จลาจลภูเก็ตสลายหลังล้อมโรงพักเหตุชนโจ๋ดับ2-ถกอีกเช้า

จลาจลภูเก็ตสลายหลังล้อมโรงพักเหตุชนโจ๋ดับ2-ถกอีกเช้า

จลาจลภูเก็ตสลายหลังล้อมโรงพักเหตุชนโจ๋ดับ2-ถกอีกเช้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชาวบ้านก่อจลาจลหน้า สภ.ถลาง เผารถ บุกทุบกระจกอาคาร ไม่พอใจเหตุ2วัยรุ่นเสียชีวิต แยกย้ายแล้ว หลังทหารเข้าเจรจา ผบ.มทบ.41 นัดหมายคุยอีก วันนี้ เวลา 09.00 น. ขณะ ตร.เจ็บ15นาย

พ.ต.อ.ชาณุชาญ ชลสุวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.ถลาง กล่าวถึงสถานการณ์ความวุ่นวาย บริเวณโดยรอบพื้นที่สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่า  ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตั้งด่านตรวจ แต่มีวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถท่าทางมีพิรุธ จึงขับรถหนี รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียนตราโล่ 40310 ของตำรวจสายตรวจ สภ.ถลาง ขับไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู้ปปี้ สีดำแดง ทะเบียนป้ายแดง 19 - 764 ซึ่งมี นายปฐมวัฒน์ เป็นผู้ขับขี่ และมีชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่อ นั่งซ้อนท้าย มาตามถนนสายน้ำตกโตนไทร ต.เทพกระษัตรี จากนั้นรถกระบะของเจ้าหน้าที่ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของ นายปฐมวัฒน์ ปะณะรักษ์ อายุ 22 ปี  ทำให้ร่าง นายปฐมวัฒน์ และวัยรุ่นชายที่ซ้อนท้ายมา กระเด็นไปกระแทกพื้นถนนจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่ รพ.ถลาง เมื่อค้นในตัวของผู้ตายพบ ยาบ้า จำนวน 50 เม็ด และพบใบกระท่อมอีกเกือบ 1 กก. ในกระเป๋าเป้ 

เหตุการณ์การจับกุมของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มญาติของผู้ตายในช่วงแรก ได้มารวมตัวกันประมาณ 100 คน สอบถามถึงความรับผิดชอบที่ สภ.ถลาง จากนั้นเหตุการณ์บานปลาย จนมีการบุกทุบกระจก สภ.ถลาง และมีการเผารถยนต์ ด้านหน้าโรงพักด้วย และยังมีมวลชนตรึงกำลังด้านหน้าโรงพัก เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ถึงความไม่ปลอดภัย เพราะไม่แน่ใจว่า ในกลุ่มมวลชนมีอาวุธปืนด้วยหรือไม่ จึงได้มีการประสานทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ 


มวลชนปิดถนนหน้า สภ.ถลาง กันรถดับเพลิงไม่ให้เข้าไปดับไฟไหม้รถ

เวลา 22.30 น. สถานการณ์การชุมนุมประท้วงปิดล้อม สถานีตำรวจภูธรถลาง จ.ภูเก็ต ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกประมาณ 30 นาย ยังคงตรึงกำลังอยู่ในสถานีตำรวจถลาง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ เข้าไปทำลายสถานที่ราชการ ซึ่งเหตุการณ์ได้บานปลายยิ่งขึ้น เมื่อตำรวจชุดควบคุมฝูงชน จำนวน 15 นาย ได้เข้ามายังบริเวณหน้า สภ.ถลาง เพื่อเตรียมพร้อมในการควบคุมสถานการณ์ ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงไม่พอใจอย่างมาก โดยกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในอาการคึกคะนอง และบางส่วนอยู่ในอาการมึนเมา ได้กรูกันเข้าไปราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผารถยนต์กระบะ ที่จอดอยู่บริเวณหน้า สภ.ถลาง และลามไปลุกไหม้รถกระบะอีกคันที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ได้รับความเสียหายวอดทั้งคัน และยังได้จุดไฟเผารถตู้ของ สภ.ถลาง ที่จอดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย

ขณะที่รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีเข้าไปฉีดน้ำดับเพลิง ก็ไม่สามารถดำเนินการเข้าไปดับเพลิง
ได้ ทั้งที่อยู่ห่างกันเพียง 10 นาที ซึ่งขณะนี้ มียอดตัวเลขของรถที่ถูกเผาทำลายจำนวน 6 คัน 


ผบช.ภ.8สั่งย้าย4 ตร.สภ.ถลางช่วยราชการ ตั้งกก.สอบ 7 วัน

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวถึงสถานการณ์ความวุ่นวายบริเวณด้านหน้า สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ประมาณ 40 นาย ที่ตรึงกำลังอยู่ได้เดินเท้าเข้าไป บริเวณด้านหน้า สภ.ถลาง เพื่อตรึงกำลังรักษาสถานที่ราชการไว้ เพราะมวลชนลดน้อยลงไปแล้ว เมื่อเห็นว่าตำรวจ ทหาร เสริมกำลัง เข้าไปกดดันผู้ชุมนุม อาจทำให้มวลชนนั้นล่าถอย ออกไปบางส่วน

นอกจากนี้ ยังมีกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้าไปปะปนอยู่ในพื้นที่ เพื่อถ่ายภาพเก็บไว้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตเข้าใจถึงสถานการณ์ และระบุว่า ขณะนี้ตนเองได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 4 นาย ซึ่งเป็นชุดจับกุมที่มีร้อยตำรวจโท 1 นาย และชั้นประทวน 3 นาย ออกจากพื้นที่ไปช่วยราชการ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8  พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้รายรายงานผลให้ทราบภายใน 7 วัน    



โฆษก ตร. เปิดเผยราย ชื่อ 4 ตร.สภ.ถลาง ที่ถูกย้ายช่วยราชการ

ในเวลา 02.30 น. พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ เพื่อเปิดเผยรายชื่อตำรววจ 4 นาย สภ.ถลาง ที่ถูกย้ายไปช่วยราชการ ระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย ร.ต.ท.สุชาติ ลือชา, ด.ต.ประสาย ผึ้งผลม ส.ต.ต.กัณฑพล คงหนูเกตุม และ ส.ต.ต.ภานุวิทย์ แก้วสังข์

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.ประวุฒิ ยังทวิตข้อความเพื่อเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมที่หน้า สภ.ถลาง นึกถึงความเดือดร้อน และผลกระทบต่อภาคธุรกิจของจังหวัดภูเก็ต และขอให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ก่อน
 

สนามบินภูเก็ต แจง ไม่มีเครื่องบินดีเลย์ จากเหตุการณ์วุ่นวายหน้า สภ.ถลาง

ประชาสัมพันธ์สนามบินภูเก็ต แจ้งประชาสัมพันธ์ ยืนยันว่า ไม่มีเครื่องบินดีเลย์ หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่หน้า สภ.ถลาง  ไม่ส่งผลกระทบต่อการบิน ซึ่งผู้โดยสารยังสามารถเดินทางมาถึงสนามบินได้ตามปกติ แต่บางคนมีการเช็กอินล่าช้าไปบ้าง เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารตามความเหมาะสม พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดรถบัสจำนวน 2 คัน เพื่ออำนวยในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย


มวลชน แยกย้ายออกจาก สภ.ถลางแล้ว

เวลา 03.30 น. พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มณฑลทหารบกที่ 41 และตัวแทนจากเจ้าหน้าที่ทหารได้ เข้ามาถึงที่บริเวณด้านหน้า สภ.ถลาง แล้ว และเข้าเจรจากับมวลชนที่ยังล้อมอยู่หน้าโรงพัก ว่า ขอให้แยกย้ายกลับบ้านก่อน และนัดหมายให้มาพูดคุย เจรจาปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้อีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านดอน โดย ผบ.มณฑลทหารบกที่ 41 รับปากว่า จะเดินทางไปร่วมเจรจาพูดคุยด้วยกับประชาชนด้วย ทำให้มวลชนที่ชุมนุมกันอยู่ต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับที่พัก 

ขณะที่ นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า หลังจากมวลชน แยกย้ายออกจากการปิดล้อมโดยรอบ สภ.ถลาง แล้ว ตำรวจที่อยู่ภายใน สภ.ถลาง ได้ออกไปรับประทานอาหาร หลังจากถูกปิดล้อมมานานกว่า 8 ชม. โดยในช่วงเช้าวันนี้ทางด้านของผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ทหาร และ นายตำรวจที่เกี่ยวข้องจะเข้าเจรจากับญาติผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบความเสียหาย รถยนต์ที่ถูกเผาได้รับความเสียหาย จำนวน 9 คัน และจะเร่งตรวจสอบเก็บหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของถนนที่มวลชนปิดเส้นทางการจราจร ก็ได้ทำการเปิดเส้นทางแล้ว


ผบ.มทบ.41 นัดหมายผู้ชุมนุม เจรจา  เวลา 9.00 น. 

พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ได้เดินทางมาถึง
บริเวณด้านหน้า สภ.ถลาง เพื่อเจรจากับผู้ชุมนุม ผ่านเครื่องขยายเสียง โดยแจ้งให้กับมวลชนทราบว่า 
การมาร่วมชุมนุมและสิ่งที่ทำอยู่นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่อยากให้เรื่องราว
ใหญ่โตลุกลามไปมากกว่านี้ และขอให้ช่วยกันรักษาชื่อเสียงของคนภูเก็ตด้วย พร้อมกับนัดหมายให้ผู้ชุมนุม 
และญาติของผู้เสียชีวิตมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันนี้ เวลา 09.00 น. 
ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านดอน โดยย้ำว่า ในการเจรจาในเช้าวันนี้ทุกฝ่ายต้องนำความจริง มาพูดกัน ทั้ง
ฝ่ายตำรวจก็ต้องไม่ปกป้อง หากมีการกระทำผิด รวมถึงฝ่ายญาติของผู้ตายก็ต้องไม่ปิดบัง ไม่เข้าข้างกัน 
ใครผิดใครถูก ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง 


จลาจลถลางโยก4ตร.ไปสุราษฎร์-ตร.เจ็บ15นาย

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ความคืบหน้าล่าสุด กรณีวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถตำรวจเสียชีวิต 2 ราย หลังพยายามขับหนีที่ท้องที่ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้ญาติไม่พอใจ และก่อจลาจลเมื่อคืนวานนี้นั้น ล่าสุด หลังจากมีคำสั่งย้าย 4 นายตำรวจที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้สั่งให้ไปช่วยราชการ ที่ บก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อลดแรงปะทะกับกลุ่มชาวบ้าน ในเบื้องต้นเสียก่อน และให้ รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เป็นหัวหน้าคณะสอบสวนข้อเท็จจริง และให้เร่งสอบและรายงานผลมาให้ทางตนเองทราบทันที 

ผบช.ภ.8 กล่าวอีกว่า สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีตำรวจบาดเจ็บ 15 นาย แต่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมีรถถูกเผาไปทั้งหมด 9 คัน ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายจำนวนมาก ในส่วนของสถานีตำรวจภูธรถลาง เพราะถูกขว้างปาจนกระจกแตกทั้งหมด โดยในวันนี้เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมร่วมกับกลุ่มชาวบ้านอีกครั้ง เพื่อดูข้อเสนอของกลุ่มชาวบ้านว่าต้องการอะไร ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการอีกครั้ง


ผู้ว่าฯภูเก็ตเผยคืบจลาจลแจงชาวบ้าน-ย้ำเป็นธรรม

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุด กรณีการก่อจลาจลของชาวบ้าน ที่ สภ.ถลาง จนมีทรัพย์สินเสียหายจำนวนมากนั้น เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากได้มีการเจราจาพูดคุยตั้งแต่เย็นวานนี้แล้ว และทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ แต่ไม่ทราบว่าไปสื่อสารกันแบบไหน จึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ซึ่งทางจังหวัดจะได้เร่งความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป ในการเจาจรากับชาวบ้านในขณะนี้ โดยสรุปความเสียหายประกอบด้วยรถยนต์เสียหายไป 9 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ตำรวจบาดเจ็บ 14 นาย โรงพักเสียหายกระจกแตกทั้งหมด ส่วนของผู้ชุมนุมไม่มีผู้ใดเป็นอันตราย

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่า คดีนี้จะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ไม่มีการเขาข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่ แต่ขอให้รอผลการตรวจสอบก่อน เพราะต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่มีทั้งหมด


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล