รวบ 2 เดนมนุษย์อ้างเป็นตำรวจเรียกตรวจ อุ้มด.ญ.วัย 13 ข่มขืน

รวบ 2 เดนมนุษย์อ้างเป็นตำรวจเรียกตรวจ อุ้มด.ญ.วัย 13 ข่มขืน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(31 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำตัวนายขจรศักดิ์ อายุ 29 ปี และนายชาญณรงค์ อายุ 31 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณป่ารกร้างถนนปากน้ำซอย 9 ต.บางกุ้ง อ.เมือง สุราษฎร์ฯ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 13 ปี หลังสามารถตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้บริเวณบ้านพัก ถ.ตลาดล่าง ซอย 25 ต.ตลาด อ.เมือง สุราษฎร์ฯ ขณะที่กำลังนอนพักผ่อนหลังก่อเหตุไม่นาน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 ของวันที่ 31 ธ.ค. 58 ซึ่งจากคำให้การของผู้เสียหาย แจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุได้วาน ด.ญ. อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนบ้าน ให้ช่วยขับรถจักรยานยนต์พาเข้ามาทำธุระในตัวเมือง จนเมื่อเสร็จธุระ จึงได้เดินทางกลับบ้านพัก

จนมาที่เกิดเหตุบนสะพานบริเวณปากน้ำซอย 9 ได้มีคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ขับตามมาประกบ แล้วบังคับให้หยุดรถโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความตกใจ ด.ญ.วัย 13 ปี ซึ่งเป็นคนขับ ได้หยุดรถทันที จากนั้นคนที่นั่งซ้อนท้ายจึงได้ลงมากระชากโทรศัพท์มือถือจากมือของตนไป แต่ตนแย่งคืนมาได้ และเชื่อว่าการกระทำในลักษณะนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน ประกอบกับความตกใจจึงได้ลงจากรถแล้ววิ่งหนีไปตามถนน เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่เมื่อกลับมาพบว่า ด.ญ. 13 ปี ได้หายไปแล้ว โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่กลางสะพาน จึงเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามหาในทันที

จนเวลาประมาณ 02.30 น.เจ้าหน้าที่ได้พบ ตัว ด.ญ. 13 ปี ถูกนำไปทิ้งไว้ที่จุดกลับรถใต้สะพานศรีสุราษฎร์ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กม. ในสภาพผมกระเซิง ตามร่างกายมีเศษหญ้าและฝุ่นดินติดมอมแมม เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อให้การช่วยเหลือ และทำการตรวจร่างกาย เบื้องต้นพบร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์ และเพศอวัยวะเพศบวมแดง

จากการสอบสวนปากคำ ด.ญ. 13 ปี ให้การในเบื้องต้นว่า หลังจากถูกคนร้ายบังคับให้หยุดรถแล้ว ก็ถูกบังคับพาขึ้นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายพาเข้าไปตามถนนปากน้ำซอย 9 แล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนหลายครั้ง บนลานปูน ในป่ารกร้างท้ายซอย โดย ด.ญ. 13 ปี แจ้งว่าสามารถจดจำรูปพรรณคนร้ายและรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อย่ามาฮ่า รุ่น ฟีโน สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของคนร้ายได้เป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันออกค้นหารถคันดังกล่าว จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณบ้านพักในซอยตลาดล่าง 25 จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน มาให้ ด.ญ. 13 ปี ชี้ตัวยืนยัน

จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ดมกาวอยู่บริเวณปากซอย ปากน้ำซอย 9 จนมีอาการมึนเมา จึงได้ชักชวนกันขับรถจักรยานยนต์ล่องไปตามเส้นทางปากน้ำ เพื่อหาเหยื่อก่อเหตุชิงทรัพย์

จนกระทั่งมาพบกับผู้เสียหายทั้ง 2 จึงได้ขับรถตามประกบจนได้โอกาส บังคับให้หยุดรถเพื่อหวังชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายที่นั่งซ้อนท้ายขัดขืนและแย่งโทรศัพท์วิ่งหนีไปเสียก่อน เหลือเพียงผู้เสียหายที่เป็นขับรถจักรยานยนต์ จึงได้บังคับพาตัวไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทั้ง 2 คน หลังจากเสร็จกิจแล้วจึงได้นำตัวไปปล่อยทิ้งไว้บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานศรีสุราษฎร์ โดยไม่ได้คิดทำร้ายเด็กแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ทำไปเพราะอาการมึนเมาและหวังต่อทรัพย์

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ. อายุ ไม่เกิน 15 ปี ,ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดา,และข้อหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนนำตัวไปทำแผนชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ

ทางด้าน พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีประวัติอาชญากรรมอย่างโชกโชน ทั้งข้อหาชิงทรัพย์ ยาเสพติด และฆ่าคนตาย โดยนายชาญณรงค์ หรือ ไปร์ เพิ่งพ้นโทษในคดีเกี่ยวกับทรัพย์จากเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี

นอกจากนั้นให้ประสานไปยังผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่เคยถูกชิงทรัพย์ โดยคนร้ายมีพฤติการณ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาดูตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่อที่จะได้ขยายผลต่อไป

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!