"กินก่อน ผ่อนทีหลัง" กับความสำคัญของการกินในเมืองไทย

"กินก่อน ผ่อนทีหลัง" กับความสำคัญของการกินในเมืองไทย

"กินก่อน ผ่อนทีหลัง" กับความสำคัญของการกินในเมืองไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สื่อบางสำนักถึงกับพาดหัวด้วยความมึนงงไปเลยว่า "เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร" เมื่อเจอโปรโมชั่นทางการตลาดของร้านอาหารกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ที่เสนอนวัตกรรมใหม่ของธุรกรรมการเงินกับกิจกรรมการกิน ที่แสนจะใหม่สุดของสังคมไทย คือ กินก่อนผ่อนทีหลังด้วยโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0 %

โดยกลยุทธ์ทางการตลาดที่ผู้บริหารร้านอาหารเผยกับสื่อนั้นมีรายละเอียดคือ "เป็นโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 3 เดือน เมื่อทานอาหารครบ 1,500 บาทขึ้นไป โดยร่วมกับธนาคารกรุงศรี เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม - เมษายนนี้ นับเป็นครั้งแรกสำหรับธุรกิจอาหารที่นำกลยุทธ์ผ่อนชำระ 0% มาใช้"

จริงๆ จะว่าไปแล้ว เรื่องการกินก่อนผ่อนทีหลัง ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในสังคมบ้านเราหรือว่าสังคมไหนๆ ด้วยนวัตกรรมทางการเงิน ที่เรียกกันว่าบัตรเครดิต เราเห็นก็มานานว่ามีผู้นิยมใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าอาหาร สำหรับร้านที่ยินยอมรับชำระด้วยบัตรเครดิต

ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็เป็น พฤติกรรม "การกินก่อนผ่อนทีหลัง" เช่นกัน เพียงแต่การใช้บัตรเหล่านั้นไม่ได้มีโปรโมชั่นมาระบุจูงใจ ต้องกินถึงจำนวนเงินเท่านั้นเท่านี้จึงจะได้สิทธิผ่อนชำระ 3 เดือน โดยดอกเบี้ยเป็น 0 ที่ผ่านมาผู้ใช้บัตรต้องมีวินัยเกี่ยวกับการชำระหนี้การใช้จ่ายบัตรเครดิตเอาเอง หากผิดเงื่อนไขก็ถูกคิดดอกเบี้ยตามแต่เจ้าของบัตรจะกำหนดเงื่อนไขไว้

การยกโปรโมชั่น "กินก่อนผ่อนทีหลัง" ดอกเบี้ย 0 % ขึ้นมาโปรโมท จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ เพราะเป็นการเน้น ความสำคัญของการกินให้ดูมีระดับ มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น....ซึ่งจะว่าไปแล้วก็สอดคล้องกับทัศนคติของสังคมไทยโดยทั่วไปไม่น้อย

ในอดีตมาถึงปัจจุบัน มีคนไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการกินมาก ในอดีตเราคงคุ้นเคยกันดีเวลาไปมาหาสู่เพื่อนพ้องน้องพี่ เมื่อมาถึงเรือนชาน มักจะมีคำทักทาย ที่เป็นธรรมเนียมและได้ยินกันบ่อย คือ ไปไหนมา ลมอะไรหอบมาจึงได้มาถึงที่นี้ แล้วกินข้าวกินปลา กินอะไรมาหรือยัง

และยิ่งในต่างจังหวัดชนบทด้วยแล้ว ใครไปถึงเรือนถึงบ้าน สิ่งที่เจ้าบ้านต้องตอนรับขาดไม่ได้ก็คือ ต้องเลี้ยงอาหารอย่างน้อย 1 มื้อ ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำกันเลย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการกิน การเลี้ยงอาหารมากอย่างหนึ่ง ............ซึ่งคำทักทายเหล่านี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนรุ่นปัจจุบัน เอาอายุซัก 30 ปีลงมายังทักทายกันแบบนี้หรือไม่

แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ความสำคัญของ วัฒนธรรมการกินที่สังเกตได้ ก็คือ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญของการกินที่มากไปกว่า การกินอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เท่านั้น คนรุ่นใหม่ยังกินเพื่อสร้างรสนิยม กินค่านิยมเข้าไปด้วย เช่น ต้องกินอาหารที่มีแบรนด์ โดยเฉพาะมาจากต่างประเทศด้วยแล้วยิ่งดี ราคาสูงเท่าไรไม่เกี่ยง...

บางครั้งคุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าอาหารต่อความจำเป็นของร่างกาย ไม่จำเป็นและไม่ถูกใส่ใจด้วยซ้ำ จนกระทั้งหลังๆมาที่กระแสกินเพื่อสุขภาพ เรื่องโรคกลัวอ้วนเข้ามาเป็นกระแส ..เจ้าของสินค้าจึงได้ปรับตัวปรับรายการอาหารให้เข้ากับกระแสกินคลีน กระแสอาหารสุขภาพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดด้วย

การตลาดของร้านอาหาร ที่ยกกระแสโปรโมท กินก่อนผ่อนทีหลัง ปลอดดอกเบี้ย 3 เดือน จึงเป็นกระแสการตลาดที่น่าสนใจ เป็นการจับจุดการให้ความสำคัญของวัฒนธรรมการกินของคนไทย เข้ามาปรับใช้อย่างน่าสนใจทีเดียว ก็คงต้องรอดูว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด ...รอดูกันครับ....

โดย...เปลวไฟน้อย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล