ในชีวิตตุ่นไม่ค่อยได้เจอคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ตุ่นก็มักจะบอกกับคนอื่นว่า ตุ่นคบเด็ก ตุ่นไม่ต้องเจอแจ๊กพอตว่าเขาจะมีลูก มีเมียแล้ว แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ตุ่นไม่แน่ใจว่าเขาจะมีเรือพ่วงมารึเปล่า หรือตุ่นจะต้องไปตามสืบว่ามันมีอะไร ตอนนั้นตุ่นคิดแค่ว่าเราเข้ากันได้ เรารักกัน ก็ไม่เห็นเป็นอะไร เราได้มีลูกกับคนที่เรารัก ตั้งแต่ช่วงแรกที่คบกันตุ่นทำงานมานาน แน่นอนว่าตุ่นมีมากกว่าตั้ม พอมันถึงเวลาที่ตุ่นท้อง มีลูก มันทำให้ตุ่นต้องดร็อปการทำงานทุกอย่างเลย ตั้มก็เข้ามาดูแลตรงนี้ เขาเองมีข้อดีของเขา ที่ผ่านมา เขามีร้อยให้ร้อย มีพันให้พัน มีหมื่นให้หมื่น มีแสนให้แสน เขาให้หมด เขาเป็นคนดีในจุดนี้ของเขา แต่อย่างที่บอกในช่วง 4 เดือนหลัง มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงไป"
อะไรที่ทำให้ชีวิตครอบครัวเริ่มมีมือที่สาม อะไรที่ทำให้เราเชื่อมั่นและพยายามสืบหาข้อมูลจนรู้? "ต้องบอกว่าตุ่นไม่ได้พยายามสืบหาข้อมูลเลยดีกว่า มีคนพยายามทำให้ตุ่นรู้ข้อมูล ต้องพูดอย่างนี้มากกว่า ในขณะที่เราเลี้ยงลูกอยู่ ก็จะมีคนอินบ็อกเข้ามา มีคนมาบอกว่า ทำไมเราไม่ลองดูตรงนี้ล่ะ ทำไมเราไม่ลองสังเกตล่ะ รวมไปถึงเขาเองก็มีท่าทีเปลี่ยนไป เราก็เลยเริ่มมา อ๋อ ว่าเอ๊ะทำไมถึงมีปัญหา ซึ่งข้อมูลกับพฤติกรรมของเขา มันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มันสามารถจะเช็กได้จากที่เช็คอิน พอเอามาเทียบกันปุ๊บ ที่เดียวกันหมดเลย คือถ้าตั้มหมดรักอย่ากลับมาดีกว่า เพราะมันมาแต่ตัวมันไม่มีใจ เมื่อวานหรือวันอื่นๆ ตุ่นรู้สึกว่าตั้มตอบคำถามกับสื่อหรือคุยกับตุ่น วันนี้เป็นอย่าง อีกวันเป็นอย่าง เหมือนตั้มยังมีความสับสนในตัวเองอยู่เลยว่าตั้มไม่รู้ว่าใจตั้มจริงๆ แล้วต้องการอะไร ก่อนหน้านี้ที่มีการพูดคุยกัน คำพูดที่ตั้มพูด ตุ่นเคยได้ยินบ้างบางคำอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นอีกวันตุ่นกลับได้ยินไปอีกอย่าง บอกว่ายังรักตุ่นนะ ยังอยากอยู่กับลูก มันเลยทำให้ตุ่นรู้สึกว่าตั้มกลับไปทบทวนตัวเองให้ดีๆ ก่อนมั้ย ว่าตั้มมีความคิดยังไง แน่นอนว่าตุ่นก็กลับไปคิดของตุ่นเช่นกัน เพราะตุ่นเองมีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตั้มมีสิทธิ์เลือกแค่คนเดียว"
ให้โอกาสในการที่เขาได้คิดใคร่ครวญก่อนมั้ย ตอนนี้เขาอาจตัดสินใจอะไรไม่ได้? "ถ้าวันนี้พูดอย่าง แล้วอีกวันพูดอีกอย่างนึง ตุ่นว่าการกระทำมันสำคัญกว่าคำพูด การกระทำสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ตั้มควรจะกระทำให้มันพิสูจน์ได้ ในการที่ตั้มบอกว่าตั้มรักลูก อยากจะดูแลลูก อยากจะทำหน้าที่พ่อให้ตลอด อ่ะก็มาดูว่าตั้มจะทำอย่างไร ตั้มต้องคิดให้ได้และกระทำให้ได้ตามที่คิดด้วย ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว"
