เปิดเซฟ "สารวัตรเอี๊ยด" คดีหมิ่นเบื้องสูง เจอสมบัติพร้อมรถยนต์ "พงพัฒน์"

เปิดเซฟ "สารวัตรเอี๊ยด" คดีหมิ่นเบื้องสูง เจอสมบัติพร้อมรถยนต์ "พงพัฒน์"
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจอึ้งค้นรัง "สารวัตรเอี๊ยด" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง พบทรัพย์สิน อาวุธ และรถยนต์เพียบ หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์

ความคืบหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจพบว่ามีกลุ่มบุคคลร่วมกันกระทำความผิดโดยมีพฤติการณ์แอบอ้างหรือแสดงออกในลักษณะต่างกรรม ต่างวาระกัน เพื่อให้ประชาชนหรือบุคคลโดยทั่วไปเข้าใจว่าตนเองมีความใกล้ชิดกับสถาบันเบื้องสูง และได้เรียกหรือรับผลประโยชน์กับการดำเนินการดังกล่าว

รวมทั้งกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นๆ อีกหลายฐานความผิด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันและความเสียหายอื่นๆ ในวงกว้าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทหารได้ใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 เรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อมูลและควบคุมตัวไว้

ซึ่งจากการซักถามพบว่ามีมูลกระทำความผิดจริง จนนำไปสู่การออกหมายจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง อายุ 53 ปี นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท อายุ 39 ปี เลขาฯหมอหยอง ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ และ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด อายุ 44 ปี ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง, มีใช้ซึ่งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และตั้งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ

จากนั้น นำตัวไปขออนุมัติศาลทหารกรุงเทพฝากขังผลัดแรก 12 วัน ก่อนส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำชั่วคราวมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นรถยนต์หรู บิ๊กไบค์ รถจักรยานยนต์นำขบวน บ้าน และคอนโดฯหรู ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดหลังจากตำรวจชุดคอมมานโด กองบังคับการปราบปราม นำกำลังบุกค้นที่คอนโดมิเนียมลาเมซอง คอนโดมิเนียมหรู 21 ชั้น ในซอยพหลโยธิน 24 ที่พักของ พ.ต.ต.ปรากรม และตรวจพบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 30 คัน โดยรถยนต์ 1 คันในจำนวนนั้นเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)

ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกดำเนินคดีข้อหาแอบอ้างสถาบันฯเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ไปแล้วพร้อมเครือข่าย แต่รถคันดังกล่าวไม่ได้มีการตรวจยึด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวไปอยู่ในความครอบครองของ พ.ต.ต.ปรากรมได้อย่างไร

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้เซฟภายในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม เมื่อเปิดออกดูพบอาวุธปืนจำนวน 10 กระบอก ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 (M16) ปืนเอ็มพีไฟว์ (MP5), ปืนทาโวร์และพระเครื่องจำนวนมาก ซึ่งเป็นของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ที่ไม่ได้ทำการตรวจยึด รวมถึงนาฬิกายี่ห้อดังอีกจำนวนมากอยู่ภายในตู้เซฟ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำอาวุธปืนเหล่านี้ส่งตรวจสอบที่กรมสรรพาวุธว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการหรือไม่ ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้นั้น เจ้าหน้าที่ได้นำส่งไปตรวจสอบที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์เพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น รถนำขบวนที่มาอยู่ในความครอบครองของ พ.ต.ต.ปรากรมนั้นเป็นรถช่วงที่ พ.ต.ต.ปรากรมรับราชการ ได้ทำหนังสือประสานขอเบิกรถนำคันดังกล่าวมาจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบมาใช้ ซึ่งในส่วนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอข้อมูลและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว

มีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินตามที่พักของผู้ทั้งหาทั้ง 3 ราย ทั้งนี้ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้ โดยในส่วนของ พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ในคอนโดฯลาเมซอง ซอยพหลโยธิน 24 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นที่พักของ พ.ต.ต.ปรากรม

อย่างไรก็ดี ในส่วนของพระเครื่องที่ตรวจพบและได้ทำการยึดมานั้น ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องในกลุ่มพระเบญจภาคี โดยพบว่ามีพระสมเด็จวัดระฆัง 2 องค์ พระสมเด็จนางพญา รวมถึงพระเครื่องมีชื่อราคาแพงหลายรายการ ทั้งนี้ ของกลางทั้งหมดของ พ.ต.ต.ปรากรมที่ยึดได้จะนำไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยง ที่มาที่ไปว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่

โดยในส่วนของอาวุธปืนของ พ.ต.ต.ปรากรมที่ตรวจยึดมาได้ จะนำไปยิงทดสอบเพื่อเก็บประวัติว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆ หรือไม่ เช่นเดียวกับทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ต้องนำไปตรวจสอบที่มาที่ไปว่าได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่เช่นกัน

ขณะนี้ทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้ตรวจยึดมาได้ เบื้องต้นถูกเก็บรักษาไว้ที่สถานที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์แห่งหนึ่ง ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ขอบคุณภาพและที่มาจาก มติชนออนไลน์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!