กรมคุมโรคใช้เทคนิคพิเศษตรวจมาลาเรียรู้ผลเร็ว

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย ใช้เทคนิคพิเศษตรวจเชื้อโรคมาลาเรีย รู้ผลเร็ว รักษาเร็วขึ้น
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สถานการณ์โรคมาลาเรีย ในปี 2558 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 23 เมษายน พบผู้ป่วยคนไทย 2,618 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาร้อยละ 21 และพบผู้ป่วยต่างชาติ 893 ราย ลดลงร้อยละ 26 เช่นกัน จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่อุบลราชธานี 1,105 ราย ตาก 637 ราย กาญจนบุรี 200 ราย ยะลา 149 ราย ในปีนี้ กรมควบคุมโรคได้เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัยเชื้อและรักษาที่หน่วยมาลาเรียคลินิก ซึ่งเป็นบริการฟรี กระจายอยู่ในจังหวัดชายแดน 30 จังหวัด กว่า 300 แห่ง ให้แม่นยำ และจ่ายยารักษาให้ตรงกับชนิดเชื้อได้เร็วขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีคือติดตั้งกล้องเวปแคม จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผ่านการทดสอบว่าภาพมีคุณภาพชัดเจน สามารถแยกชนิดเชื้อมาลาเรียได้ นำมาใช้เชื่อมต่อทางระบบออนไลน์กับกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ประจำคลินิกมาลาเรียและห้องแล็ปปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มการบริการตรวจวินิจฉัยโรคมาลาเรียที่ได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็วและคุ้มค่าสำหรับประชาชนทุกคนรวมทั้งที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร
นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า การป้องกันโรคมาลาเรีย ที่ได้ผลที่สุด คือป้องกันไม่ให้ถูกยุงก้นปล่องกัด ขอแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยหรือผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนบริเวณที่เป็นภูเขาสูง ป่าทึบ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของยุงก้นปล่อง ควรเตรียมมุ้งหรือเต็นท์ชนิดที่มีตาข่ายกันยุง นอนในมุ้งชุบสารเคมี และสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และควรเป็นสีอ่อนๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีดำเนื่องจากเป็นสีที่ยุงจะชอบ รวมทั้งจุดยากันยุง หรือทายากันยุงที่แขน ขา ใบหู หลังคอ และหลังการกลับจากป่า ภายใน 15 วัน หากมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อาเจียน เบื่ออาหาร ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทุกแห่งใกล้บ้าน เพื่อรักษาและต้องแจ้งประวัติการเข้าป่าหรือไปบริเวณพื้นที่เสี่ยงให้แพทย์ทราบด้วย โรคนี้มียารักษาหาย หากรักษาเร็วจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ ประการสำคัญที่สุด โดยขอให้กินยาจนครบตามแพทย์สั่ง แม้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


