สุกัญญา มิเกล จำใจจากลูกสาว หลังต้องปิดฉากชีวิตรัก 18 ปี

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ค่อยได้เห็นหน้าบ่อยเท่าไหร่ สำหรับอดีตนักร้องสาวเสียงดี "สุกัญญา มิเกล" ที่ล่าสุดมีโอกาสได้เจอเธอในงานแถลงข่าว 90'S CONCERT FIRST ALBUM กำเนิดอินดี้ รุ่นพี่ออกเทป งานนี้จึงได้มีโอกาสได้พูดคุย พร้อมสอบถามถึงเรื่องเส้นทางความรักกับอดีตสามี "แจ็ค พรชัย" ที่เพิ่งเซ็นใบหย่าไปเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งยังต้องแยกลูกทั้งสองห่างจากกัน เพื่อแบ่งการเลี้ยงดูที่ลงตัว

เรื่องราวของครอบครัวที่เกิดขึ้น ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
"พอทราบกันแล้วใช่ไหมคะว่าได้ทำการหย่าร้างแล้วเนอะ เป็นฝ่ายแยกตัวออกมา ทางศาลได้ตัดสินว่าให้ ลูกสาวอยู่กับพ่อ ส่วนลูกชายอยู่กับแม่ อาทิตย์หนึ่งเราก็จะพาลูกชายไปเจอพี่สาวเขา"

สาเหตุของการต้องยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้คืออะไร?
"เราพิสูจน์มา 18ปี ไม่ได้หมายความว่าเรามีมือที่สาม หรือเขามีมือที่สาม แต่มันเป็นเรื่องของแนวคิดที่ต่างกันสิ้นเชิง และเป็นมานานมากแล้ว ซึ่งมันไม่สามารถที่จะหาจุดลงตัวได้ ความคิดไม่เหมือนกันเลย เรื่องเดียวกัน หน้าต่างบานเดียวกัน แต่มองคนละมุม เป็นอย่างนั้นมาตลอด และมาหนักขึ้นตอนเราต่างอบรมสั่งสอนลูก มันกลายเป็นอบรมสั่งสอนคนละทาง ปัญหามันก็ตกกับเด็ก เราเลยคิดว่าเรายอมเป็นฝ่ายออก ทำให้ลูกคิดว่าเพราะเป็นคนทำให้ครอบครัวแตกแยก แต่เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะรู้ว่าที่เราเลือกสิ่งนี้เพราะไม่อยากให้เขาแย่ไปกว่านี้"

ก่อนตัดสินใจหย่า เคยพูดคุยหรือปรับความเข้าใจกันไหม?
"เคยคุยกันแล้วค่ะ แต่อัตตาของแต่ละคนทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต่างก็มี เพราะเราทั้งคู่ต่างคิดว่าสิ่งที่ตนคิดถูกต้อง"

ได้ตกลงคุยค่าเลี้ยงดูลูกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?
"เราไม่ได้เรียกร้องอะไรค่ะ เราเป็นฝ่ายถูกเขาเรียกร้อง (หัวเราะ) แมนมาก"

ด้านลูกๆ ว่าอย่างไรกับการตัดสินใจของเราทั้งคู่ครั้งนี้?
"สงสารลูกนะ เพราะเขาโตด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ ค่ะ เขาคิดถึงกันมาก แต่เราจะบอกกับลูกชายว่าไม่เป็นไรนะ มามี๊พาหนูไปหาพี่สาวทุกอาทิตย์ ส่วนลูกสาวก็บอกไปว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็เจอกัน"

เขาเข้าใจใช่ไหม?
"ลูกสาวรับรู้ว่าเราต้องแยกทางแต่ยังไม่เกิดความเข้าใจ แต่คนเล็กยังเล็กเกินไปที่จะเข้าใจ"

ทำไมถึงยอมเป็นฝ่ายที่ทำให้ลูกสาวเข้าใจผิด ว่าเราเป็นคนทำให้ครอบครัวต้องแยกกัน?
"เขาไม่ได้เข้าใจผิด เขาเข้าใจถูกแล้ว เพราะเกลเป็นคนฟ้องหย่า เกลก็เป็นคนทำให้ครอบครัวไม่สามารถไปด้วยกันได้ เป็นข้อที่เรายอมรับกับลูก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุผล แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำเพื่อจะไม่ให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ทำเพื่อไม่ให้เธอสับสนในการเก็บข้อมูลเข้าสมอง มันลึกเกินกว่าที่เด็กสิบขวบจะเข้าใจ เดี๋ยวพอเขาโตจะเข้าใจเองว่าที่เลือกสิ่งนี้เพราะไม่อยากให้เขาต้องมาเจอกับครอบครัวที่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เราเป็นฝ่ายแยกออกมาเลยดีกว่า ผิดเองดีกว่า"

พอลูกสาวไม่เข้าใจ มีเครียดบ้างไหม?
"ช่วงแรกเครียดค่ะ ว่าทำไมลูกถึงไม่อยากรู้เหตุผล แต่เพื่อนๆ ก็มาเตือนว่าลูกยังเด็กอยู่ แต่เดี๋ยวสักพักเขาจะเข้าใจ"

กลัวเขาจะไม่เข้าใจแบบนี้ไปตลอดไหม?
"เราเคยโกรธแม่ ที่แม่ไม่อยู่กับเรา และมีความรู้สึกว่าในเวลาที่เครียด โดนล้อ หรือแม้กระทั่งมีปัญหาอะไรในชีวิต เรารู้สึกโกรธเขา ที่เขาไม่อยู่กับเรา เป็นที่ปรึกษาให้เรา และเราก็มาเข้าใจว่าเมื่อตอนอายุ 23 เราบอกตัวเองว่า อย่าคิดว่าเขาเป็นแม่ คิดว่าเขาเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามสร้างชีวิต และทำไม่ได้ แต่สำหรับเรากับลูกสาว เราไม่ทิ้งเขา เรายังอยู่ เพื่อให้ความปรึกษาเขาเสมอ ตราบเท่าที่เขาอยากได้ แต่ในกรณีที่เขาไม่อยากได้ เราจะไม่ยัดเยียดให้"

ไปหาน้องล่าสุด เขาดูอ่อนลงกับเราบ้างหรือเปล่า?
"ล่าสุดวันจันทร์ที่ไปหาเขามีท่าทีอ่อนลงนะ เริ่มเข้าใจมากขึ้น ส่วนลูกชายยังเล็กมาก เวลาเขาเจอกันก็สงสาร เพราะพอต้องแยกก็จะร้องไห้ เราจะสอนเป็นลูกผู้ชายหนูต้องเข้มแข็งนะลูก เขาก็จะไม่มีน้ำตา แต่เรารู้ว่าเขาร้องอยู่ข้างใน เขาไม่อยากจากพี่สาว"

เราต้องมาดูแลค่าเลี้ยงดูทั้งหมด เป็นปัญหาแค่ไหน?
"ไม่เลย เพราะเท่าที่อยู่กันมาเราดูแลครอบครัวมาตลอดอยู่แล้ว เลยไม่หนักสำหรับเรา แต่ตอนนี้คุณพ่อต้องรับผิดชอบเรื่องการดูแลลูกสาว ตามที่เขารับปากกับลูก และศาลสั่งให้เขาเป็นคนอุปการะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังมีสิทธิ์ของความเป็นแม่ เข้าไปดูแล สอดส่องความปลอดภัย ถ้าวันใดที่ลูกไม่ปลอดภัย เมื่อนั้นแหละ หึหึ ถึงลูกไม่อยากมาก็ต้องมาแล้ว"

การแบ่งลูกเป็นคำสั่งศาล หรือเราต่างเลือกและตกลงกันเอง?
"ศาลถามเด็กค่ะว่าอยากอยู่กับใคร และลูกสาวก็เลือกพ่อ เขาก็รักพ่อเขา และพ่อเขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวที่ไม่ดูแลลูก ที่ผ่านมาเราทำงานเขาก็เป็นฝ่ายดูแลลูกอยู่ที่บ้านมาตลอด ลูกทั้งสองคนรักพ่อ เราเองอยู่มา18ปี เราก็รักเขานะ แต่เราต่างรู้ว่าการที่อยู่ด้วยกันจะเป็นปัญหากับเด็ก แต่เรารักลูกมากกว่าสามี เราขอทำอะไรก็ได้ที่จะแก้ปัญหา ถ้าการอยู่ด้วยกันแล้วทำให้เกิดปัญหากับเด็ก เราเห็นแก่ตัวไปไหม ที่ฉันรักเธอ ฉันจะอยู่กับเธอ ลูกจะเป็นยังไงก็ช่าง คือมันเห็นแก่ตัวไป แต่แบบนี้บางคนก็มองว่าเราเห็นแก่ตัวนะ คุณแยกออกมา คุณเห็นแก่ตัว แสดงว่าคุณไม่ยอมอดทน ถามหน่อยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมา ต้องอกทนไปจนตายเลยหรือไง ในเมื่อรู้อยู่แล้วปัญหามันคืออะไร แล้วหาทางแก้ทางอื่นไม่ได้แล้ว เสียสละตัวเองไหม เจ็บนะไม่ใช่ไม่เจ็บ ออกมาจากลูก"

แต่ก็มีบางคนที่ประนาม และไม่เข้าใจสิ่งที่เราตัดสินใจ?
"ไม่เป็นไร เราว่าในสังคมที่คนเข้าใจว่าปัญหาของมนุษย์คืออะไร มันแก้ไม่ได้หมด มันเยอะ แต่ถ้าคนคิดแบบโบราณคือแต่งกันแล้วต้องอยู่ด้วยกันจนตาย ทะเลาะกันไป ฟาดหัวกันไป เราว่ามันเจ็บกว่านะ ทรมานกว่า ถ้าวันใดเรามีความสุข ความสุขจะแผ่ไปถึงลูก แต่ถ้าวันใดที่เราอยู่แล้วเราทุกข์ ความทุกข์ก็จะแผ่ไปถึงลูก"

น้องสองคนเจอกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
"เล่นกัน กอดกันตลอด เราจะบอกลูกชายว่า หนูถ้าคิดถึงพี่กอดพี่สิ เราจะสอนตลอดว่า เวลาโกรธกันให้กอดกัน กลัวให้กอดกัน เสียใจให้กอดกัน คือทุกๆ อารมณ์ต้องกอดกันไว้ก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลาที่กอดความรู้สึกที่แนบแน่นมันยังอยู่ และเขาก็จะกอดพี่สาวเขาตลอด"

สุดท้ายมีอะไรอยากฝากบอกครอบครัวอื่นที่ประสบปัญหาแบบนี้บ้างไหม?
"เราเจอบางครอบครัวใส่ใจเด็กน้อย ใส่ใจหัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กน้อยเกินไป น้อยกว่าตัวเอง ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรามองอนาคตว่าอะไรจะทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆ ของเขา ความผิด ความถูกของมนุษย์ เราเป็นพ่อแม่ที่หล่อหลอมเป็นเขา และถ้าเราหล่อหลอมไปในทางที่สับสน แสดงว่าเราไม่ได้เป็นผู้สร้างที่ดี อะไรก็ได้ที่ทำแล้วทำให้เขาเป็นคนดีของสังคม ทำเลย รักเด็กมากๆ หน่อย อย่ารักแต่ตัวเอง เราอีกไม่กี่ปีก็ตาย แต่เด็กเขาจะโตไปเรื่อยๆ โตแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับเรา เกลอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการเลี้ยงลูก อาจจะไม่ประสบาความสำเร็จในเรื่องการมีครอบครัว แต่เกลเชื่อว่าเกลเป็นคนหนึ่งที่พยายามมากๆ เราเห็นแก่ตัวมากเลยที่รักลูกก่อน อยากให้ลูกได้สิ่งดีๆ ไม่อยากทะเลาะกันต่อหน้าลูกอีกแล้ว"

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Sukanya Migael