จะรอไหม? "อย่าเรียกว่ารอค่ะ ตุ่นยอมรับว่าเมื่อวานตุ่นอ่อนแอ แต่วันนี้ตุ่นเข้มแข็งขึ้น ลูกทำให้ตุ่นคิดได้ ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าลูกมีแม่ที่เข้มแข็ง ถ้าลูกมีแม่ที่ยิ้ม ลูกก็จะมีความสุข แต่ถ้าลูกมีแม่ที่ร้องไห้ เอาแต่เศร้าไปวันๆ เอาแต่ทุกข์ใจ ไม่ใช่ว่าเด็กเขาไม่รับรู้นะคะ เด็กเขารับรู้ โดยเฉพาะ น้องเฌอตาร์ ลูกสาวคนโต ลูกสาวเห็นตุ่นร้องไห้ ทุกวันนี้เขายังฟ้องเพื่อนอยู่เลยว่าแม่ร้องไห้ ตุ่นแค่เผลอร้องไห้ให้ลูกเห็นแค่ครั้ง สองครั้งเอง ลูกยังพูดอยู่จนถึงตอนนี้เลย เพราะฉะนั้น ตุ่นเลยคิดว่า ตุ่นจะต้องหาวิธีอะไรก็ได้ที่จะทำให้ตัว เองเข้มแข็งที่สุด ไม่ให้ลูกต้องมาเห็นน้ำตาของแม่ ไม่ให้ลูกต้องมาเห็นว่าเราเศร้าเสียใจ ลูกต้องเห็นแม่ที่เข้มแข็ง ลูกจะต้องเห็นแม่ที่จะต้องยืนในวันพรุ่งนี้ต่อไปได้แบบมีความสุข ในวันนี้มันจะยาก"
เห็นว่าทุกวันนี้ลูกก็ยังร้องหาพ่อ? "ตอนนี้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า บอกว่าพ่อตั้มไปทำงาน เพราะปกติพ่อเขาเองก็ไปคอนเสิร์ต ไปไหนๆ เขาก็มีหายไปหลายวันบ้างอยู่แล้ว มันยังจะพอพูดแบบนี้ได้อยู่ แต่นอกเหนือจากนี้ถ้าตุ่นกับตั้มยังไม่ได้เจอกัน ตอนนี้ก็อนุญาตให้เขาเฟซไทม์หาลูกสาวเขาได้ ยังให้เขาได้เห็นหน้าลูก แต่เรื่องระหว่างสามี ภรรยา ก็ให้เป็นเรื่องของสามี ภรรยา แต่ความเป็นพ่อ ลูก เขาก็ไม่ไปกีดกั้นเขา เราต้องให้โอกาสลูกได้มีความสุข แต่ตัวตุ่นยังไม่พร้อมเจอ ตุ่นก็ต้องขอเวลารักษาตัวเองเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ไม่เจ็บ ตุ่นก็เจ็บ แต่เราต้องเข้มแข็ง ตุ่นไม่แน่ใจว่า ถ้าตุ่นเจอพ่อของลูก นั่งเล่นกับลูกเหมือนคืนวานที่ผ่านมา ตุ่นจะยังเข้มแข็งมากพอที่จะรับความรู้สึกตรงนั้นได้หรือเปล่า ต้องให้เวลาตุ่นตรงนี้ด้วย"
เราก็พูดชัดเจนว่ายังไงก็ไม่แบ่งลูกให้แน่ๆ ลูกเป็นสิทธิ์ของตุ่น? "ขอให้ลูกได้อยู่ในความดูแลของตุ่น ตุ่นมั่นใจว่าลูกจะมีความสุข และตุ่นน่าจะเลี้ยงลูกได้ดี"
ก่อนหน้านี้เห็นว่าขายสมบัติเก่าด้วย? "ก่อนหน้านั้นก็ยอมรับว่าเอาทองออกมาขายบ้าง เพราะเราไม่มีรายได้เข้ามา ยังอยู่ในช่วงที่เรารอรายได้ เราก็ต้องทำทุกทางเพื่อเอามาทำให้ครอบครัวอยู่ได้ ตั้มจะมีข้อดีที่เขาไม่เป็นคนคิดเรื่องเงินจุกจิก ยกเว้นช่วงหลัง 4 เดือนที่ผ่านมา"
หลังจากนี้จะดูแลลูกยังไงด้วยตัวเอง? "ตอนนี้ตุ่นกลับมาทำงาน ต่อไปก็จะหาอะไรทำมากขึ้น ทำยังไงก็ได้ให้หาเงินมาได้มากที่สุด เพื่อที่เราจะสามารถดูแลเลี้ยงลูกต่อไปให้ได้ ตุ่นก็ต้องมาเป็นเสาหลักให้ที่บ้านตุ่นด้วย ส่วนของตั้ม ตุ่นรู้ว่าตั้มปรารถนาดีที่จะช่วยดูแลตรงนี้ในเมื่อมันเกิดเรื่อง เกิดเหตุการณ์ต่างๆ แน่นอนมันต้องกระทบกับงานของเขา อย่างตอนนี้ตั้มเขาก็กำลังโอเค มีรายได้ที่รอเขาอยู่ในอนาคตอีกบ้าง ซึ่งแน่นอนตุ่นรู้อยู่แล้วแหละว่าเขายังพร้อมที่จะช่วย แต่เขาเองยังไม่ได้เอ่ยปากมาว่าจะดูแลให้อย่างไร ยังไม่ได้ตกลงกัน แต่ถ้างานเขาไม่มีหรือไม่เหลือเลยตุ่นไม่รู้ว่าจะให้เขาทำหน้าที่พ่อของลูกในการดูแลตรงจุดนี้ได้อย่างไร เขาก็คงไม่สามารถดูแลลูกได้ คงก็ต้องเป็นตัวตุ่นที่ต้องดูแลลูกคนเดียว"
ในวันแต่งงาน นักข่าวถามตั้มว่ามีอะไรเป็นสินสอดบ้าง ตั้มบอกว่าได้ให้ชีวิตวัยรุ่นทั้งชีวิตไปหมดแล้ว ถึงวันนี้อยากพูดอะไรกับเขาไหม จากวันนี้เขาเป็นผู้ชายคนนึง ที่ไม่มีชื่อเสียง จนวันนี้มีชื่อเสียง? "พีคมากเลย...เขาได้ขอแต่งงานวันที่ 9 เดือน 9 สมัยที่ตั้มยังไม่ได้เป็นเดอะสตาร์ เขายังเป็นคนธรรมดาที่เพิ่งเรียนจบ แล้วก็มาทำงานเป็นสต๊าฟ จนวันนี้เราแต่งงานกันแล้วเขาก็มีชื่อเสียง แน่นอนค่ะว่าคนเราทุกคนย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทุกคนต้องโตขึ้น ทุกคนย่อมมีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ชีวิตวัยรุ่นของตั้ม ตอนที่ตั้มมาเจอกับตุ่น ตั้มเคยบอกว่าตั้มใช้มันพอแล้ว ตอนที่ตัดสินใจว่าเราจะมีลูกกัน หลังจากนั้นตุ่นก็ให้อิสระกับตั้มทุกอย่าง ตั้มรู้อยู่แล้วว่าตุ่นเป็นคนยังไง ไม่ว่าตั้มจะไปไหน จะมีเพื่อนหรือจะอะไร ตุ่นก็ยังให้อิสระตั้มเหมือนเดิม ตุ่นจะพูดตลอดว่าเดี๋ยวพอตั้ม สามสิบ สามสิบเอ็ด ตั้มก็จะเบื่อเที่ยวไปเองแหละ เดี๋ยวตั้มก็เหนื่อยไปเอง เราก็ให้ทุกอย่างกับเขา แต่เมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ตั้มอาจจะได้กลับไปใช้ชีวิตอิสระอีกครั้ง ตุ่นไม่แน่ใจว่าจะดีใจหรือจะเสียใจกับอิสระครั้งนี้ที่ตั้มได้ไป ตุ่นขอให้เวลามันเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างที่ตุ่นบอก การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูด"
ถ้าเลือกได้ยังอยากให้ตั้มเข้าวงการอยู่ไหม? "ตุ่นยังอยากให้เขาอยู่ในวงการเหมือนเดิม เพราะมันเป็นส่วนที่เขารัก เขาเป็นคนมีความสามารถเพียงแต่เป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ตุ่นแค่เป็นคนช่วยให้เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง มีคนถามตุ่นเยอะเหมือนกัน ถ้าย้อนกลับไปได้จะอยากให้เขาเป็นเดอะสตาร์ เป็นคนที่มีชื่อเสียงไหม ตุ่นก็ตอบไปว่า ชีวิตใครก็ชีวิตคนนั้น คนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้ ถ้าเกิดว่ามีความคิดอะไรต่างๆ มันก็สามารถดำเนินไปในทิศทางที่ดีได้ โดยที่ไม่เป็นแบบนี้ก็ได้"
ตอนคบกันใหม่ๆ มีคนห้ามไหม? "มีค่ะ มีทั้งสองฝั่ง จุดที่เรามั่นใจคือ เรารักกันไงคะ รักกัน ตุ่นชอบพูดประโยคหนึ่งมากเลย มันอาจเป็นข้อเสียของตุ่นด้วย ว่าตุ่นชอบใช้หัวใจ ใช้ความรักในการตัดสิน มากกว่าใช้สมอง ซึ่งถ้าคนเราใช้สมอง มันจะมีพื้นฐานทางความคิด พื้นฐานทางครอบครัว จะคิดเยอะกว่านี้ อันนี้ก็ยอมรับว่า จริงๆ แล้ว ที่จะหาใครมาเป็นคู่ชีวิต ต้องใช้สมองบ้าง แต่ว่าด้วยเราอยากมีลูกกับคนที่เรารัก ถ้าวันหนึ่งมันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อมันเป็นแบบนี้ อย่างน้อยที่สุด ตุ่นได้รับของขวัญที่วิเศษที่สุด คือ ลูกสองคนที่เกิดจากความรักของพ่อแม่ ไม่ใช่เกิดจากความเหมาะสม แต่เกิดจากความรักของเรา ณ ขนาดนั้น"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
