มธ.เสวนาวิชาการวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์

มธ.เสวนาวิชาการวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์

มธ.เสวนาวิชาการวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มธ. จัดงานเสวนาวิชาการ วันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ เปิดเวทีให้นักวิชาการและประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดงานเสวนาวิชาการ เนื่องในวาระคล้ายวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ กำเนิด รัฐสมัยใหม่ กระบวนการสร้างรัฐในญี่ปุ่นยุคเมจิและสยามยุครัชกาลที่ 5 

โดยมี ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับการเดินจากโลกที่ไม่มีรัฐ สู่การปกครองโดยรัฐ และการบริหารจัดการโดยรัฐ รวมถึงกระบวนการสร้างรัฐในสยามและญี่ปุ่น ซึ่งจะเปรียบเทียบให้เห็นแนวทางการสร้างรัฐของทั้ง 2 ประเทศ 

ทั้งนี้ จะมีการเปิดเวที ให้นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังการสัมมนา ซักถาม และร่วมแสดงความคิดเห็นในช่วงท้าย อีกด้วย

 

"ลิขิต"ชี้ไทยเสียเปรียบย้ำปชช.ต้องร่วมพัฒนา

ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง กล่าวในการเสวนาวิชาการหัวข้อ กำเนิดรัฐสมัยใหม่ กระบวนการสร้างรัฐในญี่ปุ่นยุคเมจิ และสยามยุครัชกาลที่ 5 ว่า ตัวแปรในการพัฒนาของทั้งสองประเทศ คือ เงื่อนไขเบื้องต้น สภาพแวดล้อม และผู้นำทางการเมือง ซึ่งญี่ปุ่นมีการปกครอง โดยให้อำนาจอยู่ที่จักรพรรดิ กำหนดให้แคว้นมีการเดินทางทำให้การคมนาคมสื่อสารเกิดการพัฒนาอย่างมาก มีการสร้างเมืองตลอดทาง การค้าเจริญรุ่งเรือง จำนวนประชากรและการศึกษา ที่ผลักดันให้บ้านเมืองเจริญ ขณะที่ประเทศไทยไม่มีการเดินทาง ไม่มีการสร้างแหล่งเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ มีเพียงอย่างเดียวที่เป็นแนวคิดสำคัญในการดำเนินชีวิต คือ ศาสนาพุทธ และการผลักดันให้มีการศึกษามากขึ้น แต่ไม่กล้าปฏิรูปประเทศ ทำให้เสียเปรียบในหลายด้าน

ผู้นำเน้นการพัฒนาประเทศ โดยการให้เงินเป็นใหญ่ ต้องการพัฒนาประเทศเพื่อการขึ้นเป็นมหาอำนาจ ไม่ใช่อยู่รอดการบริหารจะต้องเดินไปข้างหน้า ตามวิถีของประเทศจีน คือ ประเทศร่ำรวย กองทัพเข้มแข็ง และเชื่อว่าการสงครามคือ การเปลี่ยนประเทศให้เป็นมหาอำนาจ ที่มีการบริหารในเชิงธุรกิจที่ทำร่วมกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน จนญี่ปุ่นเป็นกลายเป็นมหาอำนาจ ขณะที่รัชกาลที่ 5 ขณะนั้น ต้องการเพียงอยู่รอด ทำให้การัฒนาประเทศเพื่อเอาตัวรอด และผู้นำไม่มีเวลาในการคิดริเริ่มพัฒนาเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสะท้อนมายังสถานการณ์ปัจจุบัน จะต้องมีการวางแผนในการพัฒนาประเทศในการเป็นประชาคมอาเซียน ที่จะเดินไปข้างหน้า ซึ่งมี 5 ตัวแปร ได้แก่ การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา และประชากร โดยประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในทุกๆ กระบวนการ


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล