ญาติเด็ก 5 ศพ แค้นตามล่าฆาตกร ตำรวจตั้งข้อหาแล้ว แต่รอผลทางจิต

ญาติเด็ก 5 ศพ แค้นตามล่าฆาตกร ตำรวจตั้งข้อหาแล้ว แต่รอผลทางจิต

ญาติเด็ก 5 ศพ แค้นตามล่าฆาตกร ตำรวจตั้งข้อหาแล้ว แต่รอผลทางจิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มคลั่งฆ่าโหดเด็ก 5 ศพ ล่าสุดเข้ารักษาตัวที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ด้านหญิงสาวตั้งครรภ์ 8 เดือน ที่ถูกทำร้าย ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าเยี่ยมอยู่ในอาการปลอดภัย ทั้งแม่และลูกในท้องแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่วางกำลังเฝ้าหน้าห้อง เพื่อความปลอดภัย 24 ชั่วโมง หลังญาติเหยื่อโกรธแค้นหนัก ส่วนหนุ่มคลั่งถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย แต่ยังรอจิตแพทย์เข้าดูเจตนาของการก่อเหตุอีกครั้ง

จากกรณี นายอาซาผะ อายุ 22 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่สังหารเด็กๆ เสียชีวิต 5 คน ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ล่าสุดหลังถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ และจับกุมตัวส่ง สภ.ฝาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอาซาผะ พร้อม นางยี่กอ หญิงสาวตั้งครรภ์ ผู้บาดเจ็บจากการถูกทำร้าย ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงประมาณ 23.00 น. ของคืนวานนี้

พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บและดูอาการของผู้ต้องหาว่า จากการเข้าตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นางยี่กอ เป็นกลุ่มชาติพันธ์ไทยฮ่อ และพูดไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง กำลังตั้งท้องแก่ 8 เดือน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ผลจากการอัลตราซาวน์พบว่าเด็กปกติดี

สำหรับบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกฟันบริเวณใบหน้า แขนและมือขวาที่ถูกอาวุธมีดตัดเส้นเอ็นนั้น อยู่ในอาการปลอดภัยและสามารถใช้การได้ตามปกติ ทั้งนี้สำหรับผู้บาดเจ็บรายดังกล่าว สูญเสียลูกไป 3 คน และหลานอีก 2 คนนั้น เบื้องต้นได้ให้เงินช่วยเหลือไปจำนวนหนึ่ง

ส่วนอาการของ นายอาซาผะ ผู้ต้องหาที่มีอาการเลือดออกในสมองและแขนขวา ตอนนี้เริ่มรู้สึกตัวและในบางครั้ง โดยได้มัดมือสองข้างและล่ามโซ่ไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยคนอื่นๆ ในเบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าควบคุม ซึ่งทางตำรวจได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่การตรวจเลือดผู้ต้องหาก็ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ยาที่ผู้ต้องหาทานเป็นยากล่อมประสาทอยู่แล้ว สำหรับขั้นตอนการสืบสวนรวมถึงขั้นตอนการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นอีก ขณะนี้ได้ทำงานคู่ขนานกับ นายแพทย์ปริทรรศ ศิลปกิจ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง ซึ่งได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อไปประเมินผลกระทบทางจิตใจกับครอบครัวผู้เสียหาย

ทั้งนี้จาการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อที่จะตอบคำถามกับสังคมว่า ทำอย่างไรสังคมจึงจะปลอดภัยจากคนไข้ที่เกิดอาการคลุ้มคลั่ง สำหรับเรื่องคดีความได้ตั้งข้อหา นายอาซาผะ ในข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งซักถามและส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจรักษาและนำผลมาประกอบ เพื่อหาถึงเหตุจูงใจของผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ว่าเกิดจากอะไร

เนื่องจากเรื่องนี้ถือว่าเป็นเหตุสะเทือนขวัญและต้องเพิ่มความระมัดระวัง อย่างน้อยที่สุดก็จะต้องมีการพูดคุยกับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ว่า มีคนไข้ที่มีอาการในลักษณะเดียวกันนี้และถูกปล่อยตัวไปแล้วหรือไม่ รวมถึงต้องให้คนในส่งคมช่วยเหลือตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นของผู้ก่อเหตุนั้น ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ชายคนนี้เกิดความคลุ่มคลั่งคือ ผลที่มาจากการใช้ยาเสพติด และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดประสาทหลอน ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงเด็กดังรบกวนก็อาจทำให้อาการกำเริบและลงมือก่อเหตุที่ไม่คาดคิด

ส่วนทางญาติของเด็กที่เสียชีวิต ยังคงอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นผู้ต้องหาและพยายามจะตามล่าตัวเพื่อที่จะแก้แค้น ซึ่งทางตำรวจก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่โดยประสานไปกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแม่ริมให้ช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ต้องหาและจะต้องส่งตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล