สวยจนต้องตะลึง! "แพรว ธัญวรรณ" คนใหม่ไฉไลกว่าเดิม

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นสาวสวยคนที่สองที่ต้องบอกว่ารายการ "Let Me In Thailand" ชีวิตเปลี่ยนจากเดิมจริงๆ สำหรับสาว "แพรว ธัญวรรณ วงศ์กุณา" สาวเชียงใหม่ที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกขากรรไกรล่างเบี้ยวผิดปกติ ทำให้การใช้ชีวิตในการรับประทานของเธอแต่ละครั้งช่างลำบากและส่งผลต่อสุขภาพ จึงต้องปรึกษาทันตแพทย์ที่ให้คำแนะนำส่าเธอนั้นต้องผ่าตัดพร้อมกับการจัดฟัน แต่เนื่องด้วยครอบครัวมีเพียงคุณพ่อคนเดียวที่คอยส่งเสียและฐานะทางบ้านก็มีกินแบบพอใช้ไปๆ วันๆ จึงทำให้ความหวังที่เธอจะกลับมาใช้ชีวิตปกตินั้นต้องหยุดไว้และยืดเยื้อออกไป

และเมื่อวันนึงสาวแพรวได้โอกาสจากรายการ "Let Me In Thailand" สามเดือนกับการแปลงโฉม วันนี้เธอได้กลับมากับลุคใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมชนิดที่ทำเอาคนทั้งประเทศต้องตะลึงอ้าปากค้างเมื่อมีการนำภาพ Befor & After มาเปรียบเทียบ ซึ่งแน่นอนว่าความสวยที่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ทำให้สาวแพรวกลายเป็นที่สนใจ และคงไม่น้อยที่อยากมีคนรู้จักเธอ Sanook! News มีโอกาสได้เจอตัวจริงเธอครั้งนี้จะขอทำความรู้จัก และเปิดใจกับชีวิตใหม่หลังศัลยกรรมของเธอ เริ่มจากการแนะนำตัวให้เรารู้จักซึ่งสาวแพรวเล่าถึงความเป็นมาของตัวเองว่า

"พื้นเพแพรวเป็นคน จ.เชียงใหม่ เติบโตมากับครอบครัวใหญ่อยู่กับปู่และย่าญาติพี่น้องของคุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ชาย แต่ว่าพี่ชายได้เสียไปแล้วเมื่อประมาณ 10-12 ปี และหลังจากที่พี่ชายเสียไปคุณพ่อกับคุณแม่ก็แยกทางกัน และครอบครัวก็เจอปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจที่บ้านทำการค้าขาย พอเศรษฐกิจไม่ดีที่บ้านก็เลยล้มทางบ้านก็เลยไม่ค่อยมีเงินเหมือนเดิมมันก็เลยทำให้การคิดจะทำศัลยกรรมใบหน้า ที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารเพราะขากรรไกรเบี้ยวไปทางซ้ายยืดออกไป แต่เคยไปปรึกษากับคุณหมอคุณหมอก็บอกว่าต้องจัดฟันควบคู่กับการผ่าตัดเพราะว่าแค่จัดฟันเฉยๆ มันจะไม่เกิดผลอะไรปัญหาหลักใหญ่ๆ คือโครงหน้าขากรรไกรไม่เท่ากันเคี้ยวอาหารไม่ได้ดีมันก็ส่งผลต่อระบบขับถ่ายท้องอืดท้องผูก และก็มีเรื่องของตาที่ไม่เท่ากัน และก็คิ้วที่มันกดลงมาทำให้ใบหน้าค่อนข้างดูดุ ใจแพรวที่อยากทำศัลยกรรมก็แค่ขากรรไกรเพื่อให้หน้าดูปกติ และเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้นอยากดำเนินชีวิตให้เป็นปกติเหมือนคนอื่นค่ะ"

ปมฝังใจ 'คนพูดไม่คิด' แต่ 'คนฟังแสนเจ็บปวด'

และแม้สาวแพรวจะรู้ตัวเองมาเสมอนั้น ว่าตนเองมีปัญหาใบหน้าผิดปกติเพราะขากรรไกรเบี้ยวจากการสังเกตตัวเอง และโดนเพื่อนตอกย้ำกับการเคี้ยวอาหารที่เลอะเทอะตลอดเวลา แต่นั้นก็ไม่เจ็บปวดเท่าเหตุการณ์เมื่อวันนึงเธอต้องไปเป็นนางแบบถ่ายแฟชั่นให้รุ่นพี่ ที่เปิดร้านขายกางเกงและเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ

"ที่รู้สึกว่าเป็นปมหนักมากๆ ตอนประมาณปีหนึ่งมีพี่ที่รู้จักกันเค้าเปิดร้านขายกางเกงยีนส์ เค้าก็มาชวนแพรวและเพื่อนอีกคนนึงไปเป็นนางแบบถ่ายกางเกงยีนส์ แต่ว่าเพื่อนอีกคนนึงเค้าน่ารักหน้าตาดี พี่เค้าก็ถ่ายคนนั้นทั้งตัวมีแต่งหน้าครบ แต่สำหรับแพรวเค้าถ่ายแค่จากเอวลงไปถึงเท้า ถ่ายแค่กางเกงอย่างเดียวและเค้าก็ไปพูดกันเองว่าแพรวเนี่ยมันหุ่นดีนะ มันขายาวถ้ามันหน้าตาดีกว่านี้ก็คงถ่ายได้ทั้งตัว งั้นก็ไปตัดหัวออกดีกว่า ตอนที่ได้ยินเค้าพูดก็ไม่ได้รู้สึกดี แต่ก็พยายามคิดว่าพี่ๆ เค้าล้อเล่นแต่ลึกๆ เราก็รู้สึกค่ะ"

ในความโชคร้ายที่ต้องทนทุกข์อยู่กับใบหน้าที่มีขากรรไกรผิดปกติมา 20 กว่าปีนั้น เธอก็ยังมีความโชคดีเล็กๆ ที่เธอเล่าว่า "ปกติแล้วแพรวไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลแล้วเพื่อนที่สนิทกันเค้าเล่นเค้าก็ไปเจอข่าวเลยมาบอก ว่าลองมั้ยเห็นกังวลกับขากรรไกรมาก ตอนแรกแพรวก็บอกไปว่าไม่เป็นไรหรอก เพื่อนก็เร้าให้ลองๆ ดู ได้ไม่ได้ก็ดูอีกทีเพื่อนก็เลยจัดการให้การทุกอย่างปรากฏว่าได้ แต่ช่วงแรกๆ แพรวก็ไม่คิดและหวังว่าจะได้เพระว่ามีคนสมัครเยอะมากๆ แต่พอผ่านเข้ารอบมาเรื่อยๆ ก็เลยคิดว่ามาถึงขนาดนี้แล้วบวกกับพ่อก็เสียสละให้แพรวด้วยเงินที่พอเซ้งร้านมา พ่อก็เอามาออกค่าตัวเครื่องบินให้ทุกครั้ง เพราะพ่อจะไม่ปล่อยให้แพรวนั่งรถทัวร์คนเดียว 8-9 ชั่วโมง มาจากเชียงใหม่ค่ะ"

จากบ้านเกิดสามเดือนเหมือน 'ขาดใจ'

ชีวิตที่ติดพ่อทุกฝีก้าวและไม่เคยไปไหนไกลบ้านเป็นเวลานาน เมื่อต้องจากบ้านไปอยู่ไกลพ่อบวกกับนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงนั้น จึงทำให้เข้ากับคนอื่นช้าเธอบอกว่าเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างทรมาน

"วันที่กำหนดการออกมาว่าแพรวไปเกาหลีจริงๆ ก็ยังคิดว่านี่ฝันอยู่หรือเปล่าพอได้ขึ้นเครื่องบิน ก็ยังหันไปคุยกับพี่ที่ไปด้วยกันนี่มันเรื่องจริงแล้วใช่มั้ย ต่อไปนี้ต้องไปอดทนอยู่ไกลจากบ้านแล้วใช่มั้ย เพราะแพรวไม่เคยไปไหนห่างบ้านไกลๆ พอไปจริงๆ ทรมานจิตใจแพรวมากเลยคะ แพรวไม่ค่อยไปไหนไกลนานๆ และบุคลิกตัวแพรวค่อนข้างเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยากนิดนึง เป็นคนโลกส่วนตัวสูงกว่าจะปรับตัวเปิดใจรับก็จะช้ากว่าคนอื่น ช่วงแรกที่นั้นก็เลยจะซึมๆ ไม่ค่อยพูดอะไรกับใครซักเท่าไหร่ แต่ก็ยังโชคดีที่คนอื่นๆ ที่เค้าไปด้วยก็เข้ามาพูดคุยด้วยค่ะ"

วันเปลี่ยนชีวิตกับ 'ความสวย' ที่รออยู่ข้างหน้า

และเมื่อวันผ่าตัดมาถึง เธอเล่าว่าในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความกลัว ความเจ็บปวด ความทรมาน แต่เพื่อความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตก็ต้องยอมแลก

"แพรวจำได้ว่าก่อนผ่าตัดทางรายการเค้าให้ติดต่อทางบ้าน ได้โทรหาพ่อแพรวกังวลมากพอโทรหาพ่อเสร็จมันก็ยังกังวลอยู่ ก็เลยเปลี่ยนความคิดว่ามีคนเค้ารอเราอยู่ที่บ้านนะ เราต้องอดทนนะแต่สิ่งที่แพรวกังวลที่สุดคือวางยาแล้วแพรวไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เพราะคุณหมอบอกว่าจะทำให้ทั้งหน้าแต่หลักๆ คือขากรรไกร พอทำเสร็จออกมาจำได้แค่ว่าตอนเข้าไปยังสว่างอยู่แต่พอออกมามันมืดและเงียบมาก

มันอึดอัดทรมานเพราะคืนแรกแพรวนอนไม่ได้เลย จะต้องแบบว่ามีคนคุยอยู่ด้วยมีพยาบาลกับพี่เป็นล่ามที่เค้าก็จะคอยสลับกันเข้ามาดู แต่ในใจลึกๆ อยากกลับบ้านมากๆ ร้องไห้คิดถึงพ่อ แต่พอผ่านคืนแรกมาได้อาการมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็มีความหวังขึ้นมาเราผ่านจุดที่ยากมากที่สุดมาแล้ว และแพรวก็สุขภาพค่อนข้างดีระยะเวลาฟื้นตัวก็จะเร็วหน่อยประมาณสามวันก็พูดได้เยอะขึ้น และก็หายใจเองได้สะดวกขึ้น พอผ่านไปอาทิตย์นึงก็เกือบจะเป็นปกติเพียงแต่ว่ายังมีอาการบวมช้ำอยู่บ้างค่ะ" เธอเล่าต่อ

"แพรวเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ทั้งหมดสามครั้ง ครั้งแรกเป็นการเย็บหน้าผากขึ้นไปและก็ทำตาที่ทำพร้อมกัน และสี่วันต่อมาก็ผ่าตัดขากรรไกร พอต่อมาสองสามอาทิตย์เริ่มขยับขากรรไกรได้ดีขึ้นทานอาหารได้ดีขึ้นก็ไปทำจมูกและก็ร้อยไหมฉีดไขมันที่หน้าผาก ส่วนเรื่องผิวที่แพ้น้ำที่หลังกับหน้าอกประมาณสามปีที่แล้วก็ทำหลังสุดค่ะ"

สวยสะพรึงจน 'จำตัวเองไม่ได้'

เพราะเคยชินกับใบหน้าที่มีขากรรไกรผิดปกติมานาน แต่เมื่อผ่านการศัลยกรรมจนมาถึงวันนี้สาวแพรวเอ่ยปากเล่าว่ายังรู้สึกแปลกและไม่ค่อยชิน แต่ก็พอใจกับโฉมใหม่ที่สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตของเธอได้มากขึ้น

"ก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่ค่ะ ก็คนเดิมหน้าเดิมอยู่กันมายี่สิบกว่าปี พอมาเจอแบบนี้ก็ยังไม่ค่อยชินแต่ก็คิดว่าดีแล้วนะที่ได้โอกาสไปทำเพราะมันดีขึ้น พอกลับไปดูรูปก่อนทำและหลังทำก็รู้สึกว่าสวยขึ้นดูดีขึ้น เวลาออกไหนก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนแพรวจะไม่ค่อยชอบพูดในที่สาธารณะ แต่พอทำออกมาแล้วเริ่มจากพ่อก่อนเลยจะชอบชวนออกไปนั่นไปนี่กันมั้ย

เมื่อก่อนเค้าก็ชวน แต่ว่าแพรวเองนี่แหละค่ะที่ไม่ไป เพราะไม่ค่อยชอบออกไปไม่มีความมั่นใจตัวเอง ไม่มั่นใจในการอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ แต่พอทำมาแล้วก็มั่นใจมากขึ้นออกไปกับพ่อได้ค่ะ และก็มีความฝันแพรวอยากเป็นนักเขียน เพียงแต่ว่าถ้าจะเป็นนักเขียนได้เราต้องมีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ ก็เลยอยากต่อยอดเป็นแอร์โฮสเตสเพราะแพรวชอบเขียนเกี่ยวกับการเจอผู้คน ความคิดของคน ก็เลยอยากเป็นแอร์ฯ เพื่อที่จะได้ไปเจอโลกภายนอกเยอะๆ และก็ถ้าจะเป็นแอร์ฯได้ก็ต้องหน้าตาดีบุคลิกดีค่ะ"

และนอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่เกิดขึ้นแล้วนั้น สาวแพรวยังแชร์ประสบการณ์การศัลยกรรมฝากถึงคนที่อยากทำให้ฟังว่า "สำหรับคนที่อยากทำศัลยกรรมและเป็นศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่แบบแพรว ก็ต้องเตรียมไว้เลยว่ามันค่อนข้างจะลำบากในช่วงแรกๆ เพราะว่าเราจะเคี้ยวอาหารไม่ได้ หายใจลำบากและมันก็พูดไม่ได้มันจะอึดอัดมาก ยิ่งเป็นคนที่ชอบพูดด้วย และช่วงที่กินอาหารไม่ได้ก็ต้องกินแต่อาหารเหลว น้ำหนักก็จะลงด้วยก็จะทรมานเพราะจะหิวก็ต้องอดทนค่ะ"

และนี่ก็เป็นการพูดคุยกับผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่ชีวิตพลิกเปลี่ยนไปด้วยศัลยกรรม ที่ทำให้เห็นว่าไม่แปลกหากผู้คนยุคสมัยนี้เปิดกว้างและเปิดใจรับการการทำศัลยกรรมมากขึ้น แม้จะต้องเจ็บปวดทรมานบ้าง แต่ก็แลกกับชีวิตใหม่และโอกาสต่างๆ เพื่อต่อยอดให้ตัวเองนั้นเอง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!