ทั่วไทยคึกแห่ชมสุริยุปราคา-เตือนอย่ามองตาเปล่า

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนของประเทศไทย คนกรุงสามารถมองเห็นแล้ว คาด 07.30 น. จะบดบังเต็มที่ ขณะที่ สดร. เตือน ห้ามมองด้วยตาเปล่า
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนที่เห็นโดยทั่วไปของประเทศไทย ล่าสุด เงาของดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนบังดวงอาทิตย์แล้วประมาณ 20 - 30% หลายพื้นที่เห็นชัดเจน อาทิ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเห็นชัดเจนมาก และคาดว่าประมาณเวลา 07.30 น.จะเกิดสุริยุปราคาเต็มที่ ส่วนใน กทม. เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า ก็สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคา เช่นกัน คาดว่าเวลาประมาณ 07.35 น. จะบดบังเต็มที่ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าว จะเริ่มตั้งแต่ประมาณ 06.30 - 08.30 น. ของวันนี้
ทางด้านสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) มีคำแนะนำ ห้ามประชาชนมองพระอาทิตย์ด้วยตาเปล่า เสี่ยงตาบอด ห้ามถ่ายภาพดวงอาทิตย์โดยปราศจาก
แผ่นกรองแสง หรือห้ามถ่ายภาพแบบเซลฟี่ และไม่ควรใช้อุปกรณ์ อาทิ ฟิล์มเอ็กซเรย์ (หากใช้ต้องซ้อนกันสองชั้น), ฟิล์มถ่ายรูปใช้แล้ว, แผ่นซีดี, แว่นกันแดด, กระจกรมควัน, แผ่นฟิล์มกรองแสงสีดำที่ใช้ติดกระจกรถยนต์ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ประชาชนสามารถติดตามร่วมชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา บางส่วนในไทยได้ใน 5 จุดสังเกตุหลัก ๆ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ บริเวณสวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, จ.เชียงใหม่ บริเวณดาดฟ้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จ.ฉะเชิงเทรา บริเวณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา อ.แปลงยาว, จ.นครราชสีมา บริเวณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ จ.สงขลา บริเวณลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา
อย่างไรก็ตาม ในจุดต่าง ๆ มีประชาชนทยอยเข้าร่วมชมปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่สำหรับประเทศไทยเคยเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงมาแล้ว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 ที่ผ่านมา
ชาวภูเก็ตแห่ดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา
ที่บริเวณวงเวียนภิรมย์รัตน์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดกิจกรรม "กินกาแฟยามเช้าแลสุริยุปราคา เหนือฟ้าราชภัฏภูเก็ต" นำนักเรียนจากโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ และประชาชนประมาณ 300 คน ร่วมกันสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบบางส่วน ผ่านแว่นตาและหน้ากากติดฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง แผ่นกรองแสงขนาดใหญ่ กระจกเชื่อมโลหะเบอร์ 14 และสังเกตผ่านกล้องดูดาว ให้แสงแดดตกลงบนฉากรับภาพ รวมทั้งใช้กระจกเงาสะท้อนฝาผนัง และกล้อง
รูเข็ม ในการสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดยดวงอาทิตย์เริ่มถูกดวงจันทร์บดบัง ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น เวลา 06.36 น. บดบังมากที่สุด เกินกว่า 60% ช่วงเวลา 07.25 น. และจะไปสิ้นสุดในช่วงเวลา 08.28 น. ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นเต้นให้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาประมาณ 07.20 น. ซึ่งสามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคา ด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน สำหรับการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ที่เห็นได้ในประเทศไทยครั้งถัดไป เป็นสุริยุปราคา ในวันที่ 26 ธ.ค. 2562 โดยเห็นเป็นสุริยุปราคาแบบบางส่วนอีกเช่นเดียวกัน ครั้งนั้นดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลก ทำให้เกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เห็นได้ภายในแถบแคบ ๆ ลากผ่านซาอุดีอาระเบีย อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเฉียดตอนใต้สุดของฟิลิปปินส์
ชาวโคราชนับพันชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา
ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป กว่า 1,000 คน เดินทางมาชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เป็น 1 ใน 5 จุด ที่ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดให้ประชาชนทั่วไปชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้ ซึ่งจุดนี้ พระอาทิตย์จะเริ่มถูกบดบังตั้งแต่เวลา 06.41 น. และบังมากที่สุดเวลา 07.35 น. ก่อนที่จะสิ้นสุดการถูกบดบังเวลา 08.34 น. ทั้งนี้
หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ได้มีการจัดชุดอุปกรณ์ดูดาวบริการประชาชนหลายชนิด เช่น กล้องพีวีซี จำนวน 3 ตัว, กล้องดรอปโซเนียน (drop sonion) จำนวน 2 ตัว, กล้องส่องดวงอาทิตย์ จำนวน 1 ตัว, ตะแกรงดูเงาดวงอาทิตย์ 3 ชุด และแว่นตาส่องดวงอาทิตย์ โซลาร์วิวเวอร์ จำนวน 500 ชิ้น ซึ่งบรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ ท้องฟ้ามีเมฆหมอกบังเล็กน้อย แต่เมื่อถึงเวลา 06.41 น. สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์เริ่มถูกบดบังอย่างชัดเจน หลายคนเริ่มใช้แว่นตาส่องดวงอาทิตย์ดูปรากฏการณ์ รวมทั้งใช้อุปกรณ์อื่น ๆ อย่างคึกคัก
จนกระทั่งถึงเวลา 07.35 น. ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้สังเกตการณ์ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบังมากที่สุดถึง 38% โดยหลายคนต่างก็ได้ใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปปรากฏการณ์สุริยุปราคา ผ่านกล้องพีวีซี และจอฉายภาพที่ทางหอดูดาวฯ จัดไว้ให้ เพราะเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปรากฏการณ์สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้ง ในวันที่ 11 เมษายน 2613 หรือในอีก 54 ปีข้างหน้า
ชาวนาปทุมฯดูสุริยุปราคา-มองเห็นได้35%
นายจินดา อุ้มญาติ อายุ 56 ปี ชาวนาใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ใช้หน้ากากเชื่อมเหล็กเพื่อดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา เนื่องจากหากใช้ตาเปล่าดู อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับดวงตาได้ โดยนายจินดา กล่าวว่า เป็นเรื่องเล่าตั้งแต่อดีตที่เมื่อมีปรากฏการณ์สุริยุปราคา ชาวบ้านก็จะตีเกราะเคาะไม้ รวมถึงเอาไม้ไปกระทุ้งต้นไม้เพื่อให้ออกลูกดก บางคนเอาปืนมายิง หรือจุดประทัดเสียงดัง เพื่อขับไล่ราหูที่เข้ามาอมดวงพระอาทิตย์ ทั้งนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าว ชาวโบราณมีความเชื่อว่าจะมีลางร้ายมาสู่โลก โดยการเกิดสุริยุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากเงาของดวงจันทร์ทอดลงมาบนโลก แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเงามืดและเงามัว ในส่วนของเงามืดผู้ที่อยู่ภายใต้เงามืดจะเห็นการเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวง ส่วนผู้ที่อยู่ในเงามัวจะสามารถสังเกตเห็นสุริยุปราคาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งการเกิดสุริยุปราคา 9 มีนาคม 2559 ในครั้งนี้ เงามืดของสุริยุปราคา
ได้ทอดผ่านมหาสมุทรอินเดีย อินโดนีเซีย มหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้ประเทศไทย สามารถสังเกตการณ์การเกิดสุริยุปราคาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยบริเวณที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งได้มากที่สุดของไทย คือ ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณร้อยละ 69 ส่วนในกรุงเทพมหานคร เห็นได้ประมาณร้อยละ 41 และใน จ.เชียงใหม่ ร้อยละ 27 ส่วน ปทุมธานี เห็นได้ 35 เปอร์เซ็นต์
กำแพงเพชรฟ้าโปร่งเกิดสุริยุปราคาชัดเจน
ที่ จังหวัดกำแพงเพชร บนท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทำให้มองเห็นการเกิดสุริยุปราคาอย่างชัดเจน โดยเกิดเงาของโลกบังดวงอาทิตย์ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็คลายออก ที่บ้านใหม่สุวรรณภูมิ หมู่ที่ 5 ต.ท่าขุนราม อ.เมือง ชาวบ้านออกมาซื้อกับข้าวกันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมารอดูปรากฏการณ์ธรรมชาติในครั้งนี้ ทันทีที่เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว บรรดาพ่อแม่ค้าต่างนำกระเป๋าสตางค์และตะกร้าใส่เงินขึ้นมาเคาะพร้อมพูดว่าดกๆๆๆๆๆ โดยต่างเชื่อว่าจะเกิดความเป็นสิริมงคลเงินทองเต็มกระเป๋า นอกจากนั้นบางคนยังเคาะต้นไม้และยุ้งฉาง เพราะมีความเชื่ออีกว่า หากเคาะต้นไม้และพูดตามด้วยคำว่า ดกๆๆๆๆๆ หลาย ๆ ครั้งติดต่อกันขณะเคาะจะทำให้พืชผลที่ปลูก ออกลูกดก ผลผลิตมากขึ้น ส่วนยุ้งฉางจะมีผลผลิตเก็บได้เต็มยุ้งฉาง ส่วนคณะครูอาจารย์และเด็ก ๆ นักเรียนโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม ชมรมดาราศาสตร์ ได้นำกล้องดูดาวมาตั้ง พร้อมทั้งนำแว่นสีดำกรองแสงแบบทึบมาส่องดูปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว โดยเด็กนักเรียนต่างกล่าวว่าเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งสุริยุปราคาเกิดจากเงาของดวงจันทร์ไปบังดวงอาทิตย์ ทาง นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณได้ว่าจะเกิดเมื่อใด และที่ไหนของซีกโลก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
