เฉลิมพงษ์เผยหากไม่รื้อตึกดิเอทัสเจ้าของมีความผิด

เฉลิมพงษ์เผยหากไม่รื้อตึกดิเอทัสเจ้าของมีความผิด

เฉลิมพงษ์เผยหากไม่รื้อตึกดิเอทัสเจ้าของมีความผิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสาฯ เผย กรณีศาลให้ผู้ว่า กทม. และ ผอ.เขตปทุมวัน รื้อ ร.ร.ดิเอทัส ชี้ หากเจ้าของตึกไม่ทำการรื้อจะมีโทษทั้งจำ-ปรับ

นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นทนายความของผู้ฟ้องคดี กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้รื้อถอนอาคารโรงแรมดิเอทัส ซอยร่วมฤดี เนื่องมาจากมีประชาชนผู้อาศัยในซอยร่วมฤดีได้ยื่นฟ้อง บริษัท ลาภประทาน จำกัด และ บริษัท ทับทิมทร จำกัด ได้ก่อสร้างอาคารสูงใหญ่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและซอยกว้างไม่ถึง 10 เมตร โดยต้องดำเนินการภายใน 60 วัน หลังศาลมีคำตัดสินว่าหลังจากนี้ ประชาชนผู้ฟ้องคดีจะติดตามในการที่ กทม. และสำนักงานเขตปทุมวันว่าจะออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารรื้อถอนอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร คาดว่า กทม. จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการออกคำสั่ง และทางเจ้าของอาคารอาจจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์

แม้เจ้าของอาคารยืนยันว่าก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การที่ศาลปกครองได้ตัดสินในครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าการก่อสร้างอาคารไม่ถูกต้อง

นายเฉลิมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หาก กทม. ออกคำสั่งให้รื้อถอนอาคารแล้ว แต่เจ้าของอาคารไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด จะมีความผิดฐานขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ยังให้อำนาจเจ้าพนักงานสามารถรื้อถอนอาคารและเรียกค่ารื้อถอนจากเจ้าของอาคาร หากเจ้าของอาคารไม่ดำเนินการตามคำสั่งได้

ด้าน นายสัญญา ชีนิมิตร ปลัด กทม. กล่าวว่า ได้มีการหารือกับสำนักงานกฎหมายและคดี กทม. ซึ่งเห็นตรงกันว่าต้องรอดูคำพิพากษาอย่างเป็นทางการว่ามีการฟ้องร้องในประเด็นใด เพื่อมาพิจารณาว่าควรทำอย่างไรต่อไป ซึ่งขณะนี้ กทม. ยังไม่ได้รับคำพิพากษา จึงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้

อย่างไรก็ตาม กทม. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล ในส่วนที่มีประเด็นอื่น ๆ ก็ต้องนำมาพิจารณากันอีกครั้ง

 


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล