ญาติร้องพบพิรุธ เสี่ยโอนหุ้นก่อนตาย 228 ล้าน

ญาติร้องพบพิรุธ เสี่ยโอนหุ้นก่อนตาย 228 ล้าน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดหุ้น กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต โดยมี พ.ต.ท. อดีต ส.ส. และ อดีตรมช.พาณิชย์ เป็นผู้ขับรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ออกจากสนามกอลฟ์ไปส่งที่บ้านพัก เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่อดีตรมช.พาณิชย์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ก.ค.) นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวนายชูวงษ์ พร้อมลูกชายของผู้เสียชีวิต และทนายความ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ว่าติดใจกรณีนายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาท ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน 

นายวันเพ็ญ กล่าวว่า พบเอกสารการโอนหุ้นดังกล่าว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาของน้องชาย โดยนายชูวงษ์โอนหุ้น จำนวน 2 ครั้ง ให้กับหญิงสาว 2 ราย เป็นผู้รับหุ้น ครั้งแรกก่อนเสียชีวิต 10 วัน ก่อนเสียชีวิต 4 วัน โดยครอบครัวเชื่อว่าหญิงสาวทั้ง 2 คนเป็นนอมินีของ อดีตรมช.พาณิชย์คนดังกล่าว 

พี่สาวของนายชูวงษ์บอกกับนักข่าวว่า นายชูวงษ์และอดีตรมช.พาณิชย์คนดังกล่าว เพิ่งรู้จักกันได้เพียง 1 ปีกว่า โดยอดีตรมช.พาณิชย์ชวนนายชูวงษ์ร่วมหุ้นซื้อที่ดินในต่างจังหวัด โดยมักจะชวนไปเล่นกอล์ฟ และยังเคยยืมเงิน 5 ล้านบาทจากน้องชายด้วย แต่เป็นการยืมเงินแบบเพื่อน และคืนมาบางส่วนแล้ว

ก่อนเกิดเหตุ อดีตรมช.พาณิชย์ ได้มาชวนน้องชายไปตีกอล์ฟ ทั้งที่นัดหมายกันไว้ล่วงหน้าในวันรุ่งขึ้น แต่ก็มาเสียชีวิตหลังเดินทางกลับมาจากสนามกอล์ฟ และใกล้จะถึงบ้าน แต่อดีตรมช.พาณิชย์ก็พยายามเกลี้ยกล่อมโดยบอกว่าผู้ตายจำวันผิด 

โดยปกติน้องชายมีคนขับรถประจำตัว แต่วันเกิดเหตุอดีตรมช.พาณิชย์ได้บอกจะไปส่งที่บ้าน โดยบอกให้คนขับรถกลับไปก่อน จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุขึ้น 

ที่รีบมาแจ้งความร้องทุกข์ เพราะตรวจสอบพบว่า มีการเทขายหุ้นของน้องชายออกไป เพราะเกรงว่าถ้าไม่รับดำเนินการหุ้นจะถูกเทขายจนหมด

ขณะที่ตำรวจได้เรียกโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เข้าให้ปากคำ ทราบว่า เมื่อประมาณเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายมาเปิดพอร์ตจำนวนมูลค่า 228 ล้านบาท ก่อนจะโอนหุ้นให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็ทำการเปิดพอร์ตก่อนผู้ตายเสียชีวิตเพียง 2 อาทิตย์ ในส่วนของการโอนพบว่าไม่ได้มีการเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจจะเรียกหญิงคนดังกล่าวมาสอปปากคำต่อไป

 ทั้งนี้ ทางกองปราบจะติดตามคดีเรื่องการโอนหุ้น ขณะที่ สน.อุดมสุข จะทำคดีเรื่องกรเสียชีวิต โดยจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3