กรมชลฯเผยปริมาณน้ำต้นทุนเริ่มสู่ภาวะวิกฤติ

กรมชลฯเผยปริมาณน้ำต้นทุนเริ่มสู่ภาวะวิกฤติ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงาน สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กำลังเข้าข่ายวิกฤติในหน้าแล้งนี้

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนส่งไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 13,245 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนทั้งสิ้น 6,549 ล้านลูกบาศก์เมตร

สถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆ มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,788 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,988 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,390 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,540 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 453 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 410 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 614 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 611 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้กำหนดแผนการใช้น้ำจากเขื่อนต่างๆ ข้างต้น เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2556/2557 ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 5,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนำมาจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันจำนวน 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จำนวน 600 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อีกจำนวน 700 ล้านลูกบาศก์เมตร และผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาเสริมอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2556/2557 เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (28 ม.ค.57) มีการใช้น้ำไปแล้ว 3,100 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 58 ของแผนฯ คงเหลือปริมาณน้ำที่จะใช้ได้ตามแผนฯ อีกประมาณ 2,200 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของแผนฯ