นอภ.น้ำเกลี้ยงกลับลำไม่ลาออก-ไม่ลาบวช ขอสู้คดีพิสูจน์ไม่ได้ข่มขืนเลขาสาว

นอภ.น้ำเกลี้ยงกลับลำไม่ลาออก-ไม่ลาบวช ขอสู้คดีพิสูจน์ไม่ได้ข่มขืนเลขาสาว

นอภ.น้ำเกลี้ยงกลับลำไม่ลาออก-ไม่ลาบวช ขอสู้คดีพิสูจน์ไม่ได้ข่มขืนเลขาสาว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณี น.ส.เอ(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ลูกจ้างชั่วคราว ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการหน้าห้องทำงาน ร.ท.ปรินชัย สอนซื่อ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยง กล่าวหาถูก ร.ท.ปรินชัย ข่มขืนที่บ้านพักนายอำเภอ เมื่อวันที่่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา และในวันที่ 15 ธันวาคม ยังบุกทำร้ายร่างกายยามวิกาล ที่บ้านพักส่วนตัว บ้านทุ่งสว่าง ต.ละเอา อ.น้ำเกลี้ยง ซึ่งต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนพ่อของผู้เสียหายประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม ที่บ้านพักนายอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ มีพระและชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจกับ ร.ท.ปรินชัย สอนซื่อ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง จากนั้น ร.ท.ปรินชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ตนได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว โดยให้เหตุผลเพื่ออุปสมบทตลอดชีวิต โดยได้ส่งโทรสาร(แฟกซ์)ไปยังอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2558

ซึ่งการที่ตนลาออกจากราชการนี้ เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงของกรมการปกครองไม่ให้เสียหาย แม้ว่าตนจะยังมีโครงการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาอำเภอน้ำเกลี้ยงอีกมากมายหลายอย่าง เช่น การก่อสร้างศาลหลักเมืองน้ำเกลี้ยง การก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เป็นต้น ซึ่งได้มีการเตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว แต่คงต้องปล่อยไว้ให้นายอำเภอคนใหม่มาสานต่อโครงการต่อไป

ส่วนตนตั้งใจจะบวชในช่วงสัปดาห์หน้านี้ ที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดเขตภาคกลาง โดยจะกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อปลอบขวัญครอบครัวให้คลายความเศร้าโศกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียก่อน จากนั้นจึงจะไปบวชที่วัดป่า เพื่อปฏิบัติธรรมตลอดชีวิต ส่วนเรื่องคดีความนั้นคงจะต้องให้เป็นหน้าที่ของทนายความที่ได้จ้างเอาไว้แล้ว เพราะขณะนี้พยานหลักฐานต่างๆ ที่กล่าวหาตนนั้น ล้วนแต่เป็นหลักฐานที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

"ยังยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำแต่อย่างใด การที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เกิดจากมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เสียประโยชน์ จากการทำงานกวาดล้างอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง และผมไม่ยอมให้มีชื่อเข้าร่วมจับกุมด้วย จึงทำให้กลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ จ้องหาเรื่องที่จะเล่นงาน จนกระทั่งมีเรื่องนี้เกิดขึ้น" ร.ท.ปรินชัย กล่าวและว่า ขอยืนยันไม่ได้ข่มขืน น.ส.เอ แต่อย่างใด ทุกอย่างมีแต่ความปรารถนาดีและให้ความกรุณากับ น.ส.เอ มาโดยตลอด เพราะทำงานอยู่ใกล้ชิดกับตน

ส่วนกรณีที่มีคนแอบอ้างว่าเป็นผู้ที่เคลียร์กับผู้เสียหาย และให้ตนโอนเงินค่าเสียหาย 110,000 บาท ไปให้แล้วหายไปเลยนั้น ตนได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นชายคนหนึ่งอยู่ที่จังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งตนจะมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ด้าน นายยุทธนา วิริยะกิตติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า กรณีนายอำเภอน้ำเกลี้ยงขอลาออกจากราชการนั้น เรื่องได้ไปถึงกรมการปกครองเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีการพิจารณาอนุญาตให้ลาออกได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกรมการปกครองที่จะพิจารณา เนื่องจากขณะนี้นายอำเภอน้ำเกลี้ยงกำลังมีเรื่องสอบสวนทางวินัยอยู่

ซึ่งอย่างไรก็ตามการลาออกนี้เป็นการตัดสินใจของนายอำเภอน้ำเกลี้ยง ส่วนการอนุญาตเป็นหน้าที่ของท่านอธิบดีกรมการปกครองที่จะพิจารณา ด้านการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้นั้น ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนกำลังเร่งดำเนินการ จะทราบผลในเร็วๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันนายอ้าย (นามสมมุติ) พ่อของ น.ส.เอ ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงบุตรสาวของตน และได้นำตัวบุตรสาวไปอยู่ที่อื่นแล้วเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าอาจจะไม่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เวลา 16.45 น.ที่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 7 ต.ละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายอ้าย (นามสมมุติ) พ่อของ น.ส.เอ มีญาติพี่น้องพากันมาให้กำลังใจแก่นายอ้ายอย่างต่อเนื่อง และพากันวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกระทำของนายอำเภอน้ำเกลี้ยง ที่บุกเข้ามาในบ้านของนายอ้าย ฉุดกระชากลากแขนจะทำร้ายร่างกายลูกสาวของนายอ้ายโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ทำให้นายอ้ายต้องนำตัวลูกสาวไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย

นายอ้าย กล่าวอ้างว่า เวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่ตนพร้อมญาติพี่น้องประมาณ 20 คน กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ หลังกลับจากการพา น.ส.เอ ไปร้องทุกข์กับผวจ.ศรีสะเกษ โดยนายอำเภอน้ำเกลี้ยงขี่รถจักรยานยนต์มาจอดตรงข้ามบ้าน จากนั้นจะเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ตนได้สั่งให้ภรรยาและญาติที่อยู่ในบ้านล็อคประตูเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเพื่อความปลอดภัย นายอำเภอพยายามเขย่าประตูกระจกเพื่อที่จะเปิดประตู ทำให้ภรรยาของตนที่อยู่ในบ้านคิดว่าคนที่อยู่ข้างนอกบ้านเรียก จึงเปิดประตูออกมา เป็นจังหวะเดียวกับที่นายอำเภอผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ขณะนั้น น.ส.เอ เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านเพื่อจะนำโทรศัพท์มือถือไปชาร์ตแบตเตอรี่ ที่ปลั๊กไฟเสากลางบ้าน นายอำเภอได้เดินเข้าฉุดกระชากแขนของ น.ส.เอ และเงื้อมือขวาขึ้นมาเหมือนจะตบหน้าน.ส.เอ แต่โชคดีที่ภรรยาและญาติหลายคนที่อยู่ในบ้านเข้าไปขวางไว้ทัน น.ส.เอจึงสะบัดแขนหลุดวิ่งหลบหนีออกไปจากบ้านได้อย่างหวุดหวิด ส่วนนายอำเภอได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

นายอ้าย กล่าวอ้างอีกว่า นายอำเภอเป็นผู้รักษากฎหมายไม่น่าที่จะกระทำแบบนี้ ข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของตน ทำร้ายร่างกาย และยังบุกรุกบ้านของตนในเวลากลางคืน เป็นเรื่องที่คนระดับนายอำเภอไม่น่าที่จะกระทำ หากว่าจะมาเคลียร์ปัญหาก็ควรที่จะตั้งกรรมการ มีผู้ใหญ่มานั่งเจรจากัน ไม่ใช่บุกรุกเข้ามาอย่างนี้ อีกทั้งการข่มขืนลูกสาวของตน ใครที่ไม่ได้เป็นพ่อ คงจะไม่รู้สึกอะไรเลยว่ามันเจ็บปวดและแค้นขนาดไหน คนทั้งโลกอาจจะไม่รู้ แต่ว่าคนที่เป็นพ่อเท่านั้น จึงจะรู้สึกแค้นในเรื่องนี้ ขอยืนว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายอำเภอน้ำเกลี้ยงจนถึงที่สุด และจะไม่มีการประนีประนอมยอมความอย่างเด็ดขาด

ด้าน นพ.เชิดชาติ วิทูราภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยบาบาลอำเภอน้ำเกลี้ยง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากการตรวจสอบในช่องคลอดของผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่พบตัวอสุจิแต่อย่างใด คาดว่าอาจเกิดจากการที่ผ่านการถูกข่มขืนมานานหลายวันแล้ว หรืออาจะมีการสวมใส่ถุงยางอนามัย หรือหลั่งน้ำอสุจิข้างนอก หรือว่าทำหมันก็อาจทำให้ตรวจหาน้ำอสุจิไม่พบ

อย่างไรก็ตาม ได้ส่งน้ำในช่องคลอดของผู้เสียหายไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จึงจะทำให้ทราบผลการตรวจหาน้ำอสุจิอย่างชัดเจน โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามประสานงาน ขอทราบผลการตรวจอย่างเร่งด่วน เพื่อจะนำผลการตรวจไปให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยง ประกอบสำนวนคดีต่อไป

พ.ต.อ.กฤษฏา ชัยสิทธิ์ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง เผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือเพื่อนายอำเภอน้ำเกลี้ยงมารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่นายอำเภอน้ำเกลี้ยงไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวน โดยแจ้งว่าจะให้ทนายความมาพบแทน ดังนั้นในช่วงสัปดาห์หน้า ตนจะแจ้งให้นายอำเภอน้ำเกลี้ยงมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะได้รับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ขณะที่ ร.ท.ปรินชัย นายอำเภอน้ำเกลี้ยง ให้สัมภาษณ์อีกครั้งทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้เดินทางมาที่กรุงเทพฯ เพื่อจะเข้าไปรายงานตัวที่กองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งจากการที่ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการแล้วนั้น

ตนมาคิดใคร่ครวญดูแล้วเห็นว่าจะไม่ลาออกจากราชการ โดยได้ส่งหนังสือขอระงับเรื่องการลาออกจากราชการไปยังกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพยานเอกสารต่างๆ เพื่อจะต่อสู้คดีความเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนแล้วอย่างเต็มที่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล