สธ.เตือนน้ำสงกรานต์ต้องสะอาดเสี่ยงเกิดโรคได้

อธิบดีกรมคุมโรค เตือนประชาชนเล่นสงกรานต์ ให้ใช้นำสะอาด หากสกปรกอาจเสี่ยงเป็นหลายโรค
นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการนำน้ำที่ไม่สะอาด หรือน้ำที่มีขุ่นโคลน มาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ เพราะอาจจะทำให้เป็นโรคผิวหนัง หรือติดเชื้อโรคตาแดงได้ ซึ่งจากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ช่วงต้นปีนี้ (วันที่ 1 มกราคม - 4 เมษายน 2559) พบผู้ป่วยโรคตาแดงแล้ว 31,199 ราย จากทั่วประเทศ กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด เรียงตามลําดับ คือ 45-54 ปี (12.70%), 35-44 ปี (11.91 %) และ 15-24 ปี (10.91 %) ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ อุบลราชธานี อํานาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ศรีสะเกษ และสระบุรี ที่สำคัญไม่ควรสาดหรือฉีดน้ำเข้าดวงตาโดยตรงเนื่องจากจะทำให้ตาเกิดอักเสบหรืออันตรายถึงขั้นตาบอดได้ ถ้าเป็นเด็กผู้ปกครองควรหาแว่นตาสำหรับกันแดดให้เด็กใส่เพื่อป้องกันน้ำและฝุ่นเข้าตา
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อว่า ในการเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ ควรนำน้ำสะอาดมารดน้ำสาดน้ำกัน เช่น น้ำประปาจะดีที่สุด เพราะผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว หรือน้ำบาดาลที่มีสิ่งสกปรกตกค้างน้อยกว่า ไม่ควรใช้น้ำสกปรก เช่น น้ำคลองริมถนน รวมถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำผสมเม็ดแมงรัก เม็ดสาคู หรือน้ำผสมสีย้อมผ้าอย่างเด็ดขาด เนื่องจากน้ำดังกล่าวจะมีความสกปรก ปนเปื้อนด้วยเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสและพยาธิ รวมถึงสารพิษจากสารเคมีด้วย หากเข้าตามีโอกาสเกิดภาวะระคายเคืองจนตาอักเสบอาจถึงขั้นตาบอดได้ หากเข้าปากเสี่ยงเป็นโรคท้องร่วง และหากโชคร้ายอาจสำลักน้ำ ถ้าเกิดการติดเชื้อเข้าสู่ปอดหรือสมองจนเกิดภาวะปอด สมองอักเสบและอาจกลายเป็นผู้พิการได้ หลังการเล่นน้ำสงกรานต์หากพบว่าบุตรหลานมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจลุกลามรุนแรง โดยให้บุตรหลานล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที หรืออาจลืมตาในน้ำและกลอกตาไปมา เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออก แต่ถ้าสิ่งแปลกปลอมนั้นมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ด้วย ควรล้างโดยให้น้ำไหลผ่านเข้าตา หรือถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและรับการรักษาอย่างทันท่วงที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


