ชาวเน็ตชื่นชม เด็กสู้ชีวิตเลิกเรียนพาพ่อพิการเก็บของเก่าแลกเงิน

ชาวเน็ตชื่นชม เด็กสู้ชีวิตเลิกเรียนพาพ่อพิการเก็บของเก่าแลกเงิน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

สังคมยกย่อง น้องเต้าหู้ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานพาพ่อพิการตระเวนเก็บของเก่า

กำลังเป็นที่ชื่นชมของคนไปทั่วอย่างมาก สำหรับเรื่องราวความกตัญญูของ น้องเต้าหู้ หรือ ด.ช.จักราวุธ เสาวรส อายุ 12 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ที่ต้องปั่นจักรยานตะเวนเก็บของเก่าขายเพื่อหาเงินเลี้ยงพ่อที่พิการจนได้รับการย่องว่าเป็นลูกกตัญญูอย่างแท้จริง

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา "น้องเต้าหู้" พร้อมด้วยบิดดา นายยุงยุทธ เสาวรส อายุ 40 ปี ได้เดินทางมาเปิดใจถึงเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตในรายการ ปากโป้ง ทางช่อง 8 

โดย นายยุงยุทธ กล่าวว่า "ตอนนี้อายุ 40 ปี ป่วยเป็นโรคอัมพฤษ์มาหลายปีแล้วสาเหตุของการป่วยก็เกิดจากโรคไขมันในเส้นเลือดและหลอดเลือดในสมองตีบจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ไปครึ่งซีกจนไม่สามารถที่จะทำงานอะไรได้ แต่เมื่อรักษาตัวและอาการดีขึ้นก็เลยออกมาหาของเก่าขายก็มีรายได้เลี้ยงตัวเองและลูกได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้มากอะไรก็ตาม"

"ปกติวันธรรมดาถ้าน้องเต้าหู้ไปโรงเรียนแล้วผมก็จะเข็นรถจักรยานไปขายของเก่าก็จะเข็นไปเรื่อยๆ พร้อมกับเก็บของเก่าไปด้วยถ้าขายของเสร็จก็จะตระเวนหาเพื่อรอเวลาน้องเต้าหู้เลิกเรียนแล้วก็จะกลับบ้านพร้อมกัน กับน้องเต้าหู้ก็รู้สึกภูมิใจมากเพราะเขาเป็นเด็กดีและก็ไม่คิดว่าลูกจะเป็นเด็กกตัญญูแบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันว่าต้องทำให้ลูกลำบากแต่ผมก็คิดเสมอว่า "ท้อได้แต่ไม่เคยถอย" เป็นสิ่งที่ใช้ยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตเสมอมา และก็โชคดีที่น้องเต้าหู้เป็นเด็กกตัญญูก็สงสารลูกที่ต้องมาทำงานหนักแบบนี้แต่ก็ภูมิใจ"

น้องเต้าหู้ กล่าวว่า "ตั้งแต่พ่อป่วยก็ช่วยทำงานทุกอย่าง ปกติเช้าก่อนไปโรงเรียนก็จะหายาจัดยาไว้ให้ เปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดตัวพร้อมทั้งหาข้าวไว้ให้กินซึ่งก็จะทำแบบนี้ทุกวัน ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะออกไปตะเวนเก็บของเก่ากับพ่อไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าจะได้มากหรือน้อย ส่วนเรื่องของรายได้นั้นแต่ละวันก็อยู่ประมาณ 70-80 บาทซึ่งเงินที่ได้ก็จะเก็บไว้ใช้จ่ายซื้อข้าวซื้อของใช้ต่างๆ ก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันแต่ก็ไม่ท้อเพราะสงสารพ่ออยากที่จะช่วยพ่ออยากที่จะแบ่งเบาภาระของพ่อ ก็เลยต้องอดทนและสู้รักพ่ออยากสู้เพื่อพ่อ" 

"ออกไปตระเวนช่วยพ่อเก็บของเก่ามา 3 ปีแล้วก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยท้อเพราะสงสารพ่อ อยากช่วยเหลือพ่อเพราะรู้ว่าพ่อไม่ค่อยสบาย มาทำแบบนี้เพื่อนๆ ก็รู้และก็ไม่รู้สึกอายอะไร กับเรื่องของการเรียนนั้นก็ตั้งใจว่าหลังจากที่จบประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วก็อยากที่จะเรียนต่อไปอีก ส่วนเรื่องของการเก็บของเก่าก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะต้องการจะช่วยเหลือพ่อ อยากให้พ่อสบายไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้"