นอภ.น้ำเกลี้ยงกลับลำไม่ลาออก-ไม่ลาบวช ขอสู้คดีพิสูจน์ไม่ได้ข่มขืนเลขาสาว

จากกรณี น.ส.เอ(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ลูกจ้างชั่วคราว ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการหน้าห้องทำงาน ร.ท.ปรินชัย สอนซื่อ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยง กล่าวหาถูก ร.ท.ปรินชัย ข่มขืนที่บ้านพักนายอำเภอ เมื่อวันที่่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา และในวันที่ 15 ธันวาคม ยังบุกทำร้ายร่างกายยามวิกาล ที่บ้านพักส่วนตัว บ้านทุ่งสว่าง ต.ละเอา อ.น้ำเกลี้ยง ซึ่งต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนพ่อของผู้เสียหายประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม ที่บ้านพักนายอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ มีพระและชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจกับ ร.ท.ปรินชัย สอนซื่อ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง จากนั้น ร.ท.ปรินชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ตนได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลเพื่ออุปสมบทตลอดชีวิต โดยได้ส่งโทรสาร(แฟกซ์)ไปยังอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2558
ซึ่งการที่ตนลาออกจากราชการนี้ เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงของกรมการปกครองไม่ให้เสียหาย แม้ว่าตนจะยังมีโครงการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาอำเภอน้ำเกลี้ยงอีกมากมายหลายอย่าง เช่น การก่อสร้างศาลหลักเมืองน้ำเกลี้ยง การก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เป็นต้น ซึ่งได้มีการเตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว แต่คงต้องปล่อยไว้ให้นายอำเภอคนใหม่มาสานต่อโครงการต่อไป
ส่วนตนตั้งใจจะบวชในช่วงสัปดาห์หน้านี้ ที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดเขตภาคกลาง โดยจะกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อปลอบขวัญครอบครัวให้คลายความเศร้าโศกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียก่อน จากนั้นจึงจะไปบวชที่วัดป่า เพื่อปฏิบัติธรรมตลอดชีวิต ส่วนเรื่องคดีความนั้นคงจะต้องให้เป็นหน้าที่ของทนายความที่ได้จ้างเอาไว้แล้ว เพราะขณะนี้พยานหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวหาตนนั้น ล้วนแต่เป็นหลักฐานที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
"ยังยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำแต่อย่างใด การที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เกิดจากมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เสียประโยชน์ จากการทำงานกวาดล้างอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง และผมไม่ยอมให้มีชื่อเข้าร่วมจับกุมด้วย จึงทำให้กลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ จ้องหาเรื่องที่จะเล่นงาน จนกระทั่งมีเรื่องนี้เกิดขึ้น" ร.ท.ปรินชัย กล่าวและว่า ขอยืนยันไม่ได้ข่มขืน น.ส.เอ แต่อย่างใด ทุกอย่างมีแต่ความปรารถนาดีและให้ความกรุณากับ น.ส.เอ มาโดยตลอด เพราะทำงานอยู่ใกล้ชิดกับตน
ส่วนกรณีที่มีคนแอบอ้างว่าเป็นผู้ที่เคลียร์กับผู้เสียหาย และให้ตนโอนเงินค่าเสียหาย 110,000 บาท ไปให้แล้วหายไปเลยนั้น ตนได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นชายคนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งตนจะมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ด้าน นายยุทธนา วิริยะกิตติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า กรณีนายอำเภอน้ำเกลี้ยงขอลาออกจากราชการนั้น เรื่องได้ไปถึงกรมการปกครองเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีการพิจารณาอนุญาตให้ลาออกได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกรมการปกครองที่จะพิจารณา เนื่องจากขณะนี้นายอำเภอน้ำเกลี้ยงกำลังมีเรื่องสอบสวนทางวินัยอยู่
ซึ่งอย่างไรก็ตามการลาออกนี้เป็นการตัดสินใจของนายอำเภอน้ำเกลี้ยง ส่วนการอนุญาตเป็นหน้าที่ของท่านอธิบดีกรมการปกครองที่จะพิจารณา ด้านการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้นั้น ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนกำลังเร่งดำเนินการ จะทราบผลในเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันนายอ้าย (นามสมมุติ) พ่อของ น.ส.เอ ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงบุตรสาวของตน และได้นำตัวบุตรสาวไปอยู่ที่อื่นแล้วเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าอาจจะไม่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เวลา 16.45 น.ที่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 7 ต.ละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายอ้าย (นามสมมุติ) พ่อของ น.ส.เอ มีญาติพี่น้องพากันมาให้กำลังใจแก่นายอ้ายอย่างต่อเนื่อง และพากันวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกระทำของนายอำเภอน้ำเกลี้ยง ที่บุกเข้ามาในบ้านของนายอ้าย ฉุดกระชากลากแขนจะทำร้ายร่างกายลูกสาวของนายอ้ายโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ทำให้นายอ้ายต้องนำตัวลูกสาวไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย
นายอ้าย กล่าวอ้างว่า เวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่ตนพร้อมญาติพี่น้องประมาณ 20 คน กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ หลังกลับจากการพา น.ส.เอ ไปร้องทุกข์กับผวจ.ศรีสะเกษ โดยนายอำเภอน้ำเกลี้ยงขี่รถจักรยานยนต์มาจอดตรงข้ามบ้าน จากนั้นจะเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ตนได้สั่งให้ภรรยาและญาติที่อยู่ในบ้านล็อคประตูเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเพื่อความปลอดภัย นายอำเภอพยายามเขย่าประตูกระจกเพื่อที่จะเปิดประตู ทำให้ภรรยาของตนที่อยู่ในบ้านคิดว่าคนที่อยู่ข้างนอกบ้านเรียก จึงเปิดประตูออกมา เป็นจังหวะเดียวกับที่นายอำเภอผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ขณะนั้น น.ส.เอ เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านเพื่อจะนำโทรศัพท์มือถือไปชาร์ตแบตเตอรี่ ที่ปลั๊กไฟเสากลางบ้าน นายอำเภอได้เดินเข้าฉุดกระชากแขนของ น.ส.เอ และเงื้อมือขวาขึ้นมาเหมือนจะตบหน้าน.ส.เอ แต่โชคดีที่ภรรยาและญาติหลายคนที่อยู่ในบ้านเข้าไปขวางไว้ทัน น.ส.เอจึงสะบัดแขนหลุดวิ่งหลบหนีออกไปจากบ้านได้อย่างหวุดหวิด ส่วนนายอำเภอได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
นายอ้าย กล่าวอ้างอีกว่า นายอำเภอเป็นผู้รักษากฎหมายไม่น่าที่จะกระทำแบบนี้ ข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของตน ทำร้ายร่างกาย และยังบุกรุกบ้านของตนในเวลากลางคืน เป็นเรื่องที่คนระดับนายอำเภอไม่น่าที่จะกระทำ หากว่าจะมาเคลียร์ปัญหาก็ควรที่จะตั้งกรรมการ มีผู้ใหญ่มานั่งเจรจากัน ไม่ใช่บุกรุกเข้ามาอย่างนี้ อีกทั้งการข่มขืนลูกสาวของตน ใครที่ไม่ได้เป็นพ่อ คงจะไม่รู้สึกอะไรเลยว่ามันเจ็บปวดและแค้นขนาดไหน คนทั้งโลกอาจจะไม่รู้ แต่ว่าคนที่เป็นพ่อเท่านั้น จึงจะรู้สึกแค้นในเรื่องนี้ ขอยืนว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายอำเภอน้ำเกลี้ยงจนถึงที่สุด และจะไม่มีการประนีประนอมยอมความอย่างเด็ดขาด
ด้าน นพ.เชิดชาติ วิทูราภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยบาบาลอำเภอน้ำเกลี้ยง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากการตรวจสอบในช่องคลอดของผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่พบตัวอสุจิแต่อย่างใด คาดว่าอาจเกิดจากการที่ผ่านการถูกข่มขืนมานานหลายวันแล้ว หรืออาจะมีการสวมใส่ถุงยางอนามัย หรือหลั่งน้ำอสุจิข้างนอก หรือว่าทำหมันก็อาจทำให้ตรวจหาน้ำอสุจิไม่พบ
อย่างไรก็ตาม ได้ส่งน้ำในช่องคลอดของผู้เสียหายไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จึงจะทำให้ทราบผลการตรวจหาน้ำอสุจิอย่างชัดเจน โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามประสานงาน ขอทราบผลการตรวจอย่างเร่งด่วน เพื่อจะนำผลการตรวจไปให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยง ประกอบสำนวนคดีต่อไป
พ.ต.อ.กฤษฏา ชัยสิทธิ์ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง เผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือเพื่อนายอำเภอน้ำเกลี้ยงมารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่นายอำเภอน้ำเกลี้ยงไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวน โดยแจ้งว่าจะให้ทนายความมาพบแทน ดังนั้นในช่วงสัปดาห์หน้า ตนจะแจ้งให้นายอำเภอน้ำเกลี้ยงมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะได้รับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ขณะที่ ร.ท.ปรินชัย นายอำเภอน้ำเกลี้ยง ให้สัมภาษณ์อีกครั้งทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้เดินทางมาที่กรุงเทพฯ เพื่อจะเข้าไปรายงานตัวที่กองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งจากการที่ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการแล้วนั้น
ตนมาคิดใคร่ครวญดูแล้วเห็นว่าจะไม่ลาออกจากราชการ โดยได้ส่งหนังสือขอระงับเรื่องการลาออกจากราชการไปยังกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพยานเอกสารต่างๆ เพื่อจะต่อสู้คดีความเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนแล้วอย่างเต็มที่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

