หมอเผย เศรษฐีนีอุดรป่วยมะเร็งเสียชีวิต "หญิงไก่" โผล่อ้างเป็นญาติ

หมอเผย เศรษฐีนีอุดรป่วยมะเร็งเสียชีวิต "หญิงไก่" โผล่อ้างเป็นญาติ

หมอเผย เศรษฐีนีอุดรป่วยมะเร็งเสียชีวิต "หญิงไก่" โผล่อ้างเป็นญาติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

( 14 ก.ค.59 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางไก่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเศรษฐีนี ที่ จ.อุดรธานี ทราบชื่อคือ นางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล ตรวจสอบพบว่ามีพยานระบุว่า เมื่อปี 2546 นางไก่เคยมาพร้อมกับนายปิติ ตั้งวิริยะกุล สามีเก่าของเศรษฐินีรายนี้

โดยนางไก่ได้แสดงตนว่าเป็นคุณหญิง ทุกครั้งที่มาจะมีบุคคลและบอดี้การ์ด คอยติดตามมีรถนำขบวนและมีนายตำรวจ ยศ ร.ต.อ.คอยติดตามมาด้วย จนคนแถวนั้นเชื่อว่านางไก่เป็นคุณหญิงจริงๆ กระทั่งรับทราบจากทางญาติของเศรษฐินีระบุว่า นางฉวีวรรณ ได้หายตัวไป

ต่อมาพบว่านางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล ได้เดินทางเข้ารับการรักษาตัวที่ คลินิกหมออุดม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2546 มีการนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดศรีสว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จากนั้นที่ดินของนางฉวีวรรณ ถูกโอนกรรมสิทธิ์ ให้นาย ปิติ ตั้งวิริยะกุล และถูกขายให้กับผู้อื่นในราคา 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าในรายละเอียดการแจ้งตายของนางฉวีวรรณ มีนางมณตา หยกรัตนกาญ เป็นผู้แจ้งการตาย

ในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง คลินิกหมออุดม ถ.นิตโย อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นที่ทำการรักษา นางฉวีวรรณ พบกับ นายแพทย์อุดม แพะเจริญชัย เจ้าของคลินิก กำลังวุ่นอยู่กับการรักษาคนไข้ จากนั้นจึงนำเอาเอกสารประวัติการรักษา นางฉวีวรรณ มาชี้แจงว่าได้รักษานางฉวีวรรณจริง ตั้งแต่เริ่มแรกคนไข้เข้ามาให้การรักษาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2546 บอกว่า ตาเหลืองเป็นดีซ่าน เบื้องต้น แรกเห็นนางฉวีวรรณแต่งตัวธรรมดา ไม่มีท่าทีจะเป็นเศรษฐีนี ระหว่างการรักษา ตรวจพบมีจุดในตับ 3 จุด ความหมายว่าท่อน้ำดีอุดตันไม่เป็นนิ่วก็เป็นมะเร็ง และพบการอักเสบในตับ 65 หน่วย และเพิ่มขึ้นทุกครั้ง รวมทำการรักษา 16 ครั้ง และลุกลามเป็นมะเร็งที่ตับ

ทุกครั้งจะเห็นนางฉวีวรรณมาคลินิกคนเดียว โดยไม่มีญาติมาด้วย สุดท้ายนางฉวีวรรณ ได้เดินทางมาพบตนอีก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 เพื่อขออยู่ใกล้หมอ เนื่องจากเหนื่อยอ่อนแรง แต่ตนยืนยันว่า ตนไม่สามารถให้คนไข้นอนรักษาแบบโรงพยาบาลได้ แต่นางฉวีวรรณตัดสินใจพักอยู่ ระหว่างนั้นรักษาตามอาการ กระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม 2546 เวลา 09.30 น.นางฉวีวรรณได้เสียชีวิตลงอย่างจากโรคมะเร็งตับ

นายแพทย์อุดม กล่าวอีกว่า เวลา 10.00 น.วันเดียวกันตนได้เขียนจดหมายนมัสการพระคุณเจ้าสกล วัดป่าศรีสว่าง เพื่อความอนุเคราะห์ เนื่องจากนางฉวีวรรณ ไม่มีญาติมาด้วย พร้อมชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตกำกับไปกับจดหมาย เพื่อตั้งศพทำพิธีทางศาสนา 3 วัน ระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2546 จากนั้น เวลา 14.00 น. ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายศพไปยังวัดและทำการติดต่อประสานหาญาติตามเอกสารประวัติ ที่นางฉวีวรรณแจ้งไว้ ส่วนตนทำงานปกติ ให้พนักงานดำเนินการเพื่อตามหาญาติ จากนั้นไม่ทราบว่าอย่างไรต่อ

ต่อมาในคืนวันที่ 4 ธันวาคม 2546 คืนสุดท้ายของการสวดอภิธรรมศพนางฉวีวรรณ ตนได้เดินทางไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพพบผู้มาร่วมงานพอสมควร และเจอกับสุภาพสตรี อายุประมาณ 30 กว่าๆ แต่งชุดดำภูมิฐาน ดูมีฐานะร่ำรวย จึงได้พูดคุยกับสุภาพสตรีคนนั้น บอกว่าเป็นญาตินางฉวีวรรณ อ้างตนว่าเป็นคุณหญิง ร่ำรวยมากจากการเสี่ยงโชคถูกหวยทุกงวด และระบุอีกว่า สามารถใบ้หวยได้แม่นยำ ตนจึงพูดติดตลกเอ่ยขอหวย ในเวลานั้นสุภาพสตรีอ้างว่า ให้หวยวันนี้ไม่ได้ รอวันที่ 15 ธันวาคม 2546 จะมีญาณทิพย์มาบอกจึงจะให้หวยได้

นายแพทย์อุดม กล่าวว่าวันสุดท้าย 5 ธันวาคม 2546 วันฌาปนกิจ มีญาติของนางฉวีวรรณมาร่วมงาน มากกว่า 50 คน การฌาปนกิจดำเนินการไปตามประเพณีทางศาสนา ระบุว่าวันดังกล่าวสุภาพสตรีท่านนั้นก็มาร่วมงานด้วย ภายในงานไม่พบรถหรู หรือรถนำขบวนใดๆ จนดำเนินการแล้วเสร็จ ก็หมดหน้าที่ของตน ไม่ทราบว่าอัฐฐิทางญาติจะไปเก็บไว้ที่ใดหรืออย่างไรต่อ ตนไม่ทราบเรื่อง

และจากกรณีที่มีการสงสัยว่าได้ติดต่อสุภาพสตรีที่อ้างว่าเป็นคุณหญิงนั้น ตนไม่ได้ติดต่อเพียงแต่ให้เบอร์ไว้ เพื่อรอการโทรมาบอกหวยของคุณหญิงที่อ้างว่าให้หวยแม่นถูกทุกงวดเพื่อจะรอดูว่าจะเป็นไปตามที่คุยโวหรือไม่ ปรากฏว่า วันที่ 15 ธันวาคม 2546 ทั้งวันไม่ได้มีการติดต่อใดๆกลับมา

ทั้งนี้ยืนยันว่านางฉวีวรรณเข้ารับการรักษาตามปกติที่คลินิกและป่วยทรุดหนักลงเรื่อยๆ ตามประวัติการรักษาคนไข้ที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสุภาพสตรีที่อ้างตัวว่าคุณหญิงใดๆทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยัง วัดป่าศรีสว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พบพระรูปหนึ่งที่จำวัดอยู่ให้การว่า พระคุณเจ้าสกลที่หมออุดมทำหนังสือมาถึงเมื่อ 13 ปี ก่อนได้มรณภาพไปแล้ว ซึ่งเป็นพระที่ทำการฉาปนกิจนางฉวีวรรณด้วยตนเอง และยืนยันว่ามีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลของนางฉวีวรรณจริง ตามเอกสารสมุดบันทึกของวัดที่เคยได้อ่าน แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าไปไหน ส่วนอาตมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ เมื่อปี 2547 จึงไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ทั้งนี้ยังมีข้อสังเกตว่าหลังจากการเสียชีวิตลงของนางฉวีวรรณ ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะมีการแจ้งตายของนางฉวีวรรณ ผู้สื่อข่าวจะติดตามรายละเอียดในเรื่องนี้มารายงานอีกครั้ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล