บอนคาเฟ่แจง หลังลูกค้าดราม่าเจอชาร์ตค่านั่งคุยชั่วโมงละพันบาท

บอนคาเฟ่แจง หลังลูกค้าดราม่าเจอชาร์ตค่านั่งคุยชั่วโมงละพันบาท
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

บอนคาเฟ่แจงเป็นกฎของร้าน เผยใจเขาใจเราอยากให้เข้าใจ หลังลูกค้าดราม่าถูกชาร์ตค่านั่งคุย 2,000 บาท

จากกรณีในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลลงบนเฟซบุ๊คและมีการนำข้อความมาเผยแพร่ โดยข้อความดังกล่าวได้ระบุว่า

"เรียนพี่ๆ น้อง ๆ ครับ เมื่อวานผมเดินทางเข้า กทม. เพื่อทำธุระมีเวลาว่างเลยแวะทานกาแฟที่ Bon Cafe สาขาหน้าไทยประกันชีวิต ถนนรัชาดภิเษก (มีคุยธุระเป็นปกติของคนทานกาแฟ) นั่งทานทั้งหมด 4 คน นั่งอยู่ได้ประมาณ ชม.กว่าๆ จึงเรียกพนง.มาเก็บเงิน หลังจากนั้น พนักงานแจ้งว่ามีคุยธุระการงาน ขอเรียกเก็บเงินค่าคุยธุระ ชม.ละ 1000 บ. รวมสอง ชม. คิดค่านั่งในร้านเพิ่มอีก 2000 บาท เป็นเงินค่านั่งคุยธุระการงานในร้าน" 

"ผมควรทำอย่างไรดี ครับพี่ ๆ น้องๆ

"กินกาแฟยุคนี้มีค่านั่งคุยด้วย เดี๋ยวผมจะส่งบิลให้ดูนะครับ เงินส่วนที่เก็บเพิ่มเค้าเรียกว่า open food ครับ
"เค้าไม่ได้ติดไว้ที่หน้าร้านแต่ทำเป็นกระดาษแผ่นเล็กมากๆ วางไว้บนโต๊ะ ซึ่งถ้าไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่เห็นเลยครับ เพราะบนโต๊ะมีอุปกรณ์ต่างๆ วางอยู่ จนบังไม่เห็นกระดาษเล็กๆ แผ่นนี้"

ซึ่งหลังจากที่ข้อความได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย มีทั้งมุมที่เห็นด้วยกับทางร้านในนโยบายนี้ลูกค้าต้องเปิดโอกาสให้ลูกค้าท่านอื่นด้วยและเห็นใจเจ้าของร้านหากนั่งนานจะทำให้เขาสูญเสียโอกาส แต่ในบางมุมได้มองว่าหากเป็นกฎของร้านควรจะต้องแจ้งให้เกิดความชัดเจน

ประเด็นดังกล่าวนี้เองทีมข่าว Sanook! News ได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจบรรยากาศภายในร้านบอนคาเฟ่ สาขาใต้ตึกเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ปรากฎว่ายังมีลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานอาหารเหมือนเช่นเคย  และทีมข่าวได้พบกับ คุณภาวิณี เขตพนาสัณฑ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บอนคาเฟ่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้

(คุณภาวิณี เขตพนาสัณฑ์ ผู้จัดการทั่วไป)

"นโยบายของร้านมีนานแล้ว ร้านอาหารมีแค่ 2 ที่คือที่รัชดาและพัทยาเท่านั้น สาเหตุที่ต้องกำหนดนโยบายนี้เพราะร้านเจอลูกค้าแบบนี้บ่อย เราจึงต้องมีการมาตรการขึ้นมา เท่าที่สังเกตร้านอาหารอื่นๆ เขาก็มีนโยบายเช่นเดียวกันกับของบอนคาเฟ่ มีการติดป้ายแบบนี้ เราจึงนำมาประยุกต์ใช้กับของเราบ้าง"

"ก่อนหน้าที่จะเหตุการณ์ขึ้นลูกค้าไม่มีการถามก่อน เพราะถ้าลูกค้าอ่านข้อความแล้วคงทำความเข้าใจได้ง่าย แต่หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นลูกค้าท่านอื่นจะถามกันเยอะมาก มีการโทรมาถามว่าถ้าจะทานอาหารที่ร้านเราและนัดเพื่อนไว้หากเกิน 1 ชั่วโมง จะมีการคิดเงินในส่วนนี้หรือไม่ เราต้องชี้แจงก่อนเลยว่าทางร้านไม่ได้เก็บเงินในส่วนนี้แต่อย่างใด เราเข้าใจว่าการทานอาหารมันมีระยะเวลา คงไม่มีใครลากยาวไปถึง 4 ชั่วโมง"

"การนั่งทานอาหารในแต่ละกรณีเราสามารถเข้าใจกันได้ พฤติกรรมการนั่งของลูกค้าเราสามารถสังเกตได้ ถ้าไม่มีวัตถุประสงค์มานั่งในร้านแบบคุยธุรกิจค้าขาย ทางร้านไม่คิดค่าบริการส่วนนี้"

"และในประเด็นที่อยู่ในโลกออนไลน์ลูกค้าได้พกแลปทอปมาเปิดและมีการนั่งพูดคุยประชุมกันและสั่งเครื่องดื่มเป็นเงินตามบิลประมาณ 260 บาท ตามที่ลูกค้าท่านนั้นได้โพสต์ ระยะเวลานั่งประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งหากร้านอาหารเจอแบบนี้เราคงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน เสียโอกาสลูกค้าท่านอื่นๆ ด้วย"

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำไมทางร้านจึงได้คิดค่าบริการนี้ เพราะทางร้านมองว่าลูกค้ามาประมาณไหน ต้องการอะไร และที่ทางร้านไม่ได้เดินมาบอกกล่าวเพราะเป็นมารยาทของร้านด้วย แต่เรามีป้ายบอกไว้บนโต๊ะแล้ว"

"ตอนนี้มีคนติว่ามันอาจจะเล็กไป แต่เรามองว่ามันสมเหตุสมผลไม่ได้เล็กและไม่ได้ใหญ่จนเกินไป แต่ต่อจากนี้ทางร้านจะแก้ไขในส่วนของประโยคคือจะตัดคำว่า "ชั่วโมงละ 1000 บาท" ออกไป"

"ยืนยันว่าที่ผ่านมามีลูกค้าหลายท่านที่โดนแบบนี้ แต่ทางร้านไม่เคยเก็บค่าบริการส่วนเกินเลยแม้แต่คนเดียว คือทางร้านจะทราบอยู่แล้วลูกค้าจะต้องสอบถามแน่นอนว่านี่คือค่าอะไร และเราจะแจกแจงว่านี่คือค่าชาร์ตชั่วโมงที่มีการนั่งคุยในลักษณะของการประชุมงาน ซึงทางร้านมีป้ายบอกกล่าวไว้แล้วแต่ลูกค้าได้ทำการฝ่าฝืน แต่เราไม่ได้เก็บจริง เป็นเพียงขอความร่วมมือครั้งต่อไปกับลูกค้า"

"อยากให้ลูกค้าเข้าใจด้วย ใจเขาใจเรา หากบางร้านมีโต๊ะบริการเพียง 5 โต๊ะแต่มีลูกค้าที่ใช้บริการนานเกินสมควรและสั่งเพียงเมนูเดียว ร้านเขาคงเสียโอกาสและอยู่ไม่ได้แน่นอน"

"เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าป้ายจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ทางร้านจะปรับประโยคที่สื่อสารออกไปเท่านั้นจะไม่เป็นกดดันลูกค้ามากเกินไป"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!