มรดกหนี้ จากนโยบายผิดพลาด ทำลายโอกาสทางศก.

มรดกหนี้ จากนโยบายผิดพลาด ทำลายโอกาสทางศก.
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ในยามที่เศรษฐกิจสะดุด การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจติดปัญหามากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเทศมีความจำเป็นต้องใช้การลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ ในยามนี้ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้นโยบายการคลัง ผ่านการลงทุนในโครงการต่างๆ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตามทฤษฏีการคลัง

แต่..ข่าวที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสมหมาย ภาษี ได้ออกมายืนยันว่ากระทรวงการคลังจำเป็นต้อง ออกกฎหมายพิเศษเพื่อล้างหนี้ วงเงินกว่า 720,000 ล้านบาท

ซึ่งในส่วนนี้เป็นหนี้จากโครงการรับจำนำข้าวกว่า 520,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นหนี้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หนี้ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และหนี้กองทุนประกันสังคม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการออกกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ แนวทางในการบริหารจัดการหนี้ดังกล่าวเบื้องต้นจะใช้วิธีการออกพันธบัตรรัฐบาล นอกจากนี้กฎหมายฉบับดังกล่าวจะให้อำนาจคลังขายหุ้นของเอกชนที่กระทรวงการคลังถืออยู่

โดยจะเน้นหุ้นที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ หรือ ตลท. และไม่ค่อยก่อให้เกิดรายได้เป็นหลัก แต่ทั้งนี้ไม่ได้ระบุว่าจะไม่ยุ่งกับหุ้นในตลาด แต่จะพยายามแตะให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับหุ้นในตลาดอย่างแน่นอน

เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง แม้ว่าในการบริหารนโยบายการคลัง การกู้เงินเพื่อการลงทุนเป็นเรื่องปรกติ การกู้เงินใหม่ที่มีต้นทุน หรือ ดอกเบี้ยที่ถูกกว่ามาชำระหนี้ก้อนเดิมก็เป็นวิธีการปรกติที่ดำเนินการกันมา

ที่ผ่านมาการกู้เงินจุดประสงค์หลักคือเพื่อการลงทุน และผ่านกระบวนการตามปรกติในการตั้งงบประมาณขาดดุลเพื่อกระตุ้นการลงทุนก็จำเป็นต้องกู้เงินมาใช้ในการดำเนินการ แต่ครั้งนี้ การแก้ไขปัญหาหนี้ ถึงขั้นต้องออกกฎหมายพิเศษ เพื่อกู้เงิน มาใช้ล้างหนี้ ซึ่งหนี้ก่อนใหญ่ คือ หนี้จากการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว

หนี้ก้อนนี้ เกิดจากความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายของผู้บริหาร หรือ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นหลัก เป็นหนี้ที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะ ในการออกนโยบาย หรือระหว่างการดำเนินโครงการ มีการทักท้วง วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด มีข้อเสนอให้หยุดนโยบาย เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล

แต่รัฐบาลในขณะนั้นกลับเมินเฉยไม่รับฟังใดๆ ทั้งสิ้น ท้ายที่สุดความเสียหายจึงเกิดขึ้น และเป็นมรดกหนี้ ที่ทำให้รัฐบาลปัจจุบันจำเป็นต้องเข้าสะสาง

ทำให้เป็นภาระ เป็นการเสียโอกาสในการใช้นโยบายการคลังเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ และท้ายที่สุดภาระเหล่านี้ประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนต้องเข้ามาแบกรับ

และความเสียหายของหนี้ที่เกิดจากความผิดพลาดของนโยบายครั้งนี้ ยังกินลึกไปจนถึงขั้นต้อง นำทรัพย์สมบัติเก่า หรือทรัพย์สินที่มีอยู่ คือบรรดาหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ในกิจการต่างๆ ออกมาขายเพื่อนำมาชำระหนี้เหล่านี้อีกด้วย.....

ถึงวันนี้แนวทางการป้องกัน การใช้นโยบายที่มุ่งเน้นคะแนนเสียงทางการเมือง แต่กลับสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ นโยบายที่ไม่มีความเป็นไปได้ นโยบายที่ไม่สามารถแจงที่มาของรายได้ได้ เหล่านั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยเราต้องสนับสนุนกฎหมายแม่บทที่กำลังร่างกันอยู่นี้ในเรื่องนี้ออกมาใช้ในอนาคตข้างหน้านี้

...โดย เปลวไฟน้อย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